โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KWM ปรับเกมธุรกิจ ฝ่าตลาดเกษตรซบ

ทันหุ้น

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#KWM #ทันหุ้น – KWM ประเมินครึ่งปีหลัง 2569 ตลาดเกษตรซบเซา! รับแรงกดดันราคาอ้อยดิ่ง ฉุดดีมานด์ใบจักรชะลอ ขณะที่เกษตรกรรัดเข็มขัด บริษัทปรับแผน เร่งคุมต้นทุน-บริหารสภาพคล่องเต็มกำลัง พร้อมเดินหน้า Digital Transformation ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ขอรักษาฐานรายได้ ต่อยอดระยะยาว

นายอุกฤษณ์ วนโกสุม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ยังเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดเกษตรที่ซบเซาและกำลังซื้อของเกษตรกรที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยประเมินว่าสถานการณ์มีแนวโน้ม“ทรงตัว” หลังจากชะลอตัวลงมากในช่วงก่อนหน้า ขณะที่บริษัทยังคงติดตามปัจจัยด้านสภาพอากาศและภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าบริหารสภาพคล่อง ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรับมือกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

@จับตาตลาด

สำหรับภาพรวมยอดขาย สินค้าเรือธงอย่าง “ใบจักร” มียอดสั่งซื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาอ้อยปรับตัวลดลงจนกระทบกำลังซื้อของเกษตรกร ส่งผลให้การตัดสินใจลงทุนซื้ออุปกรณ์ใหม่ชะลอตัว ขณะที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มข้าว เช่น ใบโรตารี่ ยังสามารถจำหน่ายได้ แม้จะชะลอลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทคาดว่าจะเห็นทิศทางตลาดชัดเจนขึ้นภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ บริษัทพบว่าพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ชะลอการใช้จ่ายและจะตัดสินใจซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในช่วงใกล้ฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน สะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวย ขณะที่ฐานลูกค้าหลักยังเป็นกลุ่มเกษตรกรรายกลางถึงรายใหญ่ และผู้รับจ้างไถที่มีรถแทรกเตอร์เป็นของตนเอง

นายอุกฤษณ์กล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและควบคุมต้นทุนเป็นสำคัญ เนื่องจากยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าแรงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตและดำเนินโครงการ Digital Transformation มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการพึ่งพาแรงงาน และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น จึงช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและรองรับภาวะตลาดที่ผันผวนได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมด้านระบบการผลิตและการบริหารจัดการภายในตั้งแต่ก่อนเกิดภาวะชะลอตัว ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ในปีนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่

@ลุยตลาดนอก

สำหรับตลาดต่างประเทศ ตลาดเวียดนามยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดพม่ายังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและการปิดด่านชายแดน ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ บริษัทจึงปรับกลยุทธ์โดยลดการทำตลาดในประเทศที่อยู่ห่างไกล เช่น ยุโรป และหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมถึงการขยายตลาดในประเทศที่มีโอกาสเติบโตมากกว่า

ส่วนยอดขายจากลูกค้าพันธมิตรอย่างสยามคูโบต้า บริษัทยังต้องติดตามทิศทางตลาดและแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด รวมถึงทิศทางคำสั่งซื้อและแนวโน้มรายได้ของบริษัทในระยะต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...