โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"นพ.อลงกต" ประธานกมธ.สื่อสารฯ ยันลงพื้นที่จริงพบคนส่วนใหญ่ ต้องการใช้งาน "TH-AI Passport" มั่นใจขยายโอกาสการศึกษา

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

นพ.อลงกต มณีกาศ ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยถึง โครงการ "TH-AI Passport" วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท ว่า จากการลงพื้นที่พบปะนักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการค้าออนไลน์ในจังหวัดนครพนม พบว่าส่วนใหญ่มีความต้องการใช้งานสูงมากและอยากให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อแพ็กเกจ AI ระดับ Pro ของเอกชนที่มีราคาสูงถึงเดือนละ 200–300 บาท และสร้างโอกาสความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูง นพ.อลงกต กล่าวว่า ประชาชนตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลจึงจำกัดสิทธิ์โครงการนี้ไว้เพียง 5 ล้านสิทธิ์ ซึ่งได้ชี้แจงไปว่าเป็นลักษณะโครงการนำร่อง หากเปรียบเทียบงบประมาณ 1,600 ล้านบาท กับการก่อสร้างถนนหนึ่งเส้น ถือว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณน้อยมาก แต่ผลลัพธ์คือการลงทุนเพื่อพัฒนาคนและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้เด็กต่างจังหวัดมีศักยภาพเท่าเทียมกับเด็กในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเทคโนโลยี AI ในปัจจุบันไม่ได้อยู่แค่ภาคการศึกษาหรือการค้าออนไลน์ แต่แทรกซึมไปในทุกภาคส่วน เช่น ภาคการเกษตร ภาคแรงงาน รวมถึงภาคการแพทย์ที่ใช้ AI ในการอ่านฟิล์มเอกซเรย์, CT Scan และ MRI ถ้าคนไทยไม่รู้เท่าทันจะตกรุ่นและเสียโอกาสทันที

สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับราคาในร่าง TOR ที่ระบุค่าบริการไม่เกิน 27 บาทต่อคนต่อเดือน ซึ่งแตกต่างจากราคาตลาดนั้น ประธาน กมธ.ดีอีเอส กล่าวว่า เงื่อนไขระบุชัดเจนว่า รัฐบาลจะจ่ายเงินให้เฉพาะกรณีที่มีการเปิดใช้งานจริงเท่านั้น สิทธิ์ใดที่ไม่มีการใช้งานรัฐก็ไม่ต้องเสียเงิน ยืนยันว่าคณะกรรมาธิการไม่มีการตั้งธงหรือเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใดอย่างแน่นอน ประธาน กมธ.ดีอีเอส กล่าวต่อว่า ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ คณะอนุกรรมาธิการจะเชิญผู้แทนจากสมาคมผู้ประกอบการ AI ภาคเอกชนกว่า 30 ท่าน มาร่วมประชุมเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแพ็กเกจต่าง ๆ ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.ชุดใหญ่ในวันที่ 25 มิ.ย. และจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือปลัดกระทรวงฯ เข้ามาชี้แจงรายละเอียด ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ของกรรมาธิการเห็นว่าควรเดินหน้าโครงการต่อเพื่อประโยชน์ของประชาชน และรัฐมนตรีดีอี ยืนยันชัดเจนว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่า TOR หรือสัญญาผิดกฎหมายพร้อมจะยกเลิกทันที แต่หากถูกต้องตามระเบียบราชการก็จะเดินหน้าต่อไป เพื่อไม่ให้ประเทศเสียโอกาส เชื่อว่าสัปดาห์หน้าจะเกิดความชัดเจนอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...