โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"สีหศักดิ์" เผยภารกิจปักธงไทยในยุโรป ดันไทยฐานการผลิต-เร่งเครื่อง FTA

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ส่องทิศทางประเทศไทยบนเวทีโลก: ถอดรหัสบทสัมภาษณ์ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” กับภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจและการทูตเชิงรุก

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของระเบียบโลกและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วได้เปิดเผยถึงผลลัพธ์จากการนำคณะผู้แทนไทยเดินทางไปพบปะกับภาคเอกชนชั้นนำ และการหารือระดับทวิภาคีร่วมกับผู้นำระดับโลก ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง "จุดยืนใหม่" ของไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจและการต่างประเทศ

ปูพรมแดงรับทุนฝรั่งเศส: ชู “เสถียรภาพ” และ “Safe Zone” แห่งอาเซียน

จากการร่วมประชุมกับตัวแทนบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ระบุว่า รัฐบาลไทยได้ส่งสัญญาณความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะรับประกันความต่อเนื่องของนโยบาย นอกจากนี้ ไทยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่กำลังเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

สัญญาณบวกที่เห็นได้ชัดคือ ตัวเลขการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของไทยที่พุ่งสูงขึ้นถึง 40% ประกอบกับการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ยังคงเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย ขณะที่องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก็ชื่นชมระบบบริหารจัดการพลังงานของไทย

"ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันอาเซียนเปรียบเสมือน Safe Zone ที่มีสันติภาพ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคอื่น และประเทศไทยคือประตูบานใหญ่ที่จะเปิดไปสู่ตลาดอาเซียนนั้น เพื่อตอบรับความสนใจนี้ รัฐบาลไทยได้เปิดช่องทางด่วน (Fast Pass) ปลดล็อกคำขอลงทุนจากต่างประเทศไปได้แล้วคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 12,000 ล้านยูโร” นายสีหศักดิ์ กล่าว

อุตสาหกรรมแห่งอนาคต: จากการบินสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉวาริยะ

นายสีหศักดิ์ ได้ฉายภาพอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ฝรั่งเศสให้ความสนใจและพร้อมเข้ามาขยายฐานการลงทุนในไทย ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นสูงและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ได้แก่:

  • อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ:บริษัท Airbusแสดงความสนใจอย่างมากในการตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยเฉพาะการเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา นอกจากนี้ ความร่วมมือด้านดาวเทียมระหว่าง Airbus กับ GISTDA ในโครงการ THEOS-1 และ THEOS-2 ยังประสบความสำเร็จจนปัจจุบันไทยสามารถพัฒนาศักยภาพผลิตดาวเทียมได้เองแล้ว

  • ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า (EV):บริษัท Imerysยักษ์ใหญ่ด้านเหมืองแร่ เล็งขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรองรับการผลิตแร่ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำเป้าหมายของไทยในการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ยานยนต์ไฟฟ้า

  • นวัตกรรมและไลฟ์สไตล์:บริษัท Essilorผู้นำด้านเลนส์ระดับโลก ได้จับมือเป็นหุ้นส่วนกับแบรนด์ไทยอย่างแว่นท็อปเจริญ พร้อมนำนวัตกรรม "Smart Lens" (แว่นตาอัจฉริยะที่บันทึกเสียงและถ่ายภาพได้) มาจัดแสดงและเตรียมขยายฐานในไทยเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ประเด็นด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ฝรั่งเศสสอบถาม ซึ่งทางไทยชี้แจงว่ากำลังอยู่ในช่วงศึกษาทบทวนแนวทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น หลังจากเกิดวิกฤตพลังงานโลก

วิกฤตเพื่อนบ้าน: จากข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อน สู่วิกฤตเมียนมา

นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว บทสัมภาษณ์ของคุณสีหศักดิ์ยังเปิดเผยถึงการเข้าหารือกลุ่มย่อยร่วมกับ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ซึ่งฝรั่งเศสเป็นฝ่ายนัดหมาย โดยมีการพูดคุยในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญหลายประเด็น:

เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อน (MOU 44)

เมื่อฝรั่งเศสสอบถามถึงสถานะของ MOU 44 เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ฝ่ายไทยได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า การยกเลิกไม่ได้หมายความว่าไทยจะล้มเลิกการเจรจาแต่เนื่องจากกรอบเดิมไม่มีความคืบหน้า รัฐบาลจึงต้องการแสวงหาแนวทางใหม่ในการพูดคุย โดยยึดกรอบกฎหมายระหว่างประเทศอย่าง UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) เป็นหลัก

ทิศทางความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ผู้นำไทยและกัมพูชาได้มีการพบปะกันเพื่อสร้างความไว้วางใจในพื้นที่ชายแดน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้ส่งสัญญาณว่า หากกัมพูชายังคงเลือกแนวทางเดิมในการนำเรื่องข้อพิพาทไปฟ้องร้องหรือกดดันในเวทีสากล (เช่น UN หรือสหรัฐฯ) การเจรจาก็จะเดินหน้าได้ยาก กัมพูชาจึงจำเป็นต้องเลือกเปิดใจและมองไปข้างหน้าร่วมกัน ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น GBC และ RBC

จุดยืนต่อสถานการณ์ในเมียนมา

ฝรั่งเศสให้ความสนใจกับบทบาทของไทยต่อวิกฤตการณ์ในเมียนมา ซึ่งนายสีหศักดิ์เน้นย้ำจุดยืนว่า ไทยเลือกที่จะมีปฏิสัมพันธ์ (Engage) กับเมียนมาบนพื้นฐานความเป็นจริงไม่ใช่เพื่อการรับรองรัฐบาลทหาร แต่เพื่อเปิดประตูสู่กระบวนการสันติภาพ เพราะการโดดเดี่ยวเมียนมาจะส่งผลให้เมียนมาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจบางประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่ออาเซียน

ที่ผ่านมา ตัวคุณสีหศักดิ์เองก็ได้เข้าพบ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เพื่อผลักดันเรื่องนี้ รวมถึงติดตามสถานการณ์ของอองซานซูจี ซึ่งล่าสุดเริ่มมีสัญญาณบวกจากการย้ายตัวเธอออกจากเรือนจำมายังบ้านพัก

ก้าวต่อไป: เร่งรัด FTA และการเยือนครั้งสำคัญ

เป้าหมายสูงสุดในระยะอันใกล้นี้ คือการผลักดัน ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส และไทย-EUให้บรรลุผลสำเร็จภายในปีนี้ ซึ่งประธานาธิบดีมาครงเองก็สนับสนุนและต้องการเห็นการลงทุนสองทางที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเชิญชวนให้กลุ่มทุนไทย (เช่น CP, Thai Union, Double A, PTTGC) ไปขยายธุรกิจในฝรั่งเศส

บทสัมภาษณ์ทิ้งท้ายด้วยข่าวดีทางทูต โดยฝ่ายไทยได้เอ่ยปากเชิญประธานาธิบดีมาครง ให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้นำฝรั่งเศสมีกำหนดการเดินทางมาร่วมประชุมกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophonie) ณ ประเทศกัมพูชา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...