โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สุริยะ - วัชระพล' พร้อมบินเจรจามาเลเซีย คลี่คลายมาตรการระงับนำเข้ากุ้งไทย เร่งลดผลกระทบเกษตรกร

VoiceTV

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้แทนสมาคมกุ้งไทย พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และภาคเอกชนในอุตสาหกรรมกุ้ง เพื่อรับฟังข้อเสนอและติดตามผลกระทบจากกรณีที่กระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารมาเลเซีย ยกระดับมาตรการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย โดยมี นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางการมาเลเซียได้ประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากไทย 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาวแวนนาไม กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตอบโต้จากกรณีที่ประเทศไทยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซีย โดยใช้ระยะเวลาตรวจสอบ 15 วัน เนื่องจากเคยตรวจพบสารตกค้างเมื่อปี 2566 ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อราคากุ้ง รายได้ของเกษตรกร ตลอดจนผู้ประกอบการและผู้ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน

นายวัชระพล กล่าวว่า การหารือครั้งนี้ ผู้แทนสมาคมกุ้งไทยและภาคเอกชนได้สะท้อนข้อกังวลใน 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือการเร่งรัดการเจรจากับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดผลกระทบต่อการส่งออกกุ้งของไทย ซึ่งในวันนี้ (9 มิถุนายน 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามในหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย เพื่อขอหารือร่วมกันอย่างเป็นทางการ โดยจะให้เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของทั้งสองประเทศประสานงานรายละเอียดเบื้องต้นก่อนการหารือ ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาจะเป็นไปในทิศทางที่ดี และจะเร่งดำเนินการให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายนนี้

ในส่วนของมาตรการตรวจสอบปลากะพงนำเข้าจากมาเลเซีย กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบให้มีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาจากเดิม 15 วัน เหลือประมาณ 7 วัน แต่ยังคงรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศอย่างเคร่งครัด

“หากได้รับการตอบรับจากฝ่ายมาเลเซีย กระทรวงเกษตรฯ พร้อมเดินหน้าเจรจาโดยทันที เพื่อหาทางออกร่วมกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศโดยเร็ว” นายวัชระพล กล่าว

สำหรับประเด็นที่สอง ผู้แทนสมาคมกุ้งไทยได้เสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งในระยะยาว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน หลังจากที่ไทยเคยเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกกุ้งของโลก โดยทางสมาคมฯ ได้เสนอแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ พ.ศ. 2569 - พ.ศ. 2573 ครอบคลุมทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมประมงรับข้อเสนอไปพิจารณาและจัดทำแนวทางดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

“สำหรับแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในระยะเร่งด่วน กระทรวงเกษตรฯ จะบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามและดูแลสถานการณ์ด้านราคา ในส่วนของกรมประมง ขณะนี้ได้เร่งจัดทำโครงการและมาตรการลดต้นทุนการผลิต อาทิ ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยง รวมถึงการจัดกิจกรรมกระตุ้นการบริโภคกุ้งในประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกร ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว” นายวัชระพล กล่าวทิ้งท้าย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...