หรือว่าหุ้น IPO จะหมดเสน่ห์ ไตรมาสสุดท้ายโดนลงโทษหนัก ผู้บาดเจ็บที่สุดคือ "รายย่อย" ?
ช่วงหลังๆ มานี้ กระแสหุ้น IPO ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับนักลงทุนตั้งแต่วันแรกที่เข้าเทรด หรือบางบริษัท เข้าเทรดเพียงไม่กี่วัน ราคาหุ้นวกกลับตัวแบบดิ่งเหว เรียกได้ว่า “ล่อเม่าขึ้นดอย” ไปตามๆ กัน เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นน้องใหม่ IPO หรือจะหมดเสน่ห์ไปเสียแล้ว?
หรือเพราะสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย? เพราะช่วงหลังๆ มานี้ ตั้งแต่มีความขัดแย้งในอิสราเอล ก็สร้างแรงกดดันในกับตลาดหุ้นทั่วโลก แม้กระทั่งหุ้นไทยเองที่ได้รับผลกระทบเชิงลบทำให้ดัชนีดิ่งเหว
แต่ก็มีคำถามที่เกิดขึ้นหนาหูในวงการตลาดหุ้นว่า การตั้งราคา IPO แพงไปหรือไม่? สมเหตุสมผลกับปัจจัยพื้นฐานแค่ไหน ซึ่งไม่ว่าจะเกิดขึ้นในกรณีใดก็แล้วแต่ ผู้รับกรรมทั้งหมด ก็คือ นักลงทุน
บางบริษัทเข้าซื้อขายวันแรก ก็สร้างความเจ็บช้ำให้กับนักลงทุนที่จองซื้อ ไล่เรียงตั้งแต่ 3 บริษัทหลังสุด ไม่ว่าจะเป็น ORNทำราคาเปิดดิ่งกว่า 13.42% ก่อนจะปิดการซื้อขายของวันแรกที่ 1.09 บาท ลดลง 26.85%จากราคา IPO
MCAก็เช่นกัน เปิดการซื้อขายลดลงกว่า 9.09% ก่อนจะปิดการซื้อขายของวันแรกที่ 2.04 บาท ลดลง 38.18% จาก IPO ที่ 3.30 บาท ล่าสุด NAM ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ 7.40 บาท ลดลง 3.9% จากราคา IPO ที่ 7.70 บาท ทั้ง 3 บริษัทที่กล่าวมานั้น ราคาฟอร์มแย่ตั้งแต่เปิดเทรด หากใครซื้อตอนจอง ที่เจ็บช้ำไปตามๆ กัน
อีกหนึ่งหุ้นที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้อย่าง WINDOW ถือว่าหนึ่งในหุ้นที่สร้างความบอบช้ำให้กับนักลงทุนอย่างมาก เพราะราคาเปิดการซื้อรายวันแรก 2.84 บาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 35.24% จากราคาไอพีโอ 2.10 บาท ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นหนึ่งในหุ้น IPO ที่จะทำฟอร์มได้อย่างสวยงาม แต่ก็ไม่วายทิ้งดิ่งอย่างเจ็บช้ำ ด้วยราคาปิดการซื้อขายวันแรก 1.27 บาท ลดลง 39.52% จากราคา IPOที่ 2.10 บาท เรียกได้ว่าลากไปที่สูง ก่อนทิ้งระเบิดดับบนดอย!
ที่กล่าวมา 4 บริษัท ถือเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะถ้าเราย้อนกลับไปช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นๆ ไตรมาส 4 ยังมีอีก 2 บริษัทสุดซี๊ด อย่าง SAV ด้วยราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 18.80 บาท ลดลงราว 1% จากราคา IPO ก่อนจะทิ้งดิ่งปิดการซื้อขายวันแรก 15.30 บาท ลดลงกว่า 19.47% จากราคา IPO ที่ 19 บาท
อีกหนึ่งหุ้นเหมือนจะดี SRS เช่นกัน ที่เปิดซื้อขายวันนี้วันแรก 21.60 บาท เพิ่มขึ้นสูง 35% จากราคา IPOก่อนทิ้งระเบิดลูกใหญ่ ปิดการซื้อขายวันนี้วันแรกที่ราคา 12.40 บาท ลดลง 22.50% จากราคาไอพีโอ 16 บาท โดยวันแรกทำราคาสูงสุดที่ 22.40 บาท เท่ากับว่านักลงทุนที่เข้าไปช่วงชุลมุน ต้องรับกรรมไปเต็มๆ
TAN ก็เช่นกัน ทำราคาเปิดเทรดวันแรกที่ 16.80 บาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.82% จากราคา IPO ก่อนปิดเทรดวันแรกที่ 16.40 บาท ลดลง 0.61% จากราคา IPO ที่ 16.50 บาท
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น ถ้ามองหาแพะรับบาป ก็คงเป็นเพราะสภาวะตลาดที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนในช่วงนี้?แม้แต่ละบริษัทประโคมข่าวใหญ่ว่า พื้นฐานมีการเติบโต รวมทั้งดึงเซียนหุ้น นักลงทุนรายใหญ่เข้ามาถือ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่นัก จึงมีคำถามในแวดวงนักลงทุนว่า “การตั้งราคา IPO แพงไปหรือไม่?” หรือมีใครสร้างราคากันแน่?
อย่าง WINDOW ถือว่าหนักเอาการ เพราะโบรกฯ ชั้นนำออกบทวิเคราะห์บอกว่าราคา IPO แพงเกินไป โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ ว่าราคา IPO ที่ 2.10 บาทสูงกว่าราคาเหมาะสมที่ประเมินไว้ แนะนำรอราคาปรับลงมาจนมีส่วนลดจากราคาเหมาะสมที่เพียงพอก่อนกลับเข้าซื้อเพื่อลงทุน โดยให้ราคาเหมาะสมไว้ที่ 1.68 บาท
ขณะที่บริษัทอื่นๆ ถ้าลองมาดูให้นักลงทุนเห็นภาพ ไล่เรียงตั้งแต่ ORNราคา IPO ที่ 1.49 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิเท่ากับ 5.73 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในปีที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าเบื้องต้นด้วยวิธี PER เฉลี่ยของผู้ประกอบธุรกิจใน SET ที่มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่ที่ 7.20 เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 1.48 บาท
MCAราคาขาย IPO หุ้นละ 3.30 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 26.04 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง หากเทียบช่วงเดียวกันของ SOมี P/E เท่ากับ 24.09 เท่า PRTR20.78 เท่า ARIP36.09 เท่า และ MVP30.30 เท่า
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินมูลค่าเบื้องต้น MCA ด้วยวิธี PER เฉลี่ยของผู้ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันที่ 37.6x เท่า ได้มูลค่าที่เหมาะสมใกล้เคียงกับราคา IPO
NAM ก็เช่นกันบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินมูลค่าเบื้องต้นด้วยวิธี PER เฉลี่ยของผู้ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันในอุตสาหกรรมทั้ง SET และ MAI ที่ 22.4เท่า ทำให้มองว่าราคา IPO อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง
ส่วน SAV ถ้านักลงทุนจำได้ เมื่อตอนกำหนดราคา IPO ทางที่ปรึกษาการเงินได้บอกว่า การกำหนดราคาเสนอขาย 19 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม คิดเป็นส่วนลดประมาณ 25-30% จากราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ให้ไว้
ขณะที่ SRSบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินมูลค่าเบื้องต้น ด้วยวิธี Forward PER ซึ่งได้ EPS 0.49 และอิงตัวคูณที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง PER ของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ 36.04 เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 17.60 บาท จากราคาไอพีโอ 16 บาท
แต่ในส่วนของ TANนักวิเคราะห์ค่ายเดิม ประเมินมูลค่า 2 วิธี 1.วิธี PER ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันที่จำหน่ายเครื่องประดับเช่น JUBILE ที่ 13.5 เท่า แต่อยู่ใน MAI จะต่ำกว่า IPO และ 2.วิธี PER ของกลุ่มอุตสาหกรรม COMM ที่ 28.3เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 18.50 บาท
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดคำถามก็ต้องวกกลับมาในหัวว่า “การกำหนดราคา” สมเหตุสมผลกับปัจจัยพื้นฐานแค่ไหน ผู้เขียนเชื่อว่า นักลงทุนน่าจะรู้ดี และเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะหมดสิ้นปีกันแล้ว ต้องจับตากันดูว่าหุ้นน้องใหม่ที่เตรียมจะเข้าเทรดให้นักลงทุนได้จับจองกันนั้น จะทำฟอร์มได้อย่างโดดเด่นหรือไม่ เพื่อเรียกกระแสหุ้น IPO ให้กลับมาน่าสนใจได้อีกครั้ง