บลจ.กรุงศรี เปลี่ยนกองทุนหลักเสริมศักยภาพพอร์ตหุ้นจีน A-Shares
บลจ.กรุงศรี ปรับกลยุทธ์กองทุนหุ้นจีน A-Shares 3 กอง เปลี่ยนกองทุนหลักเป็น Goldman Sachs China A-Share Equity Portfolio หวังเพิ่มศักยภาพสร้างผลตอบแทน พร้อมรับโอกาสเติบโตจากธีม “New China” และการขยายตัวของ AI
วันที่ 8 ก.ค.2569 บลจ.กรุงศรี ประกาศปรับกลยุทธ์การลงทุนของกลุ่มกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ได้แก่ KF-ACHINA-A, KF-ACHINARMF และ KF-ACHINASSF โดยเปลี่ยนกองทุนหลักใหม่เป็น Goldman Sachs China A-Share Equity Portfolio มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
การเปลี่ยนกองทุนหลักในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทน ด้วยกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกที่สอดคล้องกับสภาวะตลาด และมีความเชี่ยวชาญในการลงทุนในตลาดหุ้นจีน
บลจ.กรุงศรี มองว่าตลาดหุ้นจีน A-Shares เป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนในระยะยาว เนื่องจากเป็นแหล่งรวมบริษัทที่ดำเนินธุรกิจภายในประเทศ และได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ หรือ“New China” ครอบคลุมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง การผลิตสมัยใหม่ การบริโภคภายในประเทศ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีน A-Shares ยังมีแรงสนับสนุนจากปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายด้าน โดยเฉพาะการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมถึงสภาพคล่องในระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นจีนในระยะต่อไป
สำหรับกองทุนหลัก Goldman Sachs China A-Share Equity Portfolio มีจุดเด่นจากทีมผู้บริหารกองทุนที่มีประสบการณ์เฉลี่ยถึง 17 ปี และมีทีมงานอยู่ในพื้นที่จริง ทำให้สามารถติดตาม วิเคราะห์ และคัดเลือกโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นจีนได้อย่างใกล้ชิด กองทุนหลักใช้แนวทางการบริหารพอร์ตเชิงรุก โดยมุ่งคัดเลือกบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโต มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความได้เปรียบในการแข่งขัน และได้รับประโยชน์จากธีม “New China” พร้อมบริหารพอร์ตอย่างสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นเชิงรับ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้พอร์ตสามารถปรับตัวได้อย่างคล่องตัวตามสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ พอร์ตการลงทุนปัจจุบันจะมีลักษณะแตกต่างจากดัชนีอ้างอิง โดยเน้นลงทุนในกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตเชิงโครงสร้าง เช่น กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มวัสดุ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีตัวอย่างหุ้นชั้นนำในพอร์ต เช่น Contemporary Amperex Technology, Zijin Mining, China Merchants Bank, Zhongji Innolight และ Kweichow Moutai เป็นต้น
ในด้านผลการดำเนินงาน กระบวนการคัดเลือกหุ้นของกองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มเหนือดัชนีอ้างอิง หรือ Alpha ได้ 2.38% ต่อปีโดยเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดย 90% ของ Alpha ดังกล่าวมาจากการคัดเลือกหุ้นรายตัว ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของกระบวนการลงทุนและความเชี่ยวชาญของทีมบริหารกองทุนในการค้นหาโอกาสการลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว