‘พิพัฒน์’ สั่งเร่งสรุปค่าทางด่วนไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย ดันบิ๊กโปรเจกต์ กทพ.
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ว่า ได้มอบหมายให้ กทพ. พิจารณาโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 หรือ Double Deck จากบริเวณพระรามเก้าไปยังงามวงศ์วาน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2-3 เดือน
“จะเริ่มหารืออย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนหน้า หากพบว่าโครงการมีประโยชน์จริงก็ไม่ต้องการให้ล่าช้า แต่หากไม่คุ้มค่าก็ไม่ควรสร้างความคาดหวังต่อผู้ใช้ทางหรือภาคเอกชน หากโครงการ Double Deck เดินหน้า จะเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการเจรจากับเอกชนเพื่อลดค่าทางด่วนตลอดสายจากพระราม 9 ถึงงามวงศ์วาน ให้เหลือไม่เกิน 50 บาทตลอดอายุสัมปทาน จากปัจจุบันที่ค่าใช้จ่ายอยู่ราว 70-80 บาท” นายพิพัฒน์ ระบุ
สำหรับความคืบหน้าโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 ล่าสุดยังอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่า โดยสหภาพแรงงาน กทพ. ได้ยื่นหนังสือถึงตนและปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งกระทรวงพร้อมรับฟังความคิดเห็นก่อนตัดสินใจ หรือเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยทุกหน่วยงานจะร่วมกันหารือถึงความเหมาะสมของโครงการ ทั้งในด้านประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาการจราจร ความคุ้มค่าการลงทุน รวมถึงแนวทางการขยายสัมปทานให้เอกชน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า หากมีการลงทุนเพิ่มเติม จะต้องมีการศึกษาว่าโครงการดังกล่าวช่วยลดปัญหารถติดได้มากน้อยเพียงใด ทั้งขาเข้าและขาออก ตั้งแต่งามวงศ์วานถึงพระราม 9 พร้อมพิจารณาผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้พื้นที่ใต้ทางด่วน ซึ่งมีประมาณ 200-300 คน โดยเตรียมเชิญตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบเข้าหารือที่กระทรวงคมนาคม รวมถึงอาจลงพื้นที่ด้วยตนเองร่วมกับผู้บริหาร กทพ. เพื่อรับฟังปัญหาโดยตรง
“ได้สั่งให้ กทพ. จัดทำวิดีโอและผลศึกษาประกอบการตัดสินใจ เพื่อดูว่าโครงการจะช่วยกระจายการจราจรได้มากเพียงใดเพราะก่อนจะนำเข้า ครม. ต้องทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายให้ชัดเจน ทั้งสหภาพ ผู้ได้รับผลกระทบ และต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าโครงการคุ้มค่าจริง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเดินหน้าโครงการ Double Deck แน่นอนหรือไม่ เพราะต้องรอผลศึกษาความคุ้มค่าก่อน” นายพิพัฒน์ กล่าว
พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้ กทพ.เร่งรัดการดำเนินโครงการตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้สามารถเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้างได้ตามแผน โดยในระยะเร่งด่วน (Quick Win) ได้สั่งการให้โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการแล้วเร่งรัดให้แล้วเสร็จ ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างเตรียมการให้เร่งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขณะที่โครงการที่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ให้เร่งสรุปรายละเอียดเพื่อเสนอ ครม. โดยเร็ว
ส่วนกรณีของโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 รองนายกฯ ยืนยันว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 ประชาชนจะสามารถใช้เส้นทางได้ตลอดสายแน่นอน พร้อมระบุว่ากระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างทุกโครงการ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
นอกจากนี้ในการดำเนินโครงการอุโมงค์ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต จะเดินหน้าโครงการต่อ โดยเตรียมนำเสนอ ครม. ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อทบทวนรูปแบบการก่อสร้างและกรอบวงเงิน หลังต้นทุนก่อสร้างปรับสูงขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเคยผ่านมติ ครม. มาแล้ว แต่การเสนอ ครม.ครั้งนี้จะเสนอเพื่อทบทวนรูปแบบก่อสร้างให้มีความปลอดภัยมากขึ้น
โดยปรับลดความกว้างอุโมงค์จากเดิม 17 เมตร เหลือประมาณ 14-15 เมตร แต่ยังคงจำนวนช่องจราจรเท่าเดิม ทั้งช่องรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เพื่อควบคุมวงเงินไม่ให้สูงเกินกรอบเดิม แม้ว่าต้นทุนวัสดุก่อสร้างปัจจุบันจะสูงขึ้นมาก หลังผ่าน ครม. คาดว่าจะสามารถเปิดประมูลได้ภายใน 1 เดือน และเริ่มลงนามสัญญาได้ช่วงต้นปี 2570