โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐบาลลุยแก้ปัญหาที่ดินทำกิน-อนุรักษ์ป่า “ทับลาน” อย่างสมดุล เร่งพิสูจน์สิทธิใน 6 เดือน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

รัฐบาลเดินหน้า “ปฐมบทใหม่ทับลาน” แก้ปัญหาที่ทำกิน-อนุรักษ์ป่าอย่างสมดุล ยึดกฎหมาย ข้อมูลเชิงประจักษ์ ความเป็นธรรม เร่งพิสูจน์สิทธิ 5,200 ครัวเรือน ลั่น หากทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง “ปฐมบทใหม่ทับลาน” เพื่อคลี่คลายปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างชุมชนดั้งเดิมกับพื้นที่อนุรักษ์ที่สะสมมานานหลายทศวรรษ ด้วยหลักการสำคัญคือ ยึดกฎหมาย ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงประจักษ์ ความโปร่งใส และตรวจสอบได้

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวต่อไปว่า แนวทางดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ที่กำหนดให้ใช้ระบบ One Map เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดระเบียบแนวเขตที่ดินของรัฐอย่างเป็นระบบ เพื่อลดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินของประชาชน

ในระยะแรก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งดำเนินการใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงแนวเขตพื้นที่โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง การพิสูจน์สิทธิของประชาชนดั้งเดิม และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่าและกลุ่มนายทุนอย่างเด็ดขาด

สำหรับการพิสูจน์สิทธิ ทางกระทรวงจะเร่งตรวจสอบสิทธิของประชาชนดั้งเดิมประมาณ 5,200 ราย ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศและหลักฐานทางวิชาการประกอบการพิจารณา เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินมาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติได้รับการรับรองสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดกฎหมาย และไม่มีการรับรองสิทธิให้กับผู้บุกรุกพื้นที่ป่า รวมถึงกลุ่มรีสอร์ต โรงแรม และผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีหลายร้อยคดี โดยทุกคดียังคงเดินหน้าตามกระบวนการกฎหมายอย่างเต็มที่

นางสาวลลิดา กล่าวต่อไปว่า การจัดระเบียบพื้นที่ตามแนวเขตปี 2543 ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 260,000 ไร่ จะดำเนินการบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและข้อเท็จจริง โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่

ส่วนแรก พื้นที่ที่เตรียมส่งมอบให้หน่วยงานและชุมชนที่มีสิทธิเดิมตามกฎหมาย รวมประมาณ 155,000 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ทับซ้อน สปก. ประมาณ 53,000 ไร่ พื้นที่หมู่บ้านไทยสามัคคี ประมาณ 8,300 ไร่ พื้นที่หมู่บ้านความมั่นคงและโครงการจัดที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐ ประมาณ 84,000 ไร่ และพื้นที่ราชพัสดุ ประมาณ 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยได้รับการรับรองตามมติ ครม. ในอดีต

ส่วนที่สอง เป็นพื้นที่ประมาณ 109,000 ไร่ ที่จะยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขต สปก. และนอกหมู่บ้านความมั่นคง ซึ่งจะไม่มีการรับรองสิทธิให้ผู้บุกรุก และจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ โดยภาครัฐได้เตรียมดึงพื้นที่ป่าสมบูรณ์จากความรับผิดชอบของกรมป่าไม้กลับมาเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมอีกประมาณ 89,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นแนวกันชน (Buffer Zone) และเสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว

“รัฐบาลยืนยันว่าการแก้ปัญหาทับลานในครั้งนี้ ไม่ใช่การเลือกระหว่างคนกับป่า แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่บนพื้นฐานของกฎหมายและข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกัน ก็รักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไว้ได้อย่างยั่งยืน โดยผู้กระทำผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐบาลลุยแก้ปัญหาที่ดินทำกิน-อนุรักษ์ป่า “ทับลาน” อย่างสมดุล เร่งพิสูจน์สิทธิใน 6 เดือน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...