โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หรือว่าหุ้น IPO จะหมดเสน่ห์ ไตรมาสสุดท้ายโดนลงโทษหนัก ผู้บาดเจ็บที่สุดคือ "รายย่อย" ?

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ม.ค. 2567 เวลา 13.13 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2566 เวลา 07.45 น.

ช่วงหลังๆ มานี้ กระแสหุ้น IPO ได้สร้างความเจ็บปวดให้กับนักลงทุนตั้งแต่วันแรกที่เข้าเทรด หรือบางบริษัท เข้าเทรดเพียงไม่กี่วัน ราคาหุ้นวกกลับตัวแบบดิ่งเหว เรียกได้ว่า “ล่อเม่าขึ้นดอย” ไปตามๆ กัน เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นน้องใหม่ IPO หรือจะหมดเสน่ห์ไปเสียแล้ว?
หรือเพราะสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย? เพราะช่วงหลังๆ มานี้ ตั้งแต่มีความขัดแย้งในอิสราเอล ก็สร้างแรงกดดันในกับตลาดหุ้นทั่วโลก แม้กระทั่งหุ้นไทยเองที่ได้รับผลกระทบเชิงลบทำให้ดัชนีดิ่งเหว
แต่ก็มีคำถามที่เกิดขึ้นหนาหูในวงการตลาดหุ้นว่า การตั้งราคา IPO แพงไปหรือไม่? สมเหตุสมผลกับปัจจัยพื้นฐานแค่ไหน ซึ่งไม่ว่าจะเกิดขึ้นในกรณีใดก็แล้วแต่ ผู้รับกรรมทั้งหมด ก็คือ นักลงทุน
บางบริษัทเข้าซื้อขายวันแรก ก็สร้างความเจ็บช้ำให้กับนักลงทุนที่จองซื้อ ไล่เรียงตั้งแต่ 3 บริษัทหลังสุด ไม่ว่าจะเป็น ORNทำราคาเปิดดิ่งกว่า 13.42% ก่อนจะปิดการซื้อขายของวันแรกที่ 1.09 บาท ลดลง 26.85%จากราคา IPO
MCAก็เช่นกัน เปิดการซื้อขายลดลงกว่า 9.09% ก่อนจะปิดการซื้อขายของวันแรกที่ 2.04 บาท ลดลง 38.18% จาก IPO ที่ 3.30 บาท ล่าสุด NAM ทำราคาเปิดการซื้อขายที่ 7.40 บาท ลดลง 3.9% จากราคา IPO ที่ 7.70 บาท ทั้ง 3 บริษัทที่กล่าวมานั้น ราคาฟอร์มแย่ตั้งแต่เปิดเทรด หากใครซื้อตอนจอง ที่เจ็บช้ำไปตามๆ กัน
อีกหนึ่งหุ้นที่ไม่พูดถึงก็คงไม่ได้อย่าง WINDOW ถือว่าหนึ่งในหุ้นที่สร้างความบอบช้ำให้กับนักลงทุนอย่างมาก เพราะราคาเปิดการซื้อรายวันแรก 2.84 บาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 35.24% จากราคาไอพีโอ 2.10 บาท ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นหนึ่งในหุ้น IPO ที่จะทำฟอร์มได้อย่างสวยงาม แต่ก็ไม่วายทิ้งดิ่งอย่างเจ็บช้ำ ด้วยราคาปิดการซื้อขายวันแรก 1.27 บาท ลดลง 39.52% จากราคา IPOที่ 2.10 บาท เรียกได้ว่าลากไปที่สูง ก่อนทิ้งระเบิดดับบนดอย!
ที่กล่าวมา 4 บริษัท ถือเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะถ้าเราย้อนกลับไปช่วงปลายไตรมาส 3 ถึงต้นๆ ไตรมาส 4 ยังมีอีก 2 บริษัทสุดซี๊ด อย่าง SAV ด้วยราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 18.80 บาท ลดลงราว 1% จากราคา IPO ก่อนจะทิ้งดิ่งปิดการซื้อขายวันแรก 15.30 บาท ลดลงกว่า 19.47% จากราคา IPO ที่ 19 บาท
อีกหนึ่งหุ้นเหมือนจะดี SRS เช่นกัน ที่เปิดซื้อขายวันนี้วันแรก 21.60 บาท เพิ่มขึ้นสูง 35% จากราคา IPOก่อนทิ้งระเบิดลูกใหญ่ ปิดการซื้อขายวันนี้วันแรกที่ราคา 12.40 บาท ลดลง 22.50% จากราคาไอพีโอ 16 บาท โดยวันแรกทำราคาสูงสุดที่ 22.40 บาท เท่ากับว่านักลงทุนที่เข้าไปช่วงชุลมุน ต้องรับกรรมไปเต็มๆ
TAN ก็เช่นกัน ทำราคาเปิดเทรดวันแรกที่ 16.80 บาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.82% จากราคา IPO ก่อนปิดเทรดวันแรกที่ 16.40 บาท ลดลง 0.61% จากราคา IPO ที่ 16.50 บาท
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานั้น ถ้ามองหาแพะรับบาป ก็คงเป็นเพราะสภาวะตลาดที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนในช่วงนี้?แม้แต่ละบริษัทประโคมข่าวใหญ่ว่า พื้นฐานมีการเติบโต รวมทั้งดึงเซียนหุ้น นักลงทุนรายใหญ่เข้ามาถือ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่นัก จึงมีคำถามในแวดวงนักลงทุนว่า “การตั้งราคา IPO แพงไปหรือไม่?” หรือมีใครสร้างราคากันแน่?
อย่าง WINDOW ถือว่าหนักเอาการ เพราะโบรกฯ ชั้นนำออกบทวิเคราะห์บอกว่าราคา IPO แพงเกินไป โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ ว่าราคา IPO ที่ 2.10 บาทสูงกว่าราคาเหมาะสมที่ประเมินไว้ แนะนำรอราคาปรับลงมาจนมีส่วนลดจากราคาเหมาะสมที่เพียงพอก่อนกลับเข้าซื้อเพื่อลงทุน โดยให้ราคาเหมาะสมไว้ที่ 1.68 บาท
ขณะที่บริษัทอื่นๆ ถ้าลองมาดูให้นักลงทุนเห็นภาพ ไล่เรียงตั้งแต่ ORNราคา IPO ที่ 1.49 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิเท่ากับ 5.73 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในปีที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าเบื้องต้นด้วยวิธี PER เฉลี่ยของผู้ประกอบธุรกิจใน SET ที่มีการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่ที่ 7.20 เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 1.48 บาท
MCAราคาขาย IPO หุ้นละ 3.30 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 26.04 เท่า คำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง หากเทียบช่วงเดียวกันของ SOมี P/E เท่ากับ 24.09 เท่า PRTR20.78 เท่า ARIP36.09 เท่า และ MVP30.30 เท่า
โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินมูลค่าเบื้องต้น MCA ด้วยวิธี PER เฉลี่ยของผู้ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันที่ 37.6x เท่า ได้มูลค่าที่เหมาะสมใกล้เคียงกับราคา IPO
NAM ก็เช่นกันบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินมูลค่าเบื้องต้นด้วยวิธี PER เฉลี่ยของผู้ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันในอุตสาหกรรมทั้ง SET และ MAI ที่ 22.4เท่า ทำให้มองว่าราคา IPO อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง
ส่วน SAV ถ้านักลงทุนจำได้ เมื่อตอนกำหนดราคา IPO ทางที่ปรึกษาการเงินได้บอกว่า การกำหนดราคาเสนอขาย 19 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสม คิดเป็นส่วนลดประมาณ 25-30% จากราคาเหมาะสมเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ให้ไว้
ขณะที่ SRSบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ประเมินมูลค่าเบื้องต้น ด้วยวิธี Forward PER ซึ่งได้ EPS 0.49 และอิงตัวคูณที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง PER ของกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ 36.04 เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 17.60 บาท จากราคาไอพีโอ 16 บาท
แต่ในส่วนของ TANนักวิเคราะห์ค่ายเดิม ประเมินมูลค่า 2 วิธี 1.วิธี PER ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันที่จำหน่ายเครื่องประดับเช่น JUBILE ที่ 13.5 เท่า แต่อยู่ใน MAI จะต่ำกว่า IPO และ 2.วิธี PER ของกลุ่มอุตสาหกรรม COMM ที่ 28.3เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 18.50 บาท
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดคำถามก็ต้องวกกลับมาในหัวว่า “การกำหนดราคา” สมเหตุสมผลกับปัจจัยพื้นฐานแค่ไหน ผู้เขียนเชื่อว่า นักลงทุนน่าจะรู้ดี และเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะหมดสิ้นปีกันแล้ว ต้องจับตากันดูว่าหุ้นน้องใหม่ที่เตรียมจะเข้าเทรดให้นักลงทุนได้จับจองกันนั้น จะทำฟอร์มได้อย่างโดดเด่นหรือไม่ เพื่อเรียกกระแสหุ้น IPO ให้กลับมาน่าสนใจได้อีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...