โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก 3 เมืองน่าเที่ยวในพิธีเปิดฟุตบอลโลก (เม็กซิโก ซิตี้, ลอสแอนเจลิส, โทรอนโต)

Manager Online

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • MGR Online

มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม นี้ เป็นครั้งแรกที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ใช้เจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ และใช้สนามแข่งขันมากถึง 16 แห่ง

หนึ่งความพิเศษ คือ การเตรียมพิธีเปิดการแข่งขัน ซึ่งจัดขึ้นใน 3 ประเทศอีกด้วย โดยมีเมืองที่ใช้ในพิธีเปิดสังเวียนฟาดแข้งครั้งนี้ ได้แก่ เม็กซิโก ซิตี้, ลอสแอนเจลิส และ โทรอนโต

ชวนมาทำความรู้จัก 3 เมือง 3 สไตล์ สำหรับเมืองพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ในแง่มุมของการท่องเที่ยว

เม็กซิโก ซิตี้ (Mexico City) ประเทศเม็กซิโก

เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก นับเป็นหัวใจของวัฒนธรรมละตินอเมริกา ความสำคัญของเมืองแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมของเม็กซิโก หนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา ที่สร้างบนอดีตเมืองหลวงของจักรวรรดิแอซเท็ก (Aztec) หนึ่งในอารยธรรมโบราณที่สำคัญของทวีปอเมริกา

ฟุตบอลโลกครั้งนี้เมืองหลวงเม็กซิโกมีประเด็นที่กลายเป็นสถิติใหม่อีกด้วย เพราะพิธีเปิดจัดขึ้นใน “สนาม อัซเตก้า สเตเดี้ยม” สนามระดับตำนานแห่งเดียวในโลกที่ได้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย (ปี ค.ศ.1970, 1986 และ 2026) โดยสนามอัซเตก้า น่าจะเป็นที่จดจำได้แม่นจากบรรดาแฟนๆฟุตบอลโลกเจน X ขึ้นไป เพราะเป็นสนามที่ “ดีเอโก้ มาราโดน่า” ตำนานกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า ใช้ "หัตถ์พระเจ้า" กระโดดใช้มือปัดลูกบอลเข้าประตูในนัดที่เจอกับทีมชาติอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1986 นั่นเอง

เม็กซิโก ซิตี้ ในด้านเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยว เป็นเมืองที่ผสมผสานอารยธรรมโบราณกับความเป็นเมืองสมัยใหม่ มีทั้งโบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ สตรีตฟูด และศิลปะ สถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เช่น

ย่านจัตุรัสโซกาโล (Zocalo): จัตุรัสใจกลางเมือง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโก สำหรับใครที่ชื่นชอบย่านเมืองเก่า เดินชมสถาปัตยกรรมย้อนยุค ชมมหาวิหารเม็กซิโกซิตี้ (Metropolitan Cathedral) และเทมโปลมายอร์ (Templo Mayor) อันเป็นซากวิหารของชาวแอซเท็ก

พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาแห่งชาติ (National Museum of Anthropology):นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และอารยธรรมต้องปักหมุด ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในสวนสาธารณะชาปุลเตเปก (Chapultepec Park) พิพิธภัณฑ์มีขนาดใหญ่และมีผู้เข้าชมมากที่สุดในประเทศ เป็นแหล่งรวมวัตถุโบราณของชนเผ่ามายาและแอซเท็กไว้มากที่สุดในโลก

ย่านโคโยอาคัน (Coyoacan): ย่านประวัติศาสตร์และศูนย์กลางศิลปะสุดคลาสสิก ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านสีน้ำเงิน หรือ พิพิธภัณฑ์ฟรีดา คาห์โล (Museo Frida Kahlo) จิตรกรชื่อดังระดับโลกชาวเม็กซิกัน และมีตลาดพื้นเมืองที่เต็มไปด้วยงานฝีมือและสตรีทฟู้ดน่าลิ้มลอง โดยเฉพาะ “ทาโก้” สไตล์เม็กซิกันแท้ๆที่ไม่ควรพลาด

ลอสแอนเจลิส (Los Angeles) สหรัฐอเมริกา

เมืองใหญ่ที่หลายคนรู้จักกันในนาม “แอลเอ” (LA) เป็นนครแห่งแสงสีและสวรรค์ของความบันเทิงในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับสมญาว่า “City of Angel” ชาวไทยคุ้นเคยกับเมืองนี้เป็นอย่างดีแม้ไม่เคยมาเยือนก็ตาม เพราะต้องผ่านสายตามาจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด ความบันเทิง และวัฒนธรรมร่วมสมัยระดับโลกมากมายในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดนตรี

ลอสแอนเจลิส ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก และจะเป็นเจ้าภาพ “Olympics 2028” อีกด้วย มาเยือนแล้วก็ต้องแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เช่น

ป้ายฮอลลีวูด (Hollywood Sign + Hollywood Hills): ป้ายขนาดยักษ์แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของลอสแอนเจลิส เหมาะกับการเริ่มต้นทำความรู้จักเมือง เพราะจะเห็นวิว LA แบบภาพยนตร์ฮอลลีวูดจริงๆ มีเส้นทางเดินขึ้นเขาให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลิน โดยสิ่งที่น่าสนใจ เช่น จุดถ่ายรูป Griffith Observatory ที่เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมโดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ตก หรือบรรยากาศยามค่ำคืน

ท่าเรือซานตาโมนิกา (Santa Monica Pier): จุดหมายสุดโรแมนติก ชายหาดและท่าเรือสุดคลาสสิกของชาวแอลเอ และยังเป็นหนึ่งในโลเคชั่นภาพยนตร์เรื่อง La La Land ในฉากที่น่าจดจำเมื่อตัวละครเซบาสเตียน (ไรอัน กอสลิง) เดินผิวปากและร้องเพลง "City of Stars" ที่ท่าเรือแห่งนี้ บริเวณรอบๆยังมี Pacific Park ชิงช้าสวรรค์ จุดสิ้นสุด Route 66 ให้เดินเล่นริมทะเล โดยเฉพาะช่วงเย็นที่มีบรรยากาศดีมาก

สวนสนุกยูนิเวอร์แซล (Universal Studios Hollywood): สวนสนุกและสตูดิโอภาพยนตร์ระดับโลกที่ใดจะสมจริงมากไปกว่าสถานที่ต้นกำเนิดฮอลลีวูด ที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับคนชอบหนัง เกม และวัฒนธรรมบันเทิงอเมริกัน ที่มีให้ตื่นตาตื่นใจไปกับเรื่องราวจากโลกภาพยนตร์ดัง ไม่ว่าจะเป็น Harry Potter, Jurassic World, Transformers เป็นต้น

โทรอนโต (Toronto) ประเทศแคนาดา

มหานครที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา และหนึ่งในเมืองพหุวัฒนธรรมที่สำคัญของโลก โดยมีประชากรหลากหลายเชื้อชาติมากที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นทั้งศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเงินของแคนาดา และเป็นภาพแทนของแคนาดาสมัยใหม่ ส่วนเอกลักษณ์ด้านท่องเที่ยวก็โดดเด่นในแง่ความเป็นเมืองสะอาด ปลอดภัย และเดินทางได้สะดวก

ซีเอ็น ทาวเวอร์ (CN Tower):แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมือง หอคอยสูงตระหง่านที่เห็นได้แทบทุกมุมในโทรอนโต เป็นจุดชมวิวสูงมองทั้งเมืองได้แบบ 360 องศา มีจุดพื้นกระจก Glass Floor กับ EdgeWalk เดินรอบหอคอยแบบหวาดเสียวสำหรับใครที่ไม่กลัวความสูง และยังมองเห็นวิวทะเลสาบ Ontario อันงดงามจากมุมสูง

เกาะโทรอนโต (Toronto Islands): เกาะพักผ่อนยอดนิยมของคนเมือง นั่งเรือเฟอร์รีไม่ไกลจากย่านดาวน์ทาวน์ ใช้เวลาเพียง 15 นาที เป็นจุดที่สามารถมองเห็นเมืองโทรอนโตจากฝั่งเกาะ ชาวเมืองนิยมไปปั่นจักรยาน ปิคนิก เดินเล่นริมทะเลสาบ อิ่มใจไปท่ามกลางธรรมชาติราวกับเป็นอีกโลก

ย่านดิสทีลเลอรี (Distillery District): ย่านเก่าที่ให้อารมณ์แบบยุโรป นับเป็นย่านสวยที่สุดของเมืองเต็มไปด้วยอาคารอิฐแดงโครงสร้างสถาปัตยกรรมยุควิกตอเรีย คาเฟ่ ร้านอาหาร คาเฟ่ และแกลเลอรี เหมาะแก่การไปเดินเล่นถ่ายรูป คาเฟ่ฮอปปิง โดยเฉพาะถ้าใครไปในช่วงคริสต์มาส ก็มีตลาดคริสต์มาสชื่อดัง

น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls): น้ำตกชื่อดังระดับโลกไม่ได้อยู่ในโทรอนโต แต่ก็เดินทางแบบเดย์ทริปได้ ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ โดยฝั่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดคือ Horseshoe Falls ฝั่งแคนาดาใน Ontario ซึ่งเห็นวิวโค้งของน้ำตกได้อลังการ โดยการเดินทางจากโทรอนโต ระยะทางประมาณ 130 กม. ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง–2 ชั่วโมง เท่านั้น โดยสาร “รถไฟ GO Train” ออกจาก Union Station จุดหมายปลายทางไปยัง Niagara Falls Station

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...