"กมธ.ความมั่นคงฯ" ลงพื้นที่ตรวจรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งแรก พอใจโครงสร้างแข็งแรง เตรียมลุยสำรวจ 4 จังหวัดชายแดนต่อ
วันที่ 27 มิ.ย. 69 จังหวัดจันทบุรี นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ ฯ ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดจันทบุรี โดยได้เดินทางมาที่ หมุดหลักเขต 52 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เพื่อสังเกตการณ์ การสร้างรั้วชายแดนความมั่นคงคั่นระหว่าง ไทย-กัมพูชา โดยมีนาวาเอก ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี) สังกัดกองทัพเรือไทย ให้การต้อนรับและรายงานสรุปภาพรวมการดำเนินงาน นาวาเอก ปรัชญา หาญเทียม กล่าวรายงานว่า การสร้างรั้วชายแดน ไทยจะสร้างชิดเส้นเขตแดน และแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชาทราบ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ทุกขั้นตอนในการสร้างรั้วชายแดนได้เชิญฝ่ายกัมพูชามาตรวจสอบ และสังเกตการณ์ในการปฎิบัติงานก่อนที่เราจะดำเนินการ การปฏิบัติของฝ่ายไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ได้ทำฝ่ายเดียว สำหรับรั้วชายแดนดังกล่าว ใช้งบประมาณจาก "กองทุนหทัยทิพย์" รับผิดชอบการก่อสร้างโดย หน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ในเฟสแรก ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา สามารถตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 45 %
ส่วนในเฟสที่ 2 จะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถนน จากหลักเขตแดนที่ 54 ประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้ว และโครงสร้างด้านความมั่นคงในระยะต่อไป รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร ลักษณะของรั้วชายแดน คือ แผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงถนนเลียบกำแพงชายแดน ที่อยู่หลังกำแพงนั้นเป็นของใคร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี เปิดเผยว่า เป็นของฝ่ายกัมพูชาสร้างไว้ โดยใช้งบของกัมพูชาเอง ซึ่งได้ก่อสร้าง ห่างจากรั้วชายแดนไทย ประมาณ 3 เมตร ภายหลังการสำรวจการก่อสร้างรั้วชายแดน ใช้เวลาประมาณ 20 นาที นายมณเฑียร เปิดเผยว่า มาดูการสร้างรั้วชายแดนครั้งแรกของไทยที่สร้างอยู่แนวเขตแดนระหว่างข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ขณะนี้ดำเนินการแล้วในหลักหมุดที่ 52 - 59 ระยะทาง 1.3. กิโลเมตร ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่า 600 เมตร และกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมในพื้นที่ที่ชัดเจนแล้ว เพราะรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีมีนโยบายชัดเจนว่า เราพร้อมสร้างรั้วให้ทุกพื้นที่ ทั้ง ภาค1, ภาค 2 และกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดง เมื่อถามว่าในเรื่องของความแข็งแรงของรั้วมีอะไรต้องแก้ไขหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ส่วนตัวพอใจ สร้างได้สวยงามโดยช่างฝีมือทหาร และไม่ได้จ้างหน่วยงานอื่น และงบสนับสนุน มาจากเงินบริจาคของ "กองทุนหทัยทิพย์" เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้ "มูลนิธิจุฬาภรณ์" รวมถึงงบประมาณแผ่นดินมีเตรียมไว้พร้อม
เมื่อถามว่ามีรายงานเกี่ยวกับอุปสรรคการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มี เพราะการสร้างรั้วได้ ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันชัดเจนในคณะกรรมการ JBC ที่เราได้ตั้งขึ้นมาจึงจะดำเนินการได้ หากจุดใดยังตกลงกันไม่ชัดเจน ก็ให้มาปักเขตแดนคร่าว ๆ ไว้ หากตรงไหนเขตแดนชัดเจนก็จะมีการสร้างทันที เมื่อถามว่าคณะ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ จะเดินหน้าสนับสนุนกองทัพอย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า ยินดีในทุกด้าน ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องต่าง ๆ ขอให้ประสานงานมาว่าติดขัดจุดใด เราฝ่ายนิติบัญญัติจะเป็นผู้ประสานงานให้ นายมณเฑียร กล่าวว่า กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ 100% และให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าไม่สร้าง ส่วนตัวเชื่อว่าอีก 100 ปีก็คุยกันไม่รู้เรื่อง และอาจทำให้เกิดการปะทะขึ้นอีก เนื่องจากเคยปะทะกันมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2568 ที่ผ่านมา รวมถึงเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนด้วยเมื่อถามว่าในอนาคต กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ จะไปสำรวจในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า กมธ.ได้ประชุมและลงมติไว้แล้วว่า วันที่ 11-13 ก.ค.2569 จะลงพื้นที่ชายแดนตั้งแต่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากยังเป็นพื้นที่ล่อแหลม ทหารทั้งสองฝ่ายยังเผชิญหน้ากันอยู่ซึ่งเป็นพื้นที่เปราะบาง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ และรับฟังรายงานเรื่องรั้วชายแดน พบว่า มีทหารกัมพูชา ขับรถกระบะ เข้ามาสังเกตการณ์ ในพื้นที่ถนนเรียบรั้วชายแดนของฝั่งกัมพูชา โดยไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้น