โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนอย่ารับหิ้วของต่างประเทศ ขบวนการค้ายาปรับแผนใช้โซเชียลลวงเหยื่อ

สวพ.FM91

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันนี้ (8 ก.ค.69) จากกรณีกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายรับจ้าง “หิ้วของ” ไปต่างประเทศ หลังพบรูปแบบการก่อเหตุของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่อาศัยผู้รับจ้างขนสัมภาระเป็นเครื่องมือ โดยคดีนี้เป็นอีกกรณีนอกเหนือจากคดี “แอร์ฯ มีนา” ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมกราคม 2569 เมื่อร้อยตำรวจเอกหญิง รับจ้างหิ้วกระป๋องลูกเดือย จำนวน 30 กระป๋อง เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศจีน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จีนจับกุม

หลังตรวจพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋อง และถูกควบคุมตัวเพื่อสอบสวน ซึ่งใช้เวลาสอบสวนนานประมาณ 2 เดือน อัยการจีนมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันว่าร้อยตำรวจเอกหญิงตกเป็นเหยื่อของขบวนการรับจ้างหิ้วสินค้า และไม่ทราบว่ามีกัญชาซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของที่รับฝาก ก่อนจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด พลตำรวจโทไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั้งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดและหน่วยงานต้นสังกัดของตำรวจหญิงรายดังกล่าว อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่าผู้เสียหายรับจ้างขนสิ่งของผ่านเพจรับหิ้วสินค้า ระหว่างเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศจีน ก่อนถูกจับกุมเมื่อเจ้าหน้าที่จีนตรวจพบกัญชาซุกซ่อนในสัมภาระ

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า คดีลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ปรับเปลี่ยนวิธีการ โดยอาศัยพฤติกรรมของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ติดต่อว่าจ้างผ่านเพจหรือบุคคลที่ไม่รู้จัก เพื่อหลอกให้รับขนสิ่งของผิดกฎหมาย พร้อมเตือนประชาชนไม่ควรรับฝากหรือรับจ้างขนสิ่งของของผู้อื่นไปต่างประเทศ แม้จะได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อย เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรม และต้องรับโทษตามกฎหมายของประเทศปลายทาง

เมื่อถามถึงขั้นตอนการสอบสวนว่าถึงขั้นตอนไหนแล้วมีการให้ข้อมูลหรือไม่ว่ามีการหิ้วของไปโดยทราบหรือไม่ทราบว่ามียาเสพติดอยู่ด้านในพลตำรวจโทไตรรงค์ ระบุว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป ต้องรอผลการสืบสวนเชิงลึกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนการกระทำความผิดมีกฎหมายของแต่ละประเทศก็ว่าไปตามอำนาจการพิจารณาคดีของประเทศนั้นๆ

ขณะที่ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานต้นสังกัดได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัยแล้ว ตามระเบียบที่กำหนดไว้ โดยยืนยันว่าหากพบตำรวจมีความผิด จะดำเนินการทั้งทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ยืนยันว่าตำรวจทำดีต้องยกย่องเชิดชู ตำรวจทำผิดก็ว่ากันเด็ดขาดทั้งวินัยและอาญา

เมื่อถามว่าจะต้องมีการกำชับตำรวจเป็นพิเศษหรือว่ามีมาตรการอะไรเพิ่มหรือไม่ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีระเบียบวินัยที่มากกว่าพี่น้องประชาชนหรือข้าราชการพลเรือนคนอื่นอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ข้าราชการตำรวจต้องตระหนักถึงระเบียบวินัยที่จะต้องปฏิบัติในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ล่าสุดโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของร้อยตำรวจเอกหญิงรายดังกล่าว ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ส่วน บช.ปส. อยู่ระหว่างขยายผลถึงที่มาของของกัญชาดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...