บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด แรงกระเพื่อมการเมืองจากเกมแก้รัฐธรรมนูญ เริ่มปะทุหนักขึ้น เมื่อ “89 สว.” นำโดย พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ วุฒิสภา ออกโรงตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้ เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ ผู้นำฝ่ายค้าน หลังโพสต์พาดพิง “วุฒิสภาสีน้ำเงิน” และโยงเป็น “มรดกรัฐประหาร” จากรัฐธรรมนูญปี 2560 จนถูกมองว่าเป็นการเปิดศึกตรงกับวุฒิสภาแบบไม่ไว้หน้า
แกนนำ สว.มองว่าคำพูดดังกล่าวไม่ใช่แค่การวิจารณ์ทางการเมือง แต่เป็นการ “ยุยงปลุกปั่น” ให้สังคมเกลียดชังองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พร้อมประกาศกร้าวให้ “เท้ง” ออกมาขอโทษภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าดำเนินคดีเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของวุฒิสภา
น้ำเสียงของ “พิสิษฐ์” ค่อนข้างแข็งกร้าว โดยเฉพาะช่วงที่ย้ำว่า สว.ทุกคนเข้าสู่ตำแหน่งตามกระบวนการรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แม้จะมีข้อร้องเรียน แต่ตราบใดที่องค์กรอิสระหรือศาลยังไม่วินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด
ประเด็นสำคัญคือ สว.พยายามหักล้างวาทกรรม “มรดกรัฐประหาร” ด้วยการยกเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านประชามติ และมีการเลือกตั้งมาแล้วถึง 3 ครั้ง พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน ก็ล้วนลงแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน แถมการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลยังชนะอันดับ 1 จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ไร้ความชอบธรรมได้
อีกด้านหนึ่ง คำแถลงของ สว.ยังสะท้อนความไม่พอใจต่อกระแสโจมตีเรื่อง “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ถึงขั้นย้อนถามว่า คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” หมายถึงใครหรือสถาบันใดกันแน่ พร้อมเตือนว่า หากจะทำการเมืองอย่างสุจริต ต้องพูดให้ชัด ไม่ใช่ใช้ถ้อยคำให้คนตีความกันเองจนเกิดความเสียหายต่อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่าเกมปะทะคารมคือ จุดยืนของ สว. ต่อการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะแม้ “พิสิษฐ์” จะยืนยันว่า การเรียกร้องให้ขอโทษ ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน แต่ก็ส่งสัญญาณชัดว่า สว.ยังถือไพ่สำคัญอยู่ในมือ
โดยเฉพาะการยืนยันคงเงื่อนไขเดิมตามมาตรา 256 ที่ต้องใช้เสียง สว. เห็นชอบอย่างน้อย 1 ใน 3 สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำหนักแน่นว่า “หมวด 1 หมวด 2 และพระราชอำนาจ” จะต้องไม่ถูกแตะต้อง
เท่ากับว่า ต่อให้พรรคประชาชนพยายามเดินหน้าเปิดเกมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ยังต้องเผชิญ “กำแพง สว.” ที่ไม่มีทีท่าจะอ่อนข้อ และวันนี้ได้แสดงตัวชัดเจนว่ามี 89 คน ที่ไม่เอา ปชน. ส่วนอนาคตจะขยายไปจนเกิน 134 คน หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะมีเสียงไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง และไม่เพียงพอแก้รัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกันฝั่งพรรคประชาชนเองก็เปิดรายละเอียดร่างแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมหมวด 15/1 โดยชูแนวคิด “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เน้นให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง และไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.
ทั้งหมดสะท้อนว่า พรรคประชาชนกำลังพยายามสร้างภาพ “รัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม” และวางตัวเองอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเต็มตัว หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเลือก ส.ส.ร.โดยตรง ซึ่งต้องดูว่าถึงเวลาแล้วจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
ด้านพรรคภูมิใจไทยซึ่งเปิดเกมยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญนำไปก่อน ก็เริ่มส่งสัญญาณประนีประนอมมากขึ้น ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยอมรับตรงๆ ว่ายังประเมินไทม์ไลน์ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่ร่างเข้าสภา และการอภิปรายวาระแรกจะออกมาอย่างไร พร้อมระบุว่ากระบวนการยังต้องผ่านกรรมาธิการและการเจรจาอีกหลายขั้น
ที่สำคัญคือ ภูมิใจไทยพยายามวางบทบาทเป็นฝ่ายรุก และเน้นประนีประนอมมากกว่าผู้ปะทะ โดยส่งสัญญาณพร้อมเติมเสียงช่วยพรรคเพื่อไทย ให้ครบ 100 เสียง หากต้องการยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญของตัวเอง ต่างจาก ปชน. เริ่มส่งสัญญาณถูกโดดเดี่ยวออกไปเรื่อยๆ หากยังดึงดัน เอาแต่ความต้องการของตัวเองฝ่ายเดียว.
คางดำ