รวบหนุ่ม 19 ตีเนียนซื้อของ ฉกเงินหมื่นยายร้านชำ ซิ่งซาเล้งหนีปีนหลบต้นไม้ทั้งคืน
หนุ่ม 19 ปีตีเนียนซื้อของร้านค้า ทีเผลอชิงเอากระปุกใส่เงินหมื่นมือถือยายตกใจวิ่งตามไม่ทัน ซิ่งซาเล้งหนีชาวบ้านและนักเรียนวิ่งหนีจับ ฉลาดเป็นโจรเปลี่ยนเสื้อระหว่างทางปีนต้นไม้หลบตำรวจทั้งคืนสุดท้ายไม่รอด สารภาพเสพยาและเครียดเป็นหนี้ 8,000 บาทยืมมาเล่นพนัน
วันที่ 30 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.25 น. วานนี้ (29 พ.ค.69) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ภายในร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านโนนชัยศรีหมู่ 6 ต.อูบมุง อ.หนองวัวซอ จึงประสานกำลังสายตรวจและชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบn ที่เกิดเหตุพบ นางแถว อายุ 66 ปีเจ้าของร้านขายของชำ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายวัยรุ่นคนหนึ่งทำทีเข้ามาเลือกซื้อสินค้าเหมือนลูกค้าทั่วไป ก่อนอาศัยจังหวะเผลอชิงเอาตระกร้าใส่เงินประมาณ 10,000 บาทเศษภายในร้านจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จากนั้นขับซาเล้งหลบหนีออกจากร้านอย่างรวดเร็ว หลังเกิดเหตุ ผู้เห็นเหตุการณ์พบคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามเส้นทางการหลบหนี กระทั่งพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคันที่ใช้ก่อเหตุถูกจอดทิ้งไว้ริมถนน แต่ไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ คาดว่าอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด และแนะนำให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดี เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาวันนี้ (30 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่ไปยังจุดที่เกิดเหตุ โดยพบกับนางแถว ผู้เสียหาย พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังนั่งเฝ้าร้านตามปกติ ได้มีคนร้ายเข้ามาทำทีขอซื้อกระดาษมวนยา 5 บาท เมื่อตนเดินไปหยิบของและยื่นให้ คนร้ายกลับเอื้อมมือล้วงเอากระเป๋าเงินที่ตนวางไว้แล้ววิ่งหนีไปทันที ตนจึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในละแวกนั้น "ยายร้องให้คนช่วย พอดีมีเด็กนักเรียนขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อนสามผ่านมา ยายเลยบอกให้รีบขี่รถตามไปดูว่ามันแวะเข้าซอยไหน พวกเด็ก ๆ เลยขี่ไล่ตามไปจนเจอคนระหว่างทางและช่วยกันล้อมจับ แต่คนร้ายกระโดดหนีไปได้" ภายในกระเป๋าที่ถูกชิงไปมีโทรศัพท์มือถือและเงินสดจำนวนกว่า 10,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เตรียมไว้สำหรับทอนลูกค้า โดยหลังจากกลุ่มพลเมืองดีช่วยกันไล่ล่า กดดันจนคนร้ายยอมทิ้งกระเป๋าและหว่านเงินบางส่วนคืนมา ทำให้คุณยายได้เงินกลับคืนมาประมาณ 4,000 กว่าบาท ส่วนที่เหลือยังคงสูญหาย ทั้งนี้ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ถึงพ่อค้าแม่ค้าทุกคนว่า "อยากฝากถึงคนที่ค้าขายเหมือนกัน อย่าเพิ่งวางกระเป๋าเงินไว้ไกลตัว ให้เอาเงินเก็บไว้ติดเนื้อติดตัวตลอดเวลา จะได้ระวังตัวทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนกรณีของยาย"
จากนั้น ฝ่ายปกครอง อ.หนองวัวซอ พร้อมชาวบ้านสามารถรวบตัวคนร้ายได้ขณะมาซื้อของที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในบ้านโนนชัยศรี ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร เมื่อมาซื้อของที่ร้าน เจ้าของร้านเกิดความสงสัยจึงแจ้งตำรวจเข้าทำการจับกุม จากการสอบถามทราบชื่อต่อมาคือ นายอรรถนนท์ หรือภูมิ อายุ 19 ปี อยู่บ้านกุดน้ำใส ต.กุดหมากไฟ ส่วนทรัพย์สินที่เป็นเงินสดชนิดธนบัตรนั้นนายภูมิ อ้างว่าใช้จ่ายไปหมดแล้ว ตะกร้าเงินนำไปซ่อนไว้ที่กอไผ่บริเวณป่าทางขึ้นวัดสว่างเชิงเขา บ้านโนนชัยศรี ตำรวจจึงพานายภูมิไปชี้จุดซ่อนตะกร้า ส่วนโทรศัพท์ นายภูมิ อ้างว่าได้นำไปใส่ถุงขนมวางไว้ข้างรั้วโรงเรียน ก่อนโทรบอกให้เจ้าของโทรศัพท์มารับเอง แต่เมื่อตำรวจพาไปตรวจสอบกลับไม่พบโทรศัพท์ โดยนายภูมิอ้างว่ามีคนมาเอาไปแล้ว จากนั้นตำรวจจึงพาตัวนายภูมิไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านค้าเกิดเหตุ
นายภูมิ ให้การรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐานว่า ได้เงินสดจำนวนกว่า 4,000 บาท รวมถึงโทรศัพท์มือถือและตระกร้าใส่เงินสดไป โดยใช้อุบายชี้ชวนให้ยายหันไปสนใจทางอื่น ก่อนจะฉวยโอกาสวิ่งหนีหายเข้าไปแอบซ่อนตัวอยู่ในป่าและปีนต้นไม้หลบทั้งคืน พออาทิตย์ส่องก็ปีนลงมาและไม่ยอมกลับเข้าบ้านอีกเลย สาเหตุที่ต้องลงมือเนื่องจากติดหนี้พนันและหนี้ค่ายาเสพติดอย่างหนัก โดยทรัพย์สินที่ได้ไปนั้น ตนเลือกหยิบไปเฉพาะธนบัตรเพื่อความสะดวกในการหลบหนี ส่วนกระป๋องใส่เงินได้นำไปแอบซ่อนไว้บริเวณทางขึ้นวัดในชุมชน สำหรับโทรศัพท์มือถือของยายที่เอาไปด้วยนั้น ตนพยายามติดต่อนัดหมายกับคนรู้จักเพื่อเตรียมจะนำมาคืนในภายหลัง "ผมยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาเมื่อวานนี้ วันละ 3 เม็ด โดยซื้อมาจากนายหลิว ในราคา 3 เม็ด 100 บาท เนื่องจากช่วงนี้ข้ามฝั่งไปซื้อที่อื่นไม่ได้ ผลตรวจปัสสาวะยังไงก็เจอสารเสพติดแน่นอนครับ" นายภูมิ วัย 19 ปี กล่าวด้วยอาการละล้าละลังต่อหน้าเจ้าหน้าที่
ภายหลังการสอบสวนและตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา "วิ่งราวทรัพย์" และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบสวนถึงแหล่งที่มาของยาเสพติดต่อไป นอกจากนี้ นายภูมิยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยความสำนึกผิด โดยยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป และอยากจะกราบขอโทษยายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายพนมศักดิ์ หันจันทร์ ประธานสภาเทศบาลตำบลอูบมุง ระบุว่า หลังเกิดเหตุทุกคนได้ออกตามหา กระทั่งช่วงสายวันนี้ได้รับการประสานงานจาก ผู้ใหญ่รังสรรค์ สัมโพส ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่โนนชัยศรี ว่าได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านค้าว่ามีชายต้องสงสัยเข้ามาเดินปะปนและก่อเหตุลักทรัพย์สินภายในร้าน ก่อนจะเดินหลบหนีไปตามถนนในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ที่บริเวณบ้านโนนชัยศรี จากการตรวจสอบประวัติและข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ทราบชื่อผู้ต้องหาคือ นายภูมิ เป็นราษฎรบ้านกุดน้ำใส ต.กุดหมากไฟ ซึ่งอยู่คนละตำบลกับจุดเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังพบประวัติพัวพันกับยาเสพติด โดยนายภูมิเพิ่งผ่านการเข้ารับการอบรมในค่ายบำบัดยาเสพติดของทางอำเภอ ณ วัดภูตะเภาทอง ที่อำเภอจัดขึ้น และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวกลับมาเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะมาก่อเหตุซ้ำในครั้งนี้