เปิดแผน ทอท. ลงทุน 3 แสนล้าน พัฒนาสนามบิน 6 แห่ง ดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก
ทอท. เปิดแผนลงทุน 3 แสนล้านบาท พัฒนาสนามบินทั้ง 6 แห่ง ผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
น.ส.ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า โอกาสครบรอบ 47 ปี ทอท. วางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบิน 6 แห่ง ภายใต้วงเงินรวม 3 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและการเดินทางระหว่างประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (World - Class Aviation Hub)
สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศรอบ 8 เดือน ของปีงบประมาณ 2569 (ต.ค. 2568 - พ.ค. 2569) ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. มีเที่ยวบินรวม 552,119 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีผู้โดยสารรวม 90.98 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.76%
ทั้งนี้ คาดว่าในปี 2570 อุตสาหกรรมการบินยังคงมีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งทำให้ ทอท. เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบิน ส่งเสริมการเปิดเส้นทางบินใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับสายการบินและภาคการท่องเที่ยวในการกระตุ้นการเดินทางระหว่างประเทศ
จากมุมมองดังกล่าวจะเป็นโอกาสของ ทอท. ที่จะเร่งยกระดับศักยภาพของท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้กว่า 160 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน
สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) จะเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ที่จะเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอีก 8.1 หมื่นตารางเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2574 ทำให้ ทสภ. มีขีดความสามารถเป็น 70 ล้านคนต่อปี ดำเนินการคู่ขนานไปกับการพัฒนาทางด้านทิศใต้ พื้นที่กว่า 7.5 แสนตารางเมตร ซึ่งแบ่งการก่อสร้างเป็นหลายระยะ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการขั้นตอนการออกแบบ หลังจากนั้นจะเริ่มก่อสร้างโครงการพัฒนาด้านทิศใต้ ในปี 2572 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสาร ด้านทิศใต้ระยะแรก (Phase 1/3) ในช่วงปี 2576
ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) จะดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาคาร 3 และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารอาคาร 1 และอาคาร 2 ให้ทันสมัยพร้อมปรับปรุงระบบการจราจรภายในสนามบินให้คล่องตัวมากขึ้น และเชื่อมต่อระบบขนส่งทางราง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577
ขณะที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ดำเนินการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่บริเวณด้านทิศใต้ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมทั้งหมดให้เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ พร้อมขยายและปรับปรุงลานจอดอากาศยาน และก่อสร้างพื้นที่จอดรถยนต์ 1,100 คัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2577
ในส่วนของท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) จะก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และขยายอาคารเทียบเครื่องบิน คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574 ท่าอากาศยานหาดใหญ่อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนแม่บท (Master Plan) โดยคาดว่าจะจัดทำแผนแม่บทเสร็จสิ้นภายในปี 2569
นอกจากนี้ ทอท. จะเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ ณ ทสภ. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติผลการคัดเลือกเอกชนดำเนินโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง และโครงการให้บริการคลังสินค้าของผู้ประกอบการรายที่ 3 ก่อนจะลงนามในสัญญาร่วมลงทุนต่อไป
พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้ายกระดับการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเร่งระดมติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งหมดกว่า 200 ชุด พร้อมช่องทางพิเศษสำหรับผู้ต้องการได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ABC Special Assistant Lane) อีก 8 ชุดภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลารอคิวเข้าตรวจหนังสือเดินทางได้ดียิ่งขึ้น
จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของผู้โดยสาร และเส้นทางบิน รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบิน และปัจจัยอื่น ๆ ทอท. จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะได้เร่งเปิดตลาดใหม่หรือเส้นทางที่ยังไม่มีบริการบินตรง โดยเน้นเจาะตลาดที่มีความต้องการเดินทางสูง เช่น อินเดีย จีน ยุโรป เป็นต้น รวมทั้งเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค และสนับสนุนเส้นทางต่อเครื่อง
ขณะนี้ ทอท. มีโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินให้แก่สายการบินที่เปิดเส้นทางบินใหม่มายังท่าอากาศยานของ ทอท. ซึ่งโครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ต.ค. 2571 โดยมอบส่วนลดค่าบริการขึ้นลง ค่าบริการที่เก็บอากาศยาน และค่าใช้บริการสะพานเทียบเครื่องบิน อีกทั้ง จะเข้าร่วมงานประชุมและเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาเส้นทางการบิน (Route Development) เพื่อหารือ เจรจาธุรกิจ นำเสนอความเป็นไปได้ในการพัฒนาเส้นทางการบิน และจูงใจให้สายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มการให้บริการมายังประเทศไทย
นอกจากนี้ ทอท. จะนำพื้นที่ว่างเปล่าบริเวณรอบท่าอากาศยานมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับอุตสาหกรรมการบินและการท่องเที่ยว และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับองค์กรอีกทางหนึ่ง ตลอดจนกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบท่าอากาศยาน และเกิดการจ้างงาน ซึ่งสามารถพัฒนาพื้นที่เป็นโครงการต่าง ๆ เช่น โรงแรมสนามบิน (Airport Hotel) ศูนย์การขนส่งและกระจายสินค้า (Logistics Park) อุทยานการบิน (Aviation Park) ศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำนักงานให้เช่า ศูนย์นันทนาการ (Recreation Center) โดยจะเปิดให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจมาร่วมลงทุนต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ปลดล็อก กรมท่าอากาศยาน บริหารที่ราชพัสดุ สนามบินภูมิภาค 28 แห่ง
- กรมท่าอากาศยาน มุ่งเพิ่มรายได้ พัฒนาสนามบินเดิมให้บริการเต็มประสิทธิภาพ
- ภัทรพงศ์ สั่งด่วน กรมท่าอากาศยาน เร่งตรวจสอบความเสียหายสนามบินตรัง
ติดตามเราได้ที่