โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด แรงกระเพื่อมการเมืองจากเกมแก้รัฐธรรมนูญ เริ่มปะทุหนักขึ้น เมื่อ “89 สว.” นำโดย พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ วุฒิสภา ออกโรงตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้ เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ ผู้นำฝ่ายค้าน หลังโพสต์พาดพิง “วุฒิสภาสีน้ำเงิน” และโยงเป็น “มรดกรัฐประหาร” จากรัฐธรรมนูญปี 2560 จนถูกมองว่าเป็นการเปิดศึกตรงกับวุฒิสภาแบบไม่ไว้หน้า

แกนนำ สว.มองว่าคำพูดดังกล่าวไม่ใช่แค่การวิจารณ์ทางการเมือง แต่เป็นการ “ยุยงปลุกปั่น” ให้สังคมเกลียดชังองค์กรตามรัฐธรรมนูญ พร้อมประกาศกร้าวให้ “เท้ง” ออกมาขอโทษภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะเดินหน้าดำเนินคดีเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของวุฒิสภา

น้ำเสียงของ “พิสิษฐ์” ค่อนข้างแข็งกร้าว โดยเฉพาะช่วงที่ย้ำว่า สว.ทุกคนเข้าสู่ตำแหน่งตามกระบวนการรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แม้จะมีข้อร้องเรียน แต่ตราบใดที่องค์กรอิสระหรือศาลยังไม่วินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด

ประเด็นสำคัญคือ สว.พยายามหักล้างวาทกรรม “มรดกรัฐประหาร” ด้วยการยกเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ผ่านประชามติ และมีการเลือกตั้งมาแล้วถึง 3 ครั้ง พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน ก็ล้วนลงแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน แถมการเลือกตั้งปี 2566 พรรคก้าวไกลยังชนะอันดับ 1 จึงไม่อาจอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ไร้ความชอบธรรมได้

อีกด้านหนึ่ง คำแถลงของ สว.ยังสะท้อนความไม่พอใจต่อกระแสโจมตีเรื่อง “สว.สีน้ำเงิน” อย่างชัดเจน ถึงขั้นย้อนถามว่า คำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” หมายถึงใครหรือสถาบันใดกันแน่ พร้อมเตือนว่า หากจะทำการเมืองอย่างสุจริต ต้องพูดให้ชัด ไม่ใช่ใช้ถ้อยคำให้คนตีความกันเองจนเกิดความเสียหายต่อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่าเกมปะทะคารมคือ จุดยืนของ สว. ต่อการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะแม้ “พิสิษฐ์” จะยืนยันว่า การเรียกร้องให้ขอโทษ ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้าน แต่ก็ส่งสัญญาณชัดว่า สว.ยังถือไพ่สำคัญอยู่ในมือ

โดยเฉพาะการยืนยันคงเงื่อนไขเดิมตามมาตรา 256 ที่ต้องใช้เสียง สว. เห็นชอบอย่างน้อย 1 ใน 3 สำหรับการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำหนักแน่นว่า “หมวด 1 หมวด 2 และพระราชอำนาจ” จะต้องไม่ถูกแตะต้อง

เท่ากับว่า ต่อให้พรรคประชาชนพยายามเดินหน้าเปิดเกมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ยังต้องเผชิญ “กำแพง สว.” ที่ไม่มีทีท่าจะอ่อนข้อ และวันนี้ได้แสดงตัวชัดเจนว่ามี 89 คน ที่ไม่เอา ปชน. ส่วนอนาคตจะขยายไปจนเกิน 134 คน หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะมีเสียงไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง และไม่เพียงพอแก้รัฐธรรมนูญ

ขณะเดียวกันฝั่งพรรคประชาชนเองก็เปิดรายละเอียดร่างแก้รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมหมวด 15/1 โดยชูแนวคิด “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” เน้นให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้ง และไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.

ทั้งหมดสะท้อนว่า พรรคประชาชนกำลังพยายามสร้างภาพ “รัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วม” และวางตัวเองอยู่ฝั่งประชาธิปไตยเต็มตัว หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อการเลือก ส.ส.ร.โดยตรง ซึ่งต้องดูว่าถึงเวลาแล้วจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่

ด้านพรรคภูมิใจไทยซึ่งเปิดเกมยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญนำไปก่อน ก็เริ่มส่งสัญญาณประนีประนอมมากขึ้น ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยอมรับตรงๆ ว่ายังประเมินไทม์ไลน์ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่ร่างเข้าสภา และการอภิปรายวาระแรกจะออกมาอย่างไร พร้อมระบุว่ากระบวนการยังต้องผ่านกรรมาธิการและการเจรจาอีกหลายขั้น

ที่สำคัญคือ ภูมิใจไทยพยายามวางบทบาทเป็นฝ่ายรุก และเน้นประนีประนอมมากกว่าผู้ปะทะ โดยส่งสัญญาณพร้อมเติมเสียงช่วยพรรคเพื่อไทย ให้ครบ 100 เสียง หากต้องการยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญของตัวเอง ต่างจาก ปชน. เริ่มส่งสัญญาณถูกโดดเดี่ยวออกไปเรื่อยๆ หากยังดึงดัน เอาแต่ความต้องการของตัวเองฝ่ายเดียว.

คางดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...