โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจม เนโกะจัมพ์ เปิดใจทั้งน้ำตา หลังชีวิตคู่เคยล้มเหลว จนเป็นโรคซึมเศร้า

สยามนิวส์

เผยแพร่ 20 พ.ย. 2566 เวลา 05.28 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
แจม เนโกะจัมพ์ เปิดใจทั้งน้ำตา หลังชีวิตคู่เคยล้มเหลว จนเป็นโรคซึมเศร้า

เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักสำหรับนักร้องสาวอย่าง แจม เนโกะจัมพ์ หรือ แจม ชรัฐฐา หลังจากที่เจ้าตัวเคยออกมาเผยว่าวิวาห์ล่ม เลิกแฟนหนุ่มก่อนแต่งงาน 2 เดือน ความรักล้มเหลว จนทำให้เป็นโรคซึมเศร้า ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว

ภาพจากjam_ponybah

ภาพจากjam_ponybah

ภาพจากjam_ponybah

ภาพจากjam_ponybah

ช่วงของชีวิตในตอนนั้นเป็นยังไง สาวแจม ตอบว่า ช่วงชีวิตตอนนั้นมันเหมือนมืดไปหมดเลยค่ะ ทั้งๆที่เรามีคนรอบตัว แต่เรารู้สึกเหมือนเราอยู่ตัวคนเดียว แล้วเรารู้สึกว่าเป็นภาระให้กับทุกคน ฉันอยากที่จะหายไป อยากให้ตัวเองหายไปจากโลกนี้ทุกคนจะได้มีความสุขมากขึ้น คือมันจะเป็นความคิดแบบนั้น แล้วมันหยุดคิดแบบนั้นไม่ได้ค่ะ

เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเป็นไงบ้าง แต่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าบอกใคร สาวแจม ตอบว่า คือตอนที่เราเป็นโรคซึมเศร้า เราจะไม่ได้ตื่นเช้ามาอีกวันหนึ่ง แล้วเราสามารถรู้ได้ว่าฉันผิดปกติ ฉันต้องไปหาหมอ ฉันเป็นซึมเศร้าหรืออะไร คืออาการมันก็จะมาอยู่เรื่อยๆ ค่อยๆเป็นขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ตัว บุคลิก นิสัยหรือว่าการที่เราเปลี่ยนพฤติกรรม มันค่อยๆเปลี่ยนไปโดยที่เราไม่รู้เลย รู้สึกว่าไม่สามารถพบปะผู้คนได้ ไม่อยากเจอใคร งานก็ไม่อยากรับ ไม่อยากเจอแฟนคลับ หรือแม้กระทั่งเพื่อน เราไม่คุยกับใครเลยเหมือนเราเก็บตัว ตื่นเช้ามานอนอยู่บนเตียงเฉยๆ ไม่ทำอะไร

ภาพจากjam_ponybah

ภาพจากjam_ponybah

ภาพจากjam_ponybah

จุดเปลี่ยนในตอนไหน สาวแจม ตอบว่า ก็คือวันที่เราบอกว่า เราอยากจะหายไปค่ะ นอนคิดอยู่กับตัวเองว่าถ้าที่บ้านไม่มีเราดีกว่าไหม หลังจากที่เราคิดแบบนั้น เรานอนอยู่บนเตียงแล้วก็วางโทรศัพท์เอาไว้ แล้วโทรศัพท์แจ้งเตือนขึ้นมาเป็นข้อความในแชทของครอบครัวว่า กินข้าวไหม โอเคไหม หนูรักพี่นะ ก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว ไม่อยากเป็นแบบนี้แล้ว เราเหนื่อยกับการที่จะต้องเป็นแบบนี้ตลอดเวลา เราอยากหาย ก็เลยเป็นจุดที่ตัดสินใจว่ายอมรับในสิ่งที่มันเกิดขึ้น ยอมรับในสิ่งที่มันเป็น ณ ตอนนี้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ค่ะว่ามันคือโรคซึมเศร้า แต่รู้ว่าจิตใจเราไม่ปกติ ก็เลยตัดสินใจที่จะไปหาจิตแพทย์ รักษาอยู่ประมาณ 2 ปี ถึงรู้สึกว่าโอเคมันหายไปแล้ว ไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้วค่ะ

ภาพจากjam_ponybah

ภาพจากjam_ponybah

ภาพจากjam_ponybah

เรียบกรียงโดย siamnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...