บีบหัวใจมาก เปิดคำพูดพ่อเหยื่อรถไฟ ใจสลายสูญเสียลูกชาย ไปอย่างกะทันหัน
จากกรณีอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 206 สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคัน บริเวณทางข้ามรถไฟใกล้สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 32 ราย สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายสันติ (ขอสงวนนามสกุล) พ่อของหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่โดยสารมากับรถเมล์สาย 206 เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุได้พูดคุยกับลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย โดยลูกชายบอกว่ากำลังเดินทางไปหาเพื่อนย่านแยกพัฒนาการ และเหลืออีกเพียง 3 ป้ายรถเมล์ก็จะถึงจุดหมาย แต่กลับมาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน
นายสันติ กล่าวว่า โดยส่วนตัวมองว่าการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะควรเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงสุด และเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับลูกชายที่ยังอายุน้อยและมีอนาคตอีกไกล พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไขภายหลังในลักษณะ วัวหายล้อมคอก
นอกจากนี้ ตนยังมองว่าอุบัติเหตุครั้งนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการภายในองค์กร ที่ขาดการดูแลบุคลากรอย่างเหมาะสม เมื่อเกิดเหตุขึ้นกลับผลักภาระให้พนักงานระดับปฏิบัติการรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ผู้เสียหายต้องไปดำเนินการฟ้องร้องกันเอง ทั้งที่องค์กรควรออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
กรณีการใช้สารเสพติดของคนขับรถไฟ เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง พร้อมตำหนิการรถไฟฯ ที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อเข้ามาแสดงความเสียใจต่อครอบครัวแม้แต่ครั้งเดียว จนรู้สึกเหมือนหน่วยงานพยายามลอยตัวเหนือปัญหา แม้จะเข้าใจว่ารถไฟวิ่งอยู่บนรางตามเส้นทางปกติ แต่ก็ไม่ควรมองเพียงว่ามีรถไปจอดขวางทางรถไฟเท่านั้น เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ควรต้องร่วมรับผิดชอบและออกมาชี้แจงต่อสังคมในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน นายสันติ กล่าว
ทั้งนี้ นายสันติ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า การสูญเสียครั้งนี้ไม่คุ้มค่าเพราะลูกชายยังมีอนาคตอีกไกล ถ้าโอนเงินมาให้ผม 5 ล้าน แล้วx่าลูกของผม ผมก็ไม่เอา
อ่านข่าวเพิ่มเติม