SITE 2026 เปิดโมเดล NEDO ญี่ปุ่น รับโจทย์ AI ใช้ไฟพุ่ง ดัน “Deep Tech–พลังงานสะอาด” สู่อนาคต
ถอดบทเรียนญี่ปุ่นกับการสร้างระบบสนับสนุน Deep Tech ระยะยาว เมื่อ AI, Data Center และพลังงานสะอาดกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจโลก
ในยุคที่ AI และ Data Center กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว “พลังงาน” กลายเป็นหนึ่งในโจทย์ยุทธศาสตร์ของหลายประเทศทั่วโลก เพราะเทคโนโลยีดิจิทัลยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงข้อมูลและกำลังประมวลผล แต่ยังต้องอาศัยระบบไฟฟ้าที่มั่นคง พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตในระยะยาว
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นภายในงาน SITE 2026: Startup x Innovation Thailand Expo 2026 บนเวทีหัวข้อ “NEDO’s Sustainability Initiatives: Clean Energy Solutions and Deep Tech Innovation” จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแหงชาติหรือ NIA โดย นาย YOSHIDA Takeshi กรรมการบริหารจาก New Energy and Industrial Technology Development Organization หรือ NEDO องค์กรสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาที่สำคัญของญี่ปุ่น ซึ่งร่วมแบ่งปันโมเดลการขับเคลื่อน Deep Tech และพลังงานสะอาด เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและการเติบโตของอุตสาหกรรมอนาคต
นาย YOSHIDA ชี้ว่า การพัฒนา Deep Tech และพลังงานสะอาดไม่สามารถอาศัยเงินทุนระยะสั้นเพียงอย่างเดียวได้ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้เวลาวิจัยนาน ลงทุนสูง มีความเสี่ยง และต้องผ่านกระบวนการทดสอบก่อนเข้าสู่ตลาดจริง ดังนั้น ภาครัฐจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยรับความเสี่ยงช่วงต้น ก่อนเปิดทางให้ภาคเอกชน นักลงทุน และอุตสาหกรรมเข้ามาต่อยอดสู่การขยายธุรกิจในระยะถัดไป
“NEDO เป็นหนึ่งในตัวอย่างขององค์กรที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงงานวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน สตาร์ตอัป และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน โดยสนับสนุนเทคโนโลยีสำคัญหลายสาขา ตั้งแต่ AI เซมิคอนดักเตอร์ หุ่นยนต์ แบตเตอรี่ ไฮโดรเจน พลังงานหมุนเวียน ไปจนถึง Circular Economy สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างนวัตกรรมเชิงลึกต้องอาศัยระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่การให้ทุนแบบระยะสั้นหรือแยกส่วน” นาย YOSHIDA กล่าวและว่า
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือโครงการ DTSU หรือ Deep Tech Startup Support Program ของ NEDO ซึ่งให้ทุนสนับสนุนในรูปแบบ Grant โดยไม่ถือหุ้น ช่วยให้สตาร์ตอัป Deep Tech สามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้เต็มที่ โดยไม่ต้องสูญเสียสัดส่วนความเป็นเจ้าของเร็วเกินไป โมเดลนี้ถือเป็นแนวทางสำคัญสำหรับประเทศที่ต้องการสร้างสตาร์ตอัปเทคโนโลยีขั้นสูง เพราะช่วยให้ผู้ประกอบการมีเวลาและทรัพยากรในการพัฒนาเทคโนโลยีให้พร้อม ก่อนเข้าสู่ตลาดหรือระดมทุนในขั้นต่อไป
ในมิติด้านพลังงาน NEDO ชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจาก AI และ Data Center ขณะเดียวกันทุกประเทศยังต้องเดินหน้าลดคาร์บอนและรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าไปพร้อมกัน การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจน แบตเตอรี่ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประหยัดพลังงาน จึงเป็นหัวใจสำคัญของทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านพลังงาน และการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับประเทศไทย โมเดลของ NEDO ให้บทเรียนสำคัญว่า หากต้องการสร้าง Deep Tech และ Clean Energy ให้เกิดผลจริง ต้องมีระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่อง ตั้งแต่การวิจัย การพัฒนาต้นแบบ การทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง การเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรม ไปจนถึงการสเกลสู่ตลาด โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไทยกำลังมองหาโอกาสใหม่ในด้านพลังงานสะอาด AI อุตสาหกรรมอนาคต และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ปัจจุบัน NEDO ยังมีความร่วมมือกับประเทศไทยมากกว่า 30 โครงการ ทั้งด้านพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงาน โดยมีสำนักงานประจำกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นสามารถต่อยอดได้มากกว่าการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่สามารถพัฒนาไปสู่โครงการนำร่อง การทดลองใช้เทคโนโลยี และความร่วมมือเชิงอุตสาหกรรมที่สร้างผลลัพธ์จริง
เวทีนี้จึงชี้ให้เห็นว่า อนาคตของ Deep Tech และพลังงานสะอาดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “ระบบ” ที่ช่วยให้เทคโนโลยีเหล่านั้นเติบโตได้จริง ตั้งแต่ทุนระยะยาว การสนับสนุนจากภาครัฐ การลงทุนจากเอกชน ไปจนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ
งาน SITE 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการเปิดมุมมองให้ไทยเห็นว่า การสร้างนวัตกรรมแห่งอนาคตต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ระยะยาว โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และกลไกสนับสนุน Deep Tech ที่แข็งแรง เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในระดับโลก