โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนโซลาร์-ลม สั่งเลิก 'สัญญาชั่วนิรันดร์' หั่นราคารับซื้อเหลือ 2.16 บาท

MATICHON ONLINE

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เลขาสภาพัฒน์ฯ เผย รัฐทุบโต๊ะ รื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนโซลาร์-ลม สั่งเลิก “สัญญาชั่วนิรันดร์” ต่ออายุอัตโนมัติ หั่นราคารับซื้อเหลือ 2.16 บาทเท่าโครงการโซลาร์ชุมชน จ่อชง กพช.แก้มติเดิม ก่อนให้ 3 การไฟฟ้าทำสัญญาใหม่ หวังดึงค่า FT และค่าไฟโดยรวมลง ระบุ “ปกรณ์” มอบนโยบายเดินหน้าสร้างความเป็นธรรม ชี้ไม่ต้องกลัวถูกเอกชนฟ้อง

วันที่ 8 กรกฎาคม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เปิดเผยภายหลังการประชุมที่มีนายปกรณ์ อินประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติสำคัญในการปรับปรุงแนวทางการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจากภาคเอกชนเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามนโยบายของรัฐบาล

ทั้งนี้คณะกรรมการฯพบว่าปัญหาหลักที่พบคือสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนขนาดเล็ก และขนาดเล็กมาก (SPP/VSPP) ที่มีการทำสัญญาระหว่างภาครัฐกับเอกชนในอดีต ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) และพลังงานลม (Wind) มีลักษณะเป็นสัญญาชั่วนิรันดร์ที่มีการต่ออายุโดยอัตโนมัติให้กับภาคเอกชนเมื่อหมดสัญญา นอกจากนี้ราคารับซื้อเดิมยังอ้างอิงจากราคาขายส่งบวกด้วยค่าไฟฟ้าผันแปร (FT) ซึ่งสูงถึงกว่า 3 บาทต่อหน่วย ทั้งที่โรงไฟฟ้าประเภทนี้ไม่มีต้นทุนด้านเชื้อเพลิงที่แท้จริง เพราะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนคือลมและไฟฟ้า คณะกรรมการจึงพิจารณาปรับราคารับซื้อใหม่ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบันที่ถูกลง โดยอ้างอิงราคาจากโครงการโซลาร์ชุมชนที่ 2.16 บาทต่อหน่วย โดยจะใช้กับโรงไฟฟ้าประเภทโซลาร์เซลล์ก่อน เพราะมีราคาอ้างอิงที่ชัดเจน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะมีการกำหนดราคารับซื้อใหม่อีกครั้ง

นายดนุชา กล่าวว่าในการดำเนินการกับสัญญาในลักษณะนี้คณะกรรมการได้ข้อสรุปที่จะดำเนินการโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มโรงไฟฟ้าที่ครบอายุสัญญา 25 ปีแล้ว โดยปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 515 สัญญา รวมกำลังการผลิตราว 2,400 เมกะวัตต์ ซึ่งกลุ่มนี้เดิมมีการต่อสัญญาอัตโนมัติครั้งละ 3-5 ปี มติใหม่คือจะไม่มีการต่อสัญญาอัตโนมัติอีกต่อไป โดยจะให้ต่อได้อีกเพียง 1 รอบตามระยะเวลาในสัญญาเดิม เช่น 3 หรือ 5 ปี และต้องใช้ราคารับซื้อที่ 2.16 บาทต่อหน่วยเท่านั้น หากครบกำหนดนี้แล้วจะถือว่าสิ้นสุดสัญญาทันที

2.กลุ่มที่ได้รับเงินอุดหนุน (Adder) มาครบ 10 ปี แต่ยังไม่ครบอายุสัญญา 25 ปี ตามสัญญาที่ได้ทำไว้ ซึ่งในส่วนนี้มีประมาณ 46 สัญญา มีกำลังการผลิตที่ขายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วประมาณ 1,478 เมกะวัตต์) โดยกลุ่มนี้ถือว่าคุ้มทุนค่าก่อสร้างแล้วในช่วงที่ได้รับค่า Adder ดังนั้นในช่วงเวลาที่เหลือของสัญญาจะถูกปรับลดราคารับซื้อลงมาอยู่ที่ 2.16 บาทต่อหน่วยเช่นกัน

ส่วนกลุ่มที่ยังไม่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (Non-COD) ที่มีอยู่ประมาณ 4 สัญญา มีกำลังการผลิตรวม 67 เมกะวัตต์ โดยกลุ่มนี้หากล่วงเลยกำหนด COD มาแล้ว 2 ปีโดยไม่มีความคืบหน้า จะมีการพิจารณายกเลิกสัญญาเป็นรายกรณี

เมื่อถามว่า ค่าไฟจะลดลงได้เท่าไหร่ นายดนุชา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขที่ปรับปรุงชัดเจน แต่การปรับค่า FT ในส่วนนี้ให้ลดลงสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงก็จะมีประโยชน์ต่อค่าไฟโดยรวมของประชาชน เพราะการปรับโครงสร้างราคาใหม่นี้จะทำการปลดส่วนที่เป็น FT ออกไปเพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ณ ปัจจุบัน ซึ่งเทคโนโลยีราคาถูกลงมากแล้ว โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำลังอยู่ระหว่างการคำนวณตัวเลขว่าผลจากการปรับปรุงสัญญาจะลดค่าไฟลงได้เท่าใด โดยการลดลงของค่าไฟฐานอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในงวดนี้ทันที เนื่องจากต้องรอให้มีการทยอยแก้ไขสัญญาระหว่างการไฟฟ้าและเอกชนให้ครบถ้วนก่อน

ทั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินการต่อไปคณะกรรมการฯจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อกำหนดเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ ก่อนจะมีการดำเนินการแก้ไขและยกเลิกมติ กพช.ที่เคยมีการอนุมัติมีสัญญาแบบต่ออายุอัตโนมัติ จากนั้นจะให้ 3 การไฟฟ้าดำเนินการแก้ไขสัญญากับเอกชนต่อไป โดยนายปกรณ์ ประธานคณะกรรมการ ย้ำในที่ประชุมว่าภาครัฐต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและความเป็นธรรมเป็นที่ตั้ง และไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกฟ้องร้องจากเอกชนเนื่องจากเป็นการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

นายดนุชา กล่าวว่า นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ประชุมบอกว่าเรามีหน้าที่ในการแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมที่มันเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นก็ต้องทำให้มันเป็นธรรมก่อน ให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะงั้นก็ไม่ต้องไปกังวลเรื่องการถูกฟ้องร้องจากเอกชนเพราะเราทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยรวม

เมื่อถามว่า ในส่วนของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) รัฐบาลจะเข้าไปดูในเรื่องของสัญญาด้วยหรือไม่ นายดนุชากล่าวว่าในส่วนของโรงไฟฟ้า IPP เนื่องจากสัญญามีความซับซ้อนและทำขึ้นคนละช่วงเวลา คณะกรรมการจึงมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อพิจารณาปรับปรุงค่า AP และค่าพลังงานไฟฟ้า (EP) โดยเฉพาะเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อค่าไฟฟ้าฐานของประชาชน แต่ในส่วนนี้จะเป็นการปรับปรุงสัญญาในส่วนต่อไป โดยในขณะนี้รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขสัญญาในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่สัญญาไม่เป็นธรรมก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขสัญญากับภาคเอกชนจะกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังดึงดูดการลงทุน เช่นดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องใช้ไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก นายดนุชา กล่าวว่าเรื่องที่รัฐบาลทำจะไม่กระทบเชื่อมั่นนักลงทุน เนื่องจากรัฐบาลมีแนวทางรองรับชัดเจน ทั้งการปรับปรุงสถานีไฟฟ้า (Sub-station) และการส่งเสริม Direct PPA เพื่อให้ผู้ประกอบการซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากผู้ผลิตได้ ซึ่งจะไม่กระทบต่อแผนการลงทุนในภาพรวม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชนโซลาร์-ลม สั่งเลิก ‘สัญญาชั่วนิรันดร์’ หั่นราคารับซื้อเหลือ 2.16 บาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...