"สีหศักดิ์" เผยภารกิจปักธงไทยในยุโรป ดันไทยฐานการผลิต-เร่งเครื่อง FTA
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของระเบียบโลกและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วได้เปิดเผยถึงผลลัพธ์จากการนำคณะผู้แทนไทยเดินทางไปพบปะกับภาคเอกชนชั้นนำ และการหารือระดับทวิภาคีร่วมกับผู้นำระดับโลก ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง "จุดยืนใหม่" ของไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจและการต่างประเทศ
ปูพรมแดงรับทุนฝรั่งเศส: ชู “เสถียรภาพ” และ “Safe Zone” แห่งอาเซียน
จากการร่วมประชุมกับตัวแทนบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ระบุว่า รัฐบาลไทยได้ส่งสัญญาณความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยเน้นย้ำถึงเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะรับประกันความต่อเนื่องของนโยบาย นอกจากนี้ ไทยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แต่กำลังเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
สัญญาณบวกที่เห็นได้ชัดคือ ตัวเลขการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของไทยที่พุ่งสูงขึ้นถึง 40% ประกอบกับการที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ยังคงเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย ขณะที่องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก็ชื่นชมระบบบริหารจัดการพลังงานของไทย
"ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ปัจจุบันอาเซียนเปรียบเสมือน Safe Zone ที่มีสันติภาพ ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคอื่น และประเทศไทยคือประตูบานใหญ่ที่จะเปิดไปสู่ตลาดอาเซียนนั้น เพื่อตอบรับความสนใจนี้ รัฐบาลไทยได้เปิดช่องทางด่วน (Fast Pass) ปลดล็อกคำขอลงทุนจากต่างประเทศไปได้แล้วคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 12,000 ล้านยูโร” นายสีหศักดิ์ กล่าว
อุตสาหกรรมแห่งอนาคต: จากการบินสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอัจฉวาริยะ
นายสีหศักดิ์ ได้ฉายภาพอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ฝรั่งเศสให้ความสนใจและพร้อมเข้ามาขยายฐานการลงทุนในไทย ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นสูงและเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ได้แก่:
อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ:บริษัท Airbusแสดงความสนใจอย่างมากในการตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยเฉพาะการเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา นอกจากนี้ ความร่วมมือด้านดาวเทียมระหว่าง Airbus กับ GISTDA ในโครงการ THEOS-1 และ THEOS-2 ยังประสบความสำเร็จจนปัจจุบันไทยสามารถพัฒนาศักยภาพผลิตดาวเทียมได้เองแล้ว
ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้า (EV):บริษัท Imerysยักษ์ใหญ่ด้านเหมืองแร่ เล็งขยายการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรองรับการผลิตแร่ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ตอกย้ำเป้าหมายของไทยในการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ยานยนต์ไฟฟ้า
นวัตกรรมและไลฟ์สไตล์:บริษัท Essilorผู้นำด้านเลนส์ระดับโลก ได้จับมือเป็นหุ้นส่วนกับแบรนด์ไทยอย่างแว่นท็อปเจริญ พร้อมนำนวัตกรรม "Smart Lens" (แว่นตาอัจฉริยะที่บันทึกเสียงและถ่ายภาพได้) มาจัดแสดงและเตรียมขยายฐานในไทยเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ประเด็นด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ก็เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่ฝรั่งเศสสอบถาม ซึ่งทางไทยชี้แจงว่ากำลังอยู่ในช่วงศึกษาทบทวนแนวทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น หลังจากเกิดวิกฤตพลังงานโลก
วิกฤตเพื่อนบ้าน: จากข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อน สู่วิกฤตเมียนมา
นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว บทสัมภาษณ์ของคุณสีหศักดิ์ยังเปิดเผยถึงการเข้าหารือกลุ่มย่อยร่วมกับ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ซึ่งฝรั่งเศสเป็นฝ่ายนัดหมาย โดยมีการพูดคุยในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญหลายประเด็น:
เคลียร์ปมพื้นที่ทับซ้อน (MOU 44)
เมื่อฝรั่งเศสสอบถามถึงสถานะของ MOU 44 เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ฝ่ายไทยได้ชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาว่า การยกเลิกไม่ได้หมายความว่าไทยจะล้มเลิกการเจรจาแต่เนื่องจากกรอบเดิมไม่มีความคืบหน้า รัฐบาลจึงต้องการแสวงหาแนวทางใหม่ในการพูดคุย โดยยึดกรอบกฎหมายระหว่างประเทศอย่าง UNCLOS (อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล) เป็นหลัก
ทิศทางความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา
นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ผู้นำไทยและกัมพูชาได้มีการพบปะกันเพื่อสร้างความไว้วางใจในพื้นที่ชายแดน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยได้ส่งสัญญาณว่า หากกัมพูชายังคงเลือกแนวทางเดิมในการนำเรื่องข้อพิพาทไปฟ้องร้องหรือกดดันในเวทีสากล (เช่น UN หรือสหรัฐฯ) การเจรจาก็จะเดินหน้าได้ยาก กัมพูชาจึงจำเป็นต้องเลือกเปิดใจและมองไปข้างหน้าร่วมกัน ผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น GBC และ RBC
จุดยืนต่อสถานการณ์ในเมียนมา
ฝรั่งเศสให้ความสนใจกับบทบาทของไทยต่อวิกฤตการณ์ในเมียนมา ซึ่งนายสีหศักดิ์เน้นย้ำจุดยืนว่า ไทยเลือกที่จะมีปฏิสัมพันธ์ (Engage) กับเมียนมาบนพื้นฐานความเป็นจริงไม่ใช่เพื่อการรับรองรัฐบาลทหาร แต่เพื่อเปิดประตูสู่กระบวนการสันติภาพ เพราะการโดดเดี่ยวเมียนมาจะส่งผลให้เมียนมาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจบางประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่ออาเซียน
ที่ผ่านมา ตัวคุณสีหศักดิ์เองก็ได้เข้าพบ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย เพื่อผลักดันเรื่องนี้ รวมถึงติดตามสถานการณ์ของอองซานซูจี ซึ่งล่าสุดเริ่มมีสัญญาณบวกจากการย้ายตัวเธอออกจากเรือนจำมายังบ้านพัก
ก้าวต่อไป: เร่งรัด FTA และการเยือนครั้งสำคัญ
เป้าหมายสูงสุดในระยะอันใกล้นี้ คือการผลักดัน ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-ฝรั่งเศส และไทย-EUให้บรรลุผลสำเร็จภายในปีนี้ ซึ่งประธานาธิบดีมาครงเองก็สนับสนุนและต้องการเห็นการลงทุนสองทางที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเชิญชวนให้กลุ่มทุนไทย (เช่น CP, Thai Union, Double A, PTTGC) ไปขยายธุรกิจในฝรั่งเศส
บทสัมภาษณ์ทิ้งท้ายด้วยข่าวดีทางทูต โดยฝ่ายไทยได้เอ่ยปากเชิญประธานาธิบดีมาครง ให้เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้นำฝรั่งเศสมีกำหนดการเดินทางมาร่วมประชุมกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (Francophonie) ณ ประเทศกัมพูชา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "อนุทิน" นำคณะ 4 รองนายกฯ พบชุมชนไทยในฝรั่งเศส ยันปกป้องอธิปไตย-เตรียมอัดฉีด "ไทยช่วยไทย พลัส" มิ.ย. นี้
- “ฝรั่งเศส” ชงงบ 710 ล้านยูโรช่วยครัวเรือน
- “ฝรั่งเศส” ชงงบ 710 ล้านยูโรช่วยครัวเรือน
- Exclusive: เปิดมุมมอง "ทูตนิกรเดช พลางกูร" ไทยเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ของฝรั่งเศส
- เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ที่ประเทศไทย