โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช็อก! มือฆ่าน้ององุ่น ด.ญ. 7 ขวบ เป็นพี่สาววัย 13

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความคืบหน้า คดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของน้ององุ่น อายุ 7 ปี ที่หายจากบ้านไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ก่อนจะถูกพบเป็นศพตอนเสียชีวิตอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งหลังจากพบศพของน้ององุ่น ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ระดมกำลังลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสอบปากคำพยาน เพื่อสืบหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุดนั้น

ล่าสุด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัว เด็กหญิงอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวของน้ององุ่น และนายแป๊ะ อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าของน้ององุ่น มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากเด็กหญิงกานดา เปิดปากสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำให้น้ององุ่นเสียชีวิต โดยเบื้องต้น เด็กหญิงวัย 13 อ้างว่า เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ตนและน้ององุ่น เกิดทะเลาะมีปากเสียงกันที่บ้าน จนตนพลั้งมือใช้มืออุดปากอุดจมูกของน้ององุ่นจนเสียชีวิต จากนั้น ถึงได้ขอความช่วยเหลือจากนายแป๊ะ ซึ่งเป็นน้าชาย ช่วยกันนำศพไปซุกซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า ก่อนจะนำศพใส่กระสอบ และนำศพไปทิ้งไว้ยังจุดที่มีผู้มาพบศพดังกล่าว

โดยในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ มีชาวบ้านเดินทางมา เฝ้าสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกตกใจและไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ที่ลงมือกับน้ององุ่น จะเป็นพี่สาว และน้าชาย ของน้ององุ่นเอง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ในหมู่บ้านมาโดยปกติ ก็เห็นทั้งสองคนดูแลน้องเป็นอย่างดี โดยส่วนตัวยังไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...