นายกฯนั่ง ‘ยานเกราะฯ’ เปิดงาน ‘อาวุธ’ กห.เดินหน้าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พึ่งพาตัวเอง
นายกฯนั่ง 'ยานเกราะฯ' ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ เปิดงาน 'อาวุธ' กลาโหม บอก อบอุ่นท่ามกลางทหารย้ำเดินหน้าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พึ่งพาตัวเอง สนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้อยู่ได้
8 ก.ค.2569 - เมื่อเวลา 08.00น.ที่สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด “การจัดงานนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569” หรือ THAILAND Defence Industry Exhibition 2026 : THAIDEF-EX 2026 ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 10 กรกฎาคม 2569
โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวศุภมาศ อิสระภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนผู้ประกอบการและเครือข่ายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจากหลากหลายภาคส่วน เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยสู่อนาคต / ขณะที่ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้การต้อนรับ
ทันทีที่นายกรัฐมนตรีมาถึง ได้ขึ้นรถหุ้มเกราะล้อยาง first win ของบริษัทชัยเสรี ตรวจแถวเกาะเกียรติยศ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จากนั้นกล่าวเปิดงานว่า มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาเห็นการจัดนิทรรศการ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีความพร้อมในการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตย ก็ยังมีความพร้อมในการพึ่งพาตัวเอง และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ในบริบทของโลกในปัจจุบัน วันนี้โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลง หลายคนบอกว่าหมดยุคโลกาภิวัตน์แล้ว จากโลกที่เคยพึ่งพากัน ซื้อง่ายขายคล่องจะหาวัตถุดิบอะไร ก็ไม่ใช่เป็นของจำกัด แต่วันนี้กลาย เป็นโลกที่การค้าการลงทุนไม่ราบรื่นเหมือนเดิม ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้หลายประเทศกลับมาแบ่งขั้ว ทำให้ห่วงโซ่อุปทานสะดุด เกิดข้อจำกัดการผลิตและการเข้าถึงวัตถุดิบที่สำคัญ เนื่องด้วยที่หลายประเทศต้องหันมาพึ่งพาตัวเอง เพื่อความมั่นคงและความยั่งยืน แทนที่จะรอซื้อของจากคนอื่น
สำหรับประเทศไทยการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ไม่เพียงแต่เพื่อเสริมความมั่นคง และเพิ่มการพึ่งพาตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนา เทคโนโลยียกระดับ ภาคอุตสาหกรรม และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีศักยภาพด้านการผลิต มีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศต่างๆ ทำให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ งานในครั้งนี้และเป็นอีกหนึ่งหมุดหมาย สำหรับพัฒนาการของประเทศ ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม พัฒนาประเทศที่เกิดขึ้น ยังส่งผลดีต่อประเทศอีกหลายมิติ ด้วยการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ด้านนวัตกรรม การสร้างผู้ประกอบการของไทย ได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้น รวมถึงเป็นการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ ที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้รับประโยชน์ไปพร้อมกันด้วย หลายเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอากาศยานไร้คนขับ ระบบนำทางผ่านดาวเทียม หรือวัสดุชนิดพิเศษ ต่างก็มีจุดเริ่มต้นจากการวิจัยด้านความมั่นคง ก่อนจะต่อยอดมาสู่การใช้งานในภาคอุตสาหกรรม และชีวิตประจำวัน
"ดังนั้นการลงทุนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ จึงไม่ใช่การลงทุนเพื่อความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมไทย และเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วย ตนเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นฐานการผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาค งานในวันนี้จึงนับเป็นโอกาสสำคัญ ที่ทุกภาคส่วนได้มาร่วมกัน แสดงพลังและวิสัยทัศน์ของประเทศไทย"
นายอนุทิน กล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี ขอย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆเพื่อให้การวิจัยการพัฒนาและการผลิตของไทยเชื่อมโยงกัน ได้อย่างครบวงจร การลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัยศักยภาพการผลิต และความต้องการใช้งานจริง สู่การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย อย่างเป็นรูปธรรม สุดท้ายนี้ผมเชื่อมั่นว่าการรวมพลังของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับประเทศไทย และขอขอบคุณทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงผู้มีส่วนร่วมในการจัดงานในครั้งนี้ทุกท่าน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย ให้เติบโตด้วยนวัตกรรม และการพึ่งพาตนเองอย่างแท้จริง” นายอนุทิน กล่าว
การจัดงาน THAIDEF-EX 2026 ถือเป็นการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Power of Self Reliance : พลังแห่งการพึ่งพาตนเอง” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงกลาโหมที่มุ่งเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ผ่านการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมภายในประเทศ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถของประเทศและก้าวสู่การพึ่งพาตนเองอย่างเป็นรูปธรรม
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย 2569 ว่า ขอเชิญชวนประชาชน ผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่มีความสนใจ มาเที่ยวงาน THAIDEF-EX 2026 ซึ่งเป็นนิทรรศการที่แสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยในวันนี้ รู้สึกประทับใจและความมั่นใจว่าประเทศไทยปลอดภัย สามารถป้องกันตนเองจากการรุกรานของข้าศึกได้แน่นอน เรามีการพัฒนา มีการยกระดับ สำคัญที่สุดเราไม่ต้องพึ่งพาการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ จนเรายืนอยู่บนขาตัวเองไม่ได้ ทั้งนี้ได้เห็นความสามารถ ความมุ่งมั่น ความพร้อมของผู้ประกอบการ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำเป็นนโยบายจากนี้ไป คือให้หน่วยของเหล่าทัพ หรือหน่วยงานที่ต้องใช้ยุทโธปกรณ์เหล่านี้ อุดหนุนผู้ประกอบการไทย เพื่อให้เกิดการพัฒนาและยกระดับการปรับศักยภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนได้บอกกับ รองนายกฯ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และ รมว.กลาโหม ว่าหลายบริษัทส่งออกไปต่างประเทศ แต่บางบริษัทยังไม่ได้ขายให้ไทย ซึ่งในหลักการเราต้องให้การสนับสนุนพวกเขา เพื่อความมั่นคงของพวกเราด้วย รัฐบาลก็ต้องดูแลงบประมาณในการสนับสนุน มีไทยช่วยไทยเรื่องค่าใช้จ่ายประชาชนแล้ว ก็ต้องดูแลคนไทยเพื่อป้องกันประเทศ และสร้างความมั่นคง
“ผมเดินอยู่ในงานนี้ ในฐานะนายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ก็มีความมั่นใจว่า ถ้าเกิดมีเหตุเหตุการณ์ที่เราไม่อยากให้เกิด แต่มันจำเป็นต้องเกิด เรามีความพร้อม สิ่งที่เคยขาดช่วงไปบ้างตอนนี้สามารถเติมเต็มได้ มีความพร้อมที่จะรับมือในทุกสถานการณ์ ตามหลักการ แม้หวังตั้งสงบ ต้องเตรียมรบให้พร้อมสรรพ ตอนนี้เราอยู่ในสถานะเช่นนี้ ขอให้ประชาชนมีความมั่นใจ สบายใจว่าเราจะดูแลอธิปไตย ปกป้องผืนแผ่นดินของเราอย่างเต็มที่”
ส่วนงานวิจัยกับงบประมาณที่ควบคู่กัน รัฐบาลจะเสริมอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เรามีกระทรวง อว. แต่ละหน่วยงานมีงบที่จะไปวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เป็นสิ่งที่รัฐบาลให้การสนับสนุนอยู่แล้ว และเราต้องยกระดับ นอกจากจะสามารถผลิตยุทธภัณฑ์ต่างๆในการป้องกันประเทศแล้ว ผู้ประกอบการก็สามารถแสดงให้รัฐบาลเห็นว่าเขาเป็นแหล่งที่จะสร้างรายได้ให้กับประเทศได้จากสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเขา รัฐบาลก็มีหน้าที่ให้การสนับสนุนด้านการวิจัยต่างๆ ให้ร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นการดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ด้วยและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
นายกฯ ย้ำว่า วันนี้มาอยู่ท่ามกลางแวดล้อมของกองทัพ รู้สึกอบอุ่น มั่นใจว่ากองทัพไทยมีความพร้อมในการปกป้องดูแลราชอาณาจักร ดูแลอธิปไตย ดูแลความสงบสุขในประเทศ ให้คนไทยทุกคนมีความปลอดภัยทุกกรณี