'โสภณ' สั่งบรรจุร่างกฎหมายเร่งด่วน ปิดจบ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม พุธนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาฯในวันพุธที่ 8 ก.ค.นี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ วันที่ 11 ก.ค.
โดยมีระเบียบวาระเรื่องด่วน สามเรื่องที่เป็นการพิจารณาร่างกฎหมายสามฉบับ และหนึ่งในนั้นคือ ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ให้นิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมืองในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือปี 2548-2568
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ 30 มิ.ย.มีมติด้วยเสียงข้างมาก เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.. และทางวุฒิสภาต้องส่งกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาฯ พิจารณาว่าเห็นชอบด้วยกับร่างที่ผ่านวุฒิสภามาหรือไม่ หลังวุฒิสภา มีการแก้ไขถ้อยคำในบางมาตรา ซึ่งหากสภาฯไม่เห็นด้วย ก็จะนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาฯ ฯ ที่จะทำให้การประกาศใช้ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะต้องขยับออกไป แต่หากสภาฯ ไม่ติดใจอะไร เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของ สว.ก็จะมีการนำร่างฯดังกล่าว นำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป
สำหรับ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าว มีการแก้ไขในชั้นวุฒิสภา จากร่างเดิมที่ผ่านสภาฯ โดยมีการปรับแก้ไขเพิ่มเติมเพียงบางมาตราเท่านั้น เรื่องของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ในมาตรา 6 ที่มี นายกฯ เป็นประธานฯ ที่ทำหน้าที่ในการพิจารณาเรื่องการให้นิรโทษกรรม กับผู้ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมการเมือง โดยวุฒิสภามีการเขียนเพิ่มเติมว่า”การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขซึ่งได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รับความคุ้มครอง”
อีกมาตราที่สำคัญคือ มาตรา 11 ซึ่งในวรรคแรก วุฒิสภา ยังคงไว้ซึ่งหลักสำคัญตามร่างเดิมคือ “บรรดาการกระทำตามความในมาตรา 7 ที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ตามพระราชบัญญัตินี้ผู้กระทำความผิดซึ่งอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ในขณะกระทำความผิดร้องขอไม่ว่าผู้นั้นจะถูกดำเนินคดีหรือแจ้งข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ และคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเห็นเป็นการสมควรเพื่อสร้างเสริมสังคมสันติสุข ให้จัดทำแผนแก้ไขบำบัดผู้กระทำความผิดแล้วส่งแผนพร้อมความเห็นไปยังพนักงานอัยการเพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาหรือให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา
ทั้งนี้ เพื่อให้ใช้มาตรการและสั่งยุติคดีโดยไม่ต้องมืคำพิพากษาตามกฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว และให้ศาลมีอำนาจรับฟังความเห็นของคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขประกอบการพิจารณาสั่งใช้มาตรการดังกล่าวได้ไม่ว่าคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นใด”
แต่ที่เป็นประเด็นคือวุฒิสภา มีการเพิ่มวรรคสอง เข้ามาโดยเขียนล็อกไว้ว่า “ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112” ที่ทำให้ กลุ่มอดีตแกนนำม็อบสามนิ้วและแนวร่วมที่ถูกดำเนินคดี 112 แม้ตอนที่กระทำความผิดอายุยังไม่ถึง 18 ปี ก็ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรมได้ จากที่ร่างเดิมของสภาฯ ไม่มีการเขียนล็อกไว้ จากเดิมที่เพียงเขียนไว้มาตรา3 แค่ว่า “พระราชบัญญัตินี้มิให้มีผลนิรโทษกรรมแก่การกระทำความผิดฐาน ทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และการ กระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย สาหัสตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม”
ประเด็นดังกล่าว อาจทำให้พรรคประชาชน ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มถ้อยคำดังกล่าว ของวุฒิสภา เพราะที่ผ่านมา พรรคประชาชน ต้องการให้มีการนิรโทษกรรมคดี 112 กับคนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถเข้าเงื่อนไขการขอรับการนิรโทษกรรมได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายนิกร จำนง รองประธานวิปรัฐบาลจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวไว้ว่า ส่วนตัวไม่ติดใจการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา เพราะไม่ได้แก้ไขในหลักการสำคัญ ที่อาจทำให้สภาฯ ผ่านความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในวันพุธนี้ แต่นายนิกร บอกไว้ว่าจะนำไปหารือในที่ประชุมวิปรัฐบาลวันจันทร์นี้ 6 ก.ค.นี้ก่อนว่าวิปรัฐบาลจะมีความเห็นอย่างไร
สำหรับ ประเทศไทย พบว่าที่ผ่านมา มีการตรากฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้ว 23 ฉบับตั้งแต่ พ.ศ.2475 แบ่งเป็นพระราชบัญญัติจำนวน 19 ฉบับ พระราชกำหนด 4 ฉบับ
ประกอบด้วยอาทิเช่น
1.พระราชกำหนดนิรโทษกรรมในคราวเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน พุทธศักราช 2475
2.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในการจัดการให้คณะรัฐมนตรีลาออกเพื่อให้มีการเปิดสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2476
3.พระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดฐานกบฏและจลาจล พุทธศักราช 2488
4.พระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดฐานกบถและจราจล พุทธศักราช 2488 พุทธศักราช 2488
5.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช 2489
6.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำรัฐประหาร พ.ศ. 2490
7.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ที่ได้นำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 กลับมาใช้ พ.ศ. 2494
8.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499
9.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2500 พ.ศ. 2500
10.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการปฏิวัติ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 พ.ศ. 2502
11.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2502
12.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการปฏิวัติ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 พ.ศ. 2515
13.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชน ซึ่งกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการเดินขบวน เมื่อวันที่13 ตุลาคม พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2516
14.พระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ที่ 36/2515 ลงวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2517
15.พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 พ.ศ. 2519 เป็นต้น