โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

เลี้ยงลูกเชิงบวก (Positive Parenting) เคล็ดลับสร้างเด็กคิดเป็น

Mood of the Motherhood

อัพเดต 18 พ.ค. เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. เวลา 08.03 น. • Features

เวลาที่เห็นลูกแสดงพฤติกรรมดื้อ ก้าวร้าว และทำตัวไม่น่ารักอย่างที่อยากให้เป็น คุณพ่อคุณแม่อาจเคยรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางความสับสนว่าควรจะเข้มงวดและเด็ดขาดกับลูกมากขึ้น หรือควรอดทนและและหาทางรับมืออย่างในเย็น และการควรรับมือแบบไหนที่จะทำให้ลูกเปลี่ยนแปลงตัวเองและเติบโตต่อไปอย่างเหมาะสมหัวใจสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนคือ การ เลี้ยงลูกเชิงบวก หรือ Positive Parenting ซึ่งไม่ได้หมายถึงการตามใจจนไร้ขอบเขต แต่คือการที่คุณพ่อคุณแม่เปลี่ยนวิธีสื่อสารจากการออกคำสั่งเป็นอธิบาย เปลี่ยนการควบคุมมาเป็นการทำความเข้าใจ เพื่อส่งเสริมให้กระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้า ที่ช่วยควบคุมความคิด และจัดการอารมณ์ หรือที่เรียกว่าทักษะสมอง EF (Executive Functions) ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งกระบวนการทางสมองนี้จะเกิดขึ้นเมื่อลูกรู้สึกปลอดภัยและได้รับความไว้วางใจจากคุณพ่อคุณแม่การ เลี้ยงลูกเชิงบวก จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพของลูก ผ่านความเข้าใจ การสื่อสารที่เหมาะสม และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะสมอง EF เพราะเป้าหมายของการเลี้ยงลูก ไม่ใช่แค่การทำยังไงให้ลูกเชื่อฟัง แต่คือการสอนให้ลูกเติบโตเป็นคนที่คิดเป็น เข้าใจตัวเอง และจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ในระยะยาวสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากเลี้ยงลูกเชิงบวกเริ่มต้น เรามี 5 เคล็ดลับสำหรับเข้าสู่เส้นทาง Positive Parenting มาฝากค่ะ1. สร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและปลอดภัยในครอบครัว

หัวใจสำคัญของการเลี้ยงลูกเชิงบวกเริ่มต้นที่ความสัมพันธ์ในครอบครัว เมื่อลูกรับรู้ได้ถึงความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและมีคุณพ่อคุณแม่เป็นพื้นที่ปลอดภัย สมองของลูกจะไม่ตกอยู่ในสภาวะระวังภัยหรือสภาวะเครียด ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการพัฒนาทักษะสมอง EF การใช้เวลาคุณภาพและการรับฟังอย่างตั้งใจจะช่วยให้ลูกเกิดความมั่นคง ทำให้สมองส่วนหน้าทำงานด้านการเรียนรู้และจดจำสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่2. ฝึกทักษะการไตร่ตรองและควบคุมตัวเอง

ในสถานการณ์ที่ลูกเกิดอารมณ์รุนแรง การใช้วินัยเชิงบวกจะช่วยสอนให้ลูกรู้จักไตร่ตรองและประเมินความรู้สึกของตัวเอง แทนที่จะดุว่าให้หยุดร้องไห้ทันที ลองเปลี่ยนเป็นการชวนให้ลูกฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ หรือให้เวลาลูกได้สงบสติอารมณ์สักครู่ก่อน การทำเช่นนี้เป็นการฝึกสมองส่วนหน้าให้ค่อยๆ เรียนรู้วิธีระงับอารมณ์ชั่ววูบและเปลี่ยนมาใช้เหตุผลในการจัดการปัญหาแทนการใช้อารมณ์เพียงอย่างเดียว3. ส่งเสริมอิสระภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม

การปล่อยให้ลูกได้มีโอกาสตัดสินใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ด้วยตัวเองภายใต้กติกาที่ตกลงร่วมกัน ซึ่งการเรียนรู้ผลลัพธ์จากการตัดสินใจของตัวเอง จะช่วยให้ลูกเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาวิสัยทัศน์และการวางแผนในอนาคต4. สอนให้ลูกมีความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา

ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน การยอมให้ลูกผิดพลาดและเผชิญกับปัญหาด้วยตัวเองบ้าง จะช่วยให้ลูกรู้จักปรับตัว เมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามแผน แทนที่จะเข้าไปจัดการปัญหาให้ลูกในทันที ลองใช้คำถามปลายเปิดเพื่อชวนให้ลูกคิดหาทางออกหลายๆ ทาง จะช่วยฝึกสมองให้มีความยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ และพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ ด้วยความมั่นใจ5. เป็นต้นแบบของการจัดการอารมณ์

เด็กเรียนรู้จากการมองเห็นมากกว่าการฟังคำสั่ง การที่คุณพ่อคุณแม่แสดงให้เห็นถึงการจัดการอารมณ์อย่างเหมาะสม หรือการวางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบในชีวิตประจำวัน จะเป็นภาพจำที่ลูกซึมซับได้โดยอัตโนมัติ การเป็นแบบอย่างที่ดีเช่นนี้จะช่วยให้ลูกเห็นว่าการจัดการตนเองนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้จริงและเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมอ่านบทความ: เลี้ยงลูกเชิงบวก อย่างไรไม่ให้คุณพ่อคุณแม่สติแตกไปเสียก่อน…อ้างอิงNaturePubmedUnicef

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...