“กฎหมายที่มี มันก็มีกฎหมายที่เข้มข้น แต่เป็นของ ‘สถานบริการ’ แต่พวกนี้ไม่ใช่สถานบริการตามนิยามกฎหมาย”
จากกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ ย่านลาดพร้าว ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย ในช่วงเช้าวันนี้ (13 กรกฎาคม) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในช่วงหนึ่ง ชัชชาติพูดถึงกฎหมาย ‘สถานบริการ’ ว่าจริงๆ แล้วมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน ว่าวัสดุที่ใช้ตกแต่งอาคารต้องทนไฟแค่ไหน จนถึงต้องมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอะไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม “คำว่าสถานบริการยังจำกัดอยู่โซนนิ่งแค่ 3 โซน” คือพัฒน์พงศ์, อาร์ซีเอ และสีลม ดังนั้นผู้ว่าฯ มองว่า “คงต้องหารือในการขยายหรือว่าการปรับคำว่า สถานบริการให้เหมาะสมกับสภาพที่เปลี่ยนไปด้วย”
“เพราะจริงๆ แล้ว กฎหมายที่มี มันก็มีกฎหมายที่เข้มข้น แต่เป็นของสถานบริการ แต่พวกนี้ (ร้านที่เกิดเหตุ) ไม่ใช่สถานบริการตามนิยามกฎหมาย ก็คงต้องดูว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ความเข้มข้นนี่มันครอบคลุมไปถึงความเสี่ยงของทุกที่ด้วย” ชัชชาติกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าของ ‘การปรับโซนนิ่ง กทม.’ หลังการหารือกับตำรวจและกระทรวงมหาดไทย ชัชชาติกล่าวว่า “วันนี้โซนนิ่งก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของเรื่องสถานบริการ”
แม้จะไม่ได้อยู่ในโซนนิ่งสถานบริการ แต่ร้านที่เกิดเหตุก็ถูกตรวจสอบเป็นระยะ โดยในช่วงหนึ่ง ผู้สื่อข่าวถามผู้ว่าฯ ถึงการตรวจสอบเส้นทางหนีไฟ จนถึงการควบคุมการก่อสร้างและตกแต่งอาคารให้ตรงมาตรฐานความปลอดภัย ของร้านอาหารและสถานบริการในลักษณะเดียวกัน
ชัชชาติระบุว่า มีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอยู่แล้ว โดยจะมีเช็กลิสต์ว่าต้องตรวจอะไรบ้าง แต่อาจมีบางกรณีเกิดขึ้นระหว่างวัน เช่น การวางกล่องลัง เครื่องครัว หรือโต๊ะไว้ขวางเส้นทางหนีไฟ จึงต้องหาวิธีให้ผู้ประกอบการเห็นถึงความจำเป็นของการรักษาความปลอดภัย พร้อมเพิ่มการสุ่มตรวจให้ละเอียดมากขึ้น
“คงต้องไปดูว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้สภาพทุกวัน เหมือนกันวันที่เข้าไปตรวจด้วย” เขาย้ำ