โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาสีเทา

ไทยโพสต์

อัพเดต 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 5.34 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อไหร่จะโตกันเสียที…

เปล่าครับ มิได้หมายถึง นักเรียนชั้นอนุบาล ๓/๔ แต่เป็น สส.ในสภา

โดยเฉพาะ สส.ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคกล้าธรรม

วานนี้ (๒๙ พฤษภาคม) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ ๓๐๘ ต่อ ๑๒๖ เสียงไม่ส่งตัว “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” สส. สงขลา พรรคกล้าธรรม ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

จริงอยู่ครับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๕ บัญญัติคุ้มครองสส.เอาไว้

"…ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภาไปทําการสอบสวนในฐานะที่สมาชิกผู้นั้นเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก หรือเป็นการจับในขณะกระทําความผิด

ในกรณีที่มีการจับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในขณะกระทําความผิด ให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกโดยพลัน และเพื่อประโยชน์ในการประชุมสภา ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาได้

ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาถูกคุมขังในระหว่างสอบสวนหรือพิจารณาอยู่ก่อนสมัยประชุม เมื่อถึงสมัยประชุม พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี ต้องสั่งปล่อยทันทีถ้าประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้ร้องขอ โดยศาลจะสั่งให้มีประกันหรือมีประกันและหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้

ในกรณีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญา ไม่ว่าจะได้ฟ้องนอกหรือในสมัยประชุม ศาลจะพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา…”

ที่บัญญัติไว้เช่นนี้วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการกลั่นแกล้งทางการเมือง

แล้วเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรานี้เป็นอย่างไร

ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อธิบายไว้ดังนี้ครับ…

…บทบัญญัติลักษณะนี้ได้บัญญัติไว้เป็นครั้งแรกในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ (มาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๕) และบัญญัติทำนองเดียวกันในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ เพื่อกำหนดความคุ้มกันแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา มิให้ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองด้วยวิธีการจับกุมคุมขัง หรือเรียกตัวไปสอบสวนในระหว่างสมัยประชุม เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไม่ถูกกระทบกระเทือน และป้องกันการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๑๔

สำหรับบทบัญญัติในวรรคสองและวรรคสามซึ่งเป็นหลักการทั่วไปเกี่ยวกับกรณีการจับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งห้ามมิให้ดำเนินการในระหว่างสมัยประชุม แต่ถ้ามีการจับในขณะกระทำความผิด ให้รายงานไปยังประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกทันที และประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกมีสิทธิที่จะขอให้ปล่อยตัวนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้บัญญัติโดยคงหลักการเช่นเดียวกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ

และได้เพิ่มถ้อยคำให้ชัดเจนว่า "…..ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกอาจสั่งให้ปล่อยผู้ถูกจับเพื่อให้มาประชุมสภาได้" กล่าวคือ ความในวรรคสองนี้ไม่ควรตีความอย่างแคบว่าหมายถึงการปล่อยตัวสมาชิกผู้นั้นมาร่วมประชุมสภาเท่านั้น เนื่องจากในบางกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาอาจถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองด้วยการถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา เพื่อให้สมาชิกผู้นั้นถูกจับ คุมขัง หรือหมายเรียกตัวไปสอบสวนอันทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสภาก็ได้ อย่างไรก็ตาม ควรต้องพิจารณาคำขอให้ปล่อยตัวของประธานสภาและคำสั่งให้ปล่อยตัวของพนักงานสอบสวนหรือศาลด้วย

บทบัญญัติในวรรคสี่ของมาตรานี้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้เปลี่ยนแปลงหลักการใหม่เกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญา ซึ่งแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่เดิมกำหนดว่าศาลจะพิจารณาคดีอาญาที่สมาชิกถูกฟ้องนั้นในระหว่างสมัยประชุมมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก

ทั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า ศาลถือเป็นองค์อำนาจหนึ่งของอำนาจอธิปไตยจึงควรมีอิสระในการพิจารณาคดี ไม่ควรให้ศาลต้องมาขออนุญาตต่อสภาเพื่อพิจารณาคดีต่อไป จึงกำหนดหลักการใหม่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ว่า ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีที่มีการฟ้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาในคดีอาญาในระหว่างสมัยประชุมได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตสภา แต่การพิจารณาคดีนั้นต้องไม่เป็นการขัดขวางต่อการที่สมาชิกผู้นั้นจะมาประชุมสภา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงหลักการดังกล่าว

"ให้ศาลพิจารณาคดีนั้นในระหว่างสมัยประชุมก็ได้"

หมายถึง ไม่ว่าจะนอกหรือในสมัยประชุมย่อมดำเนินคดีได้ และเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ย่อมจะส่งผลทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาที่กระทำความผิด อาจได้รับโทษจำคุกในระหว่างสมัยประชุมได้ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาที่กระทำความผิดอาญาไม่อาจอาศัยความคุ้มกันตามรัฐธรรมนูญทำให้ตนไม่ถูกดำเนินคดีได้ต่อไป…

เห็นมั้ยครับว่ารัฐธรรมนูญที่นักการเมืองกำลังรวมหัวกันฉีกทิ้งอยู่ในขณะนี้ มีของดีซ่อนอยู่มากมาย

ข้อเท็จจริงคดีที่ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว”

ปลายปีที่แล้ว สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติยึดและอายัดทรัพย์สิน "ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” และพวก กว่า ๑๕๙ ล้านบาท ขยายผลจากการตรวจสอบพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์และการฟอกเงิน

ช่วงต้นปีนี้ ดีเอสไอ และ ปปง. ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักในอำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อค้นหาพยานหลักฐานการทำผิดกฎหมายจำนวนมาก

เดือนเมษายนอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์

ขณะที่ “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยศาลให้ประกันตัวในวงเงิน ๑ ล้านบาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

เดือนพฤษภาคม ดีเอสไอ เผยแพร่ข้อมูลการดำเนินคดีกับเครือข่ายเว็บพนัน โดย “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ

แต่เนื่องจาก “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว” เป็น สส. จึงต้องขออนุมัติสภาฯ ในการเรียกตัวไปดำเนินคดีตามมาตรา ๑๒๕ ของรัฐธรรมนูญ

สส.เสียงส่วนใหญ่ในสภาอ้างเอกสิทธิ์คุ้มครองและประเพณีปฏิบัติ คือ ไม่ส่งตัวไปดำเนินคดี

ก็ไม่ทราบว่าอ่านรัฐธรรมนูญกันบ้างหรือเปล่า

หรือรู้ แต่กลัวว่าถ้ามีมติส่งไปวันข้างหน้าโดนเข้ากับตัวเองก็อาจซวยได้

กลับตัวกลับใจกันใหม่เถอะครับ คดีมันชัดเจนขนาดนี้ เส้นทางการเงินมัดตัว หลักฐานคาบ้าน ไม่ใช่คดีการเมือง

อย่าให้เขาด่าไล่หลังสภาสีเทา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...