โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ชัยชนะ" แฉพิรุธนอมินี 4.7 หมื่นราย จี้ "ศุภจี" เร่งปราบทุนเทาสวมสิทธิ์ถือหุ้น

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาทุนเทาและการปราบปรามนอมินีถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ โดยระบุว่าจากการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า เฉพาะบนถนนรัชดาภิเษกมีนอมินีที่ถือหุ้นแทนต่างชาติถึง 53 ราย และปัจจุบันตนมีข้อมูลว่ามีบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 1% ขึ้นไป รวมแล้วกว่า 47,000 ราย จึงขอฝากไปยังนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เร่งตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อประเทศและทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีทั้งหมด พร้อมเสนอให้มีมาตรการป้องกันในอนาคตตั้งแต่ขั้นตอนการขอจดทะเบียนธุรกิจการค้า

นายชัยชนะเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อตรวจสอบความมีตัวตนของที่ตั้งสำนักงานตามที่ระบุในคำขอจดทะเบียนว่ามีอยู่จริงหรือไม่ และสถานที่หนึ่งแห่งถูกใช้จดทะเบียนไปแล้วกี่บริษัท รวมถึงต้องตรวจสอบประวัติบุคคลที่มาขอจดทะเบียนว่าเคยถือหุ้นในบริษัทใดบ้างและมีพฤติการณ์เป็นนอมินีหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทเหล่านี้ถูกใช้เป็นช่องทางเปิดบัญชีและเป็นตัวเชื่อมในการฟอกเงินให้กับขบวนการสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และทุนต่างชาติ ซึ่งส่งผลให้ประเทศชาติเสียรายได้อย่างมหาศาล

นอกจากนี้ยังได้นำหลักฐานรูปภาพบ้านหลังหนึ่งบริเวณถนนร่มเกล้าซึ่งมีชาวจีนเป็นเจ้าของทั้งหมด แต่กลับพบความผิดปกติที่มีบริษัทมาขอจดทะเบียนซ้อนกันกว่า 20 บริษัท โดยนายชัยชนะตั้งคำถามถึงการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าเหตุใดจึงปล่อยปละละเลย หรือมัวแต่ไปแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรอย่างมะพร้าวและกุ้ง จนละเลยการแก้ไขปัญหาบริษัทนอมินีที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสูญเสียทรัพย์สินของชาติ ซึ่งพฤติการณ์ปัจจุบันมีการจ้างบุคคลมาสวมสิทธิ์ถือหุ้นในสัดส่วนคนไทย 51% และต่างชาติ 49% เพื่อใช้บริษัทไปกว้านซื้อที่ดินและทรัพย์สินจำนวนมาก ซึ่งตนยังมีข้อมูลเชิงลึกในเรื่องนี้อีกมากและขอย้ำว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าคือต้นทางสำคัญ หากไม่สามารถหยุดยั้งและตรวจสอบการจดทะเบียนได้ ปัญหานี้จะไม่มีวันจบสิ้น

ทั้งนี้ยังพบข้อมูลว่าไม่ได้มีเพียงอาคารที่ถนนร่มเกล้าเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ในถนนรัชดาภิเษก ถนนบรรทัดทอง รวมถึงในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และพังงา ที่มีการถือหุ้นครองทรัพย์สินทั้งที่ดิน อาคาร บ้าน และยานพาหนะในลักษณะเดียวกัน โดยนายชัยชนะได้ยกตัวอย่างร้านอาหารย่านรัชดาชื่อ "ฉงชิ่ง" ที่มีทุนจดทะเบียนสูงถึง 50-100 ล้านบาท มีชื่อผู้จัดการร้านเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดแต่กลับมีสภาพความเป็นอยู่ลำบากขัดกับฐานะในบริษัท รวมถึงบริษัทที่รับงานก่อสร้างตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็พบข้อมูลว่ามีผู้จัดการถือหุ้นแทนคนจีนเช่นกัน จึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีศุภจีเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหานี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...