โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘มาดามเดียร์’ จี้หั่นงบกลาง 1.2 หมื่นล้าน ซ้ำซ้อน พรก.กู้เงินฯ ชี้หากไม่ตัดเท่ากับตีเช็คเปล่าให้รัฐบาล

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

'มาดามเดียร์' จี้ ตัดงบกลาง หลังพบวัตถุประสงค์ซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้าน มอง หากไม่ตัด ถือเป็นการตีเช็คเปล่า 1.2 หมื่นล้านให้ฝ่ายบริหาร-ขาดการตรวจสอบจากสภา แนะ ให้รายงานต่อสภาเป็นระยะ

13 กรกฎาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.20 น. ที่รัฐสภา น.ส.วทันยา บุนนาค คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้งบกลาง ที่มีวัตถุประสงค์ซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 2 แสนล้านบาทหลัง ที่รัฐบาลให้เหตุผลเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างทางพลังงาน เพื่อแก้ปัญหาฟื้นฟูวิกฤตเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องราคาพลังงาน

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้ตรวจสอบในชั้นกมธ. ปรากฏว่ามีงบกลาง ซึ่งอยู่ในหัวข้อเดียวกันคือเพื่อแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มาจากผลกระทบเรื่องราคาพลังงาน และในวัตถุประสงค์ที่มีความซ้ำซ้อนกันโดยตรงอย่างชัดเจน ที่เป็นการยกเลิกพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสีเขียว ซึ่งหลังจากวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าพ.ร.ก.กู้เงินนี้ สามารถทำได้ ตนจึงเห็นว่างบประมาณดังกล่าว 1.2 หมื่นล้านบาท มีวัตถุประสงค์ที่ซ้ำกับพ.ร.ก.กู้เงิน

เมื่อถามว่า ในชั้นอนุกมธ. มองว่าต้องตัดงบในส่วนนี้หรือไม่ น.ส.วทันยา กล่าวว่า ตนในฐานะกมธ. ยืนยันในการขอตัดหรือลดค่าใช้จ่ายในส่วนของงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเห็นได้ชัดว่างบดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ที่ซ้ำกันทุกตัวบนอักษร และสิ่งที่เป็นกังวลต่อไป คือหากเราปล่อยให้งบประมาณที่มีวัตถุประสงค์ซ้ำกันเช่นนี้ ผ่านกลไกของรัฐสภาออกไป ซึ่งในอนาคตแม้สำนักงบประมาณจะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปรับเปลี่ยนงบประมาณดังกล่าว แต่จะเห็นได้ว่าสำนักงบประมาณ เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี

น.ส. วทันยา กล่าวต่อว่า ตนจึงมีความกังวลว่าในอนาคต อาจมีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณก้อนนี้ไปใช้ในกิจการอื่น ซึ่งถือว่าเป็นการปล่อยงบประมาณดังกล่าว ให้กับทางฝ่ายบริหารไปโดยตรง ซึ่งไม่ต่างกับการตีเช็คเปล่า 1.2 หมื่นล้านบาท ตนจึงมีความกังวลและอยากให้มีการปรับเปลี่ยนงบประมาณดังกล่าวไปใช้ในภารกิจอื่น ที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนมากกว่า

น.ส.วทันยา กล่าวอีกว่า ตนอยากให้มีการปรับลดงบประมาณ นอกจากการมีวัตถุประสงค์ซ้ำซ้อนแล้ว ในส่วนพ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทหลัง จะเห็นได้ว่าในการทำงานจะมีคณะกรรมการ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ในการกลั่นกรองข้อมูลโครงการต่างๆ ที่จะขอใช้พ.ร.ก.กู้เงิน นอกจากนี้ระหว่างการใช้ อยากให้มีการรายงานต่อรัฐสภาเป็นระยะ ในขณะที่งบกลาง หากผ่านกลไกรัฐสภาไปแล้ว จะสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามดุลพินิจของฝ่ายบริหาร โดยที่ไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบอันเข้มข้นของรัฐสภา

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า เนื่องจากเป็นงบกลางที่ตั้งแบบรวมๆ โดยยังไม่มีการระบุในรายละเอียด ว่าโครงการดังกล่าวจะเอาไปใช้กับโครงการอะไรบ้าง แต่จากการตั้งข้อสังเกตและการสอบถามทางสำนักงบประมาณ โดยทางสำนักงบประมาณได้ให้คำตอบว่า งบประมาณดังกล่าวจะแตกต่างกันในวิธีการใช้งบประมาณมากกว่า และจะให้กับหน่วยงบประมาณที่มีเงินนอกงบประมาณเป็นของตัวเอง ซึ่งจะต้องนำเงินนอกงบประมาณของตนมาสมทบ ซึ่งเห็นได้ว่าจากคำอธิบายของสำนักงบ แปลว่าวัตถุประสงค์หรือโครงการที่จะนำไปใช้จริง จริงๆ แล้วไม่ต่างจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทเลย หากเป็นเช่นนี้ ควรนำงบตรงนี้ไปใช้ในพ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทดีกว่า

เมื่อถามว่า ยังมีงบส่วนอื่นหรือไม่ที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติ น.ส.วทันยา กล่าวว่า หลายหน่วยงานมีความทับซ้อนกัน ในเรื่องภารกิจงาน หลายครั้งมีการตั้งข้อสังเกตในการควบรวมหน่วยงานหรือภารกิจบางอย่าง ที่มีความคล้ายคลึงกัน เช่น การรวมอาคารสำนักงาน เพื่อลดงบประมาณ ปัญหางบประมาณของไทยในปัจจุบัน คือการมีทรัพยากรจำกัด งบประมาณเกือบ 70% ถูกใช้ไปกับทรัพยากรบุคคลและงบรายจ่ายประจำ ซึ่งทำให้งบประมาณในปีนี้ที่จะนำไปลงทุนเหลือน้อยลงมาก หลายหน่วยงานที่ตนเห็น แม้จะถูกตัดลดงบประมาณไป แต่งบบุคลากรกลับเพิ่มขึ้น ส่วนงบที่ถูกตัดลด คืองบที่ต้องนำไปดำเนินงาน ซึ่งไม่สอดคล้องกันระหว่างอัตรากำลังและภารกิจที่จะต้องทำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...