KWM ปรับเกมธุรกิจ ฝ่าตลาดเกษตรซบ
#KWM #ทันหุ้น – KWM ประเมินครึ่งปีหลัง 2569 ตลาดเกษตรซบเซา! รับแรงกดดันราคาอ้อยดิ่ง ฉุดดีมานด์ใบจักรชะลอ ขณะที่เกษตรกรรัดเข็มขัด บริษัทปรับแผน เร่งคุมต้นทุน-บริหารสภาพคล่องเต็มกำลัง พร้อมเดินหน้า Digital Transformation ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ขอรักษาฐานรายได้ ต่อยอดระยะยาว
นายอุกฤษณ์ วนโกสุม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ยังเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดเกษตรที่ซบเซาและกำลังซื้อของเกษตรกรที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยประเมินว่าสถานการณ์มีแนวโน้ม“ทรงตัว” หลังจากชะลอตัวลงมากในช่วงก่อนหน้า ขณะที่บริษัทยังคงติดตามปัจจัยด้านสภาพอากาศและภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าบริหารสภาพคล่อง ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรับมือกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
@จับตาตลาด
สำหรับภาพรวมยอดขาย สินค้าเรือธงอย่าง “ใบจักร” มียอดสั่งซื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากราคาอ้อยปรับตัวลดลงจนกระทบกำลังซื้อของเกษตรกร ส่งผลให้การตัดสินใจลงทุนซื้ออุปกรณ์ใหม่ชะลอตัว ขณะที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มข้าว เช่น ใบโรตารี่ ยังสามารถจำหน่ายได้ แม้จะชะลอลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทคาดว่าจะเห็นทิศทางตลาดชัดเจนขึ้นภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า
นอกจากนี้ บริษัทพบว่าพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ชะลอการใช้จ่ายและจะตัดสินใจซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในช่วงใกล้ฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน สะท้อนความระมัดระวังในการใช้จ่ายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เอื้ออำนวย ขณะที่ฐานลูกค้าหลักยังเป็นกลุ่มเกษตรกรรายกลางถึงรายใหญ่ และผู้รับจ้างไถที่มีรถแทรกเตอร์เป็นของตนเอง
นายอุกฤษณ์กล่าวต่อว่า ปีนี้บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องและควบคุมต้นทุนเป็นสำคัญ เนื่องจากยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และค่าแรงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิตและดำเนินโครงการ Digital Transformation มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการพึ่งพาแรงงาน และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น จึงช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันและรองรับภาวะตลาดที่ผันผวนได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมด้านระบบการผลิตและการบริหารจัดการภายในตั้งแต่ก่อนเกิดภาวะชะลอตัว ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ในปีนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
@ลุยตลาดนอก
สำหรับตลาดต่างประเทศ ตลาดเวียดนามยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดพม่ายังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองและการปิดด่านชายแดน ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ บริษัทจึงปรับกลยุทธ์โดยลดการทำตลาดในประเทศที่อยู่ห่างไกล เช่น ยุโรป และหันมาให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมถึงการขยายตลาดในประเทศที่มีโอกาสเติบโตมากกว่า
ส่วนยอดขายจากลูกค้าพันธมิตรอย่างสยามคูโบต้า บริษัทยังต้องติดตามทิศทางตลาดและแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาด รวมถึงทิศทางคำสั่งซื้อและแนวโน้มรายได้ของบริษัทในระยะต่อไป