อึ้ง! เปิดข้อหาหนัก หมอดูแก้กรรมชื่อดัง หลังถูกรวบคาบ้าน
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ได้ทำการแถลงผลการจับกุม นายไพศาล หรือที่รู้จักกันในนาม อาจารย์ไพศาล หมอดูชื่อดังวัย 67 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมอ้างตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้กรรม โดยเจ้าหน้าที่สามารถบุกเข้าจับกุมตัวได้ที่บริเวณบ้านพักในพื้นที่ตำบลปางบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน
การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับของศาลอาญา ในฐานความผิดข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นในขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ รวมไปถึงข้อหาพรากผู้เยาว์ซึ่งมีอายุมากกว่า 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปจากบิดามารดาเพื่อจุดประสงค์ในการทำอนาจาร
ในการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการยึดของกลางรวมทั้งสิ้น 198 รายการ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 6 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย เสื้อผ้าและผ้าขาวม้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ในวันเกิดเหตุจำนวน 5 รายการ หนังสือรุ่นของสถาบันการศึกษาต่างๆ จำนวน 13 รายการ เอกสารและหนังสือที่เกี่ยวข้องกับประวัติของพระรวมถึงวัดจำนวน 85 รายการ เอกสารบันทึกข้อมูลของผู้ที่เข้ามาพบหรือรับการรักษากับนายไพศาลจำนวน 33 รายการ โดยพบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายรวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีก 7 รายการ ตลอดจนสำเนาสมุดบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีก 55 รายการ
สำหรับความเป็นมาของคดีนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ได้มีผู้เสียหายรายแรกเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม โดยระบุว่านายไพศาลได้แอบอ้างว่าตนเองมีอิทธิฤทธิ์สามารถรักษาอาการปวดศีรษะเรื้อรังได้ ก่อนจะทำการล่อลวงและลงมือกระทำชำเราผู้เสียหาย จากนั้นในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ได้มีผู้เสียหายรายที่สองเข้าแจ้งความเพิ่มเติม โดยระบุว่าทางครอบครัวได้พาไปรักษากับผู้ต้องหาด้วยอาการปวดหลัง แต่กลับถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะเดียวกัน
ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้ลงพื้นที่สอบสวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ อย่างรัดกุม จนกระทั่งเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง จึงได้นำหลักฐานยื่นขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และต่อมาในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เปิดปฏิบัติการที่มีชื่อว่า ปิดฉากนักแก้กรรม นิมิตพิสดาร และสามารถรวบตัวนายไพศาลได้สำเร็จ
ทั้งนี้ สำหรับอัตราโทษในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้นั้น กฎหมายกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปีถึง 20 ปี และมีโทษปรับตั้งแต่ 80,000 บาทถึง 400,000 บาท ส่วนความผิดในข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 บาทถึง 300,000 บาท
ภายหลังจากการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ซึ่งในชั้นสอบสวนเบื้องต้น นายไพศาลยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
อ่านข่าวเพิ่มเติม