โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินฟลูฯ สายเที่ยวเด็กสุดช้ำ โจรงัดบ้านกวาดพระเครื่องมรดกกว่า 5 แสน วอนตำรวจเร่งล่าตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 6.23 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สองสามีภรรยาเจ้าของช่อง Double Tarb อินฟลูเอนเซอร์สายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับเด็ก ร้องสื่อหลังถูกคนร้ายงัดบ้านพักย่านบางกรวย จ.นนทบุรี ขโมยพระเครื่องและทรัพย์สินสะสมมูลค่ากว่า 500,000 บาท เผยคนร้ายเลือกขโมยเฉพาะของมีค่า ใช้เวลาค้นบ้านอย่างใจเย็น ก่อนหลบหนีตามเส้นทางผ่าน 4 อำเภอ แม้มีภาพวงจรปิดและข้อมูลรถ แต่คดียังไม่คืบ วอนตำรวจเร่งติดตามตัว

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายนพรัตน์ กล้าหาญ อายุ 54 ปี และ นางสาวนฤมล เอี่ยมธีระกุล อายุ 36 ปี อินฟลูเอนเซอร์สายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับเด็ก เจ้าของช่อง Double Tarb ซึ่งมียอดผู้ติดตามกว่า 78,000 คน หลังถูกคนร้ายก่อเหตุงัดบ้านพักภายในชุมชนบางไกรใน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี กวาดพระเครื่องและทรัพย์สินมีค่ารวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 11.40 น.

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางกรวย แต่จนถึงขณะนี้คดียังไม่มีความคืบหน้า แม้ภาพจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านจะสามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัย รวมถึงเส้นทางหลบหนีไว้ได้

นางสาวนฤมล เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 10.30 น. ตนและสามีได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อไปทำธุระ ระหว่างทางได้ขับสวนกับชายต้องสงสัย อายุประมาณ 30 ปลายถึง 40 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ สวมเสื้อฮู้ดสีดำ กางเกงขาสั้น สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ และถือเบ็ดตกปลา โดยชายคนดังกล่าวได้มาจอดรถบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งขณะนั้นตนคิดว่าเป็นชาวบ้านที่มาตกปลาตามปกติ จึงไม่ได้เอะใจ

กระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. เมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน พบความผิดปกติบริเวณหน้าต่าง มีบันไดพาดอยู่ จึงตรวจสอบภายในบ้าน ก่อนพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านถูกรื้อค้นกระจัดกระจายทั่วทั้งหลัง จึงทราบว่าถูกคนร้ายงัดเข้ามาลักทรัพย์

จากนั้นได้ขอภาพจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้านมาตรวจสอบ พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายคนเดียวกับที่ขับรถสวนกันในช่วงเช้า โดยหลังลงมือได้นำถุงผ้าของลูกสาว ซึ่งบรรจุทรัพย์สินที่ขโมยมา ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากปากซอยหลบหนีไป

สำหรับภายในบ้านไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายใช้บันไดปีนขึ้นไปงัดหน้าต่าง ก่อนแหวกมุ้งลวดเข้าทางห้องนั่งเล่น เนื่องจากประตูหน้าบ้านเป็นระบบดิจิทัล หากกดรหัสผิดจะมีสัญญาณเตือนดังขึ้น

เมื่อเข้าไปภายในบ้าน คนร้ายได้ตรงไปยังตู้โชว์พระเครื่องที่เจ้าของบ้านสะสมไว้หลายร้อยองค์ ก่อนนำพระออกมานั่งคัดเลือกบริเวณหน้าทีวี องค์ใดไม่ต้องการก็วางทิ้งไว้ จากนั้นยังรื้อค้นห้องนอน บริเวณหัวเตียงและตู้เสื้อผ้าจนข้าวของกระจัดกระจาย

ทรัพย์สินที่สูญหายส่วนใหญ่เป็นพระเครื่องและของสะสมที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ อาทิ พระสมเด็จวัดระฆัง รุ่น 4 เลี่ยมทอง มูลค่ากว่า 300,000 บาท หลวงพ่อสดเลี่ยมทอง พระเลี่ยมทองหลายองค์ พระขุนแผนรุ่นเก่า เหรียญหลวงพ่อคูณ เหล็กไหล เหรียญทองในหลวง เหรียญสมเด็จย่าเนื้อทอง จตุคามรามเทพกว่า 10 ตลับ พระปิดตารุ่นเก่า พระรูปสิงห์ หลวงปู่หลิว รวมถึงพระเครื่องโบราณอีกกว่า 40-50 องค์ที่สะสมมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า

นอกจากนี้ ยังมีชุดกระปุกออมสินในหลวงรัชกาลที่ 9 จำนวน 3 ใบ ภายในบรรจุเหรียญสะสม เหรียญโบราณ ธนบัตรเก่า รวมถึงแหวนทองน้ำหนัก 2 สลึง ที่เก็บไว้ในกระเป๋ารูปแมวบริเวณหัวเตียง รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 500,000 บาท

นางสาวนฤมล กล่าวว่า พระเครื่องส่วนใหญ่เป็นมรดกประจำตระกูล ซึ่งมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่ามูลค่าทางการเงิน แม้เวลาจะผ่านมาหลายสัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถติดตามตัวคนร้ายได้ ทั้งที่มีภาพวงจรปิดและข้อมูลทะเบียนรถค่อนข้างชัดเจน จึงอยากขอให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียง เพื่อช่วยติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านนายนพรัตน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้ายด้วยตนเองทุกจุดที่สามารถเข้าถึงได้ พบว่าคนร้ายมีความชำนาญในการก่อเหตุและหลบหนีเป็นอย่างมาก โดยขี่รถจักรยานยนต์วนไปตามเส้นทางต่าง ๆ นานกว่า 1 ชั่วโมง ไม่มีการหยุดพัก

จากการตรวจสอบพบว่า คนร้ายขับรถผ่านพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ บางกรวย บางใหญ่ ไทรน้อย และบางบัวทอง โดยเลือกใช้เส้นทางภายในหมู่บ้าน ซอยเปลี่ยว และถนนเลียบคลองหลายสาย ก่อนที่ภาพจากกล้องวงจรปิดจะขาดหายไปในพื้นที่บางบัวทอง ทำให้ไม่สามารถติดตามเส้นทางต่อได้

หลังเกิดเหตุ ครอบครัวยังคงรู้สึกหวาดระแวง เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังลอยนวล จึงตัดสินใจติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมทั้งภายในและภายนอกบ้าน เพื่อป้องกันเหตุซ้ำ พร้อมฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย ให้เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว

“แม้อยากได้ทรัพย์สินคืน แต่เข้าใจว่าพระเครื่องจำนวนมากอาจถูกนำไปกระจายขายแล้ว อยากฝากถึงคนร้ายว่า อย่าไปทำแบบนี้กับใครอีก ควรสู้ชีวิตด้วยความสุจริต ไม่ใช่มาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น เพราะของหลายชิ้นเป็นมรดกของครอบครัว มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าราคา” นางสาวนฤมล กล่าว

ผู้สื่อข่าวได้ประสานสอบถามความคืบหน้าคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย เบื้องต้นทราบว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...