โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยอาการป่วย แม่ชาวลาว ก่อนดับบนรถทัวร์ ลูก 5 ขวบนั่งร้องไห้

มุมข่าว

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • neen
วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบเหตุพบหญิงชาวลาวเสียชีวิตภายในรถโดยสารปรับอากาศอาม่าทัวร์ สายกรุงเทพฯ-มุกดาหาร ที่จอดอยู่ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร โดยผู้เสียชีวิตคือ นางพอน พันทิลาด ชาวแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเดินทางมาพร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ เพื่อกลับบ้าน

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร เข้าตรวจสอบเหตุพบหญิงชาวลาวเสียชีวิตภายในรถโดยสารปรับอากาศอาม่าทัวร์ สายกรุงเทพฯ-มุกดาหาร ที่จอดอยู่ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมุกดาหาร โดยผู้เสียชีวิตคือ นางพอน พันทิลาด ชาวแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว ซึ่งเดินทางมาพร้อมลูกชายวัย 5 ขวบ เพื่อกลับบ้าน

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตนอนตะแคงอยู่บริเวณท้ายรถ ใกล้ตัวมีถุงขนมมินิบิสกิตสอดไส้แยมสับปะรด ขวดน้ำดื่ม และสัมภาระส่วนตัว ภายในกระเป๋าพบยาติดตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตอาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัวหรืออาการป่วยที่กำเริบ แต่ยังต้องรอผลการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

จากคำบอกเล่าของผู้โดยสารที่นั่งรถคันเดียวกัน ระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการปวดท้องอย่างหนักตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 และยังขอให้ช่วยซื้อนมให้เพราะรู้สึกอ่อนแรง ระหว่างทางแม้จะยังพอพูดคุยได้ แต่มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ก่อนช่วงใกล้ถึงมุกดาหารจะลุกไปเข้าห้องน้ำ และเมื่อกลับออกมาก็เดินแทบไม่ไหว ก่อนทรุดตัวลงนอนบริเวณท้ายรถ

เหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้โดยสารทั้งคัน คือช่วงที่ลูกชายวัย 5 ขวบ พยายามเขย่าเรียกแม่พร้อมพูดว่า แม่ตื่น แม่กลับบ้าน ก่อนร้องไห้ไม่หยุดและกอดแม่ไว้ตลอดเวลา ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตร พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลเด็กชาย และติดตามญาติให้มารับตัวต่อไป

เรียบเรียงโดย มุมข่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...