YLG ชี้ทองไม่ผ่าน $4,428 ระวังรีบาวด์หลอก เสี่ยงลงต่อ
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2026
สภาวะตลาดในวันนี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 4,313 – 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 67,400 บาทต่อบาททองคำ ราคาเพิ่มขึ้น 550 บาทจากราคาวันก่อนหน้าที่ระดับ 66,850 บาท
ปัจจัยพื้นฐาน
ราคาทองคำในวันที่ 9 มิ.ย. 2026 ขยับขึ้นมาที่ระดับ 4,320 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า แม้จะประคองตัวได้ แต่ภาพรวมยังคงอ่อนแอ ประเด็นสำคัญที่สุดในรอบนี้คือการที่ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านแถลงว่ากองทัพอิหร่านได้ยุติการโจมตีอิสราเอลแล้ว หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยุติการยิงตอบโต้กันโดยทันที ขณะที่ฝั่ง อิสราเอลก็ยุติการโจมตีอิหร่านตามคำขอของทรัมป์เช่นกัน ราคาน้ำมันมีแนวโน้มชะลอตัวลง บรรเทาความเสี่ยงเงินเฟ้อจากด้านพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ทองคำประคองราคาไว้ได้ในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม แรงกดดันหลักที่ฉุดทองคำมาจากฝั่งนโยบายการเงิน รายงานการจ้างงานเดือนพฤษภาคมที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดยเศรษฐกิจสหรัฐเพิ่มการจ้างงาน 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 85,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% ตัวเลขนี้ตอกย้ำมุมมองว่า Fed อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปี โดย ตลาดปัจจุบันให้น้ำหนักความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคมมากกว่า 40% เพิ่มขึ้นจากราว 14% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทั้งนี้ Fed ยังคงถูกคาดหมายอย่างกว้างขวางว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมวันที่ 16-17 มิถุนายน ภายใต้ประธานคนใหม่ เควิน วอร์ช
บอนด์ยีลด์และดอลลาร์แข็งค่า ทิศทางดังกล่าวสะท้อนผ่านตลาดพันธบัตรและค่าเงิน โดย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นแตะระดับราว 4.57% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ การที่ทั้งดอลลาร์และบอนด์ยีลด์แข็งค่าขึ้นพร้อมกันถือเป็นปัจจัยลบโดยตรงต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย
นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐในวันพุธ และ PPI ในวันพฤหัสบดี หากตัวเลข CPI และ Core CPI ออกมาสูงเกินคาด จะยิ่งตอกย้ำความเสี่ยงเงินเฟ้อและกดดันราคาทองให้ร่วงลงได้ แต่หากออกมาเท่ากับหรือต่ำกว่าคาด ทองคำก็อาจประคองระดับนี้ต่อไปได้อีกระยะจนกว่าจะถึงการประชุม Fed ครั้งถัดไป
- วันนี้มองว่า หากการดีดตัวของราคาไม่ผ่าน $4,428 ประเมินว่าเป็นการดีดตัวเพื่อลงต่อ โดยประเมินแนวต้านไว้บริเวณ $4,352-4,392
- กลับกัน หากหากราคาทะลุ $4,428 จึงจะกลับมาหาจังหวะย่อซื้ออีกครั้ง
- กลยุทธ์การลงทุน เปิดสถานะขายหากราคาไม่ผ่านแนวต้าน $4,352-4,428 (ตัดขาดทุนหากราคาผ่าน $4,428)
- ซื้อคืนสถานะขายหากดีดไม่หลุด $4,313-4,268 หากหลุด $4,268 ชะลอไปซื้อคืนที่แนวรับถัดไป