เจ้าช็อกแทบช็อก ทุเรียน 110 ต้นโดนวางยา ยืนต้นตายยกสวน หาเบาะแสคนทำ
เจ้าช็อกแทบช็อก ทุเรียน 110 ต้นโดนวางยา ยืนต้นตายยกสวน เผยเบาะแสคนทำ ตร.ตรวจสอบผู้ดูแลสวน และชาวบ้านที่อยู่ใกล้สวนทุเรียนเกิดเหตุ
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.66 ร.ต.อ.ทองดาว โคตรหลักคำ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง ระยอง รับแจ้งจาก น.ส.พนิดา อายุ 32 ปี ชาว ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง หลังต้นทุเรียนที่ปลูกไว้ 110 ต้น บนพื้นที่ 6 ไร่ ได้ยืนต้นตายพร้อมกันทั้งหมด ตรวจสอบเบื้องต้นพบถูกยา จึงมาแจ้งความเพื่อหาตัวผู้กระทำ
น.ส.พนิดา ใหัการว่า ตนรับแจ้งจากผู้ดูแลสวนทุเรียนว่าต้นทุเรียนภายในสวน ซึ่งมีอายุ 1 ปี 3 เดือน จำนวน 110 ต้น กำลังยืนต้นตายทั้งหมด จึงรีบเข้าไปตรวจสอบ เมื่อเห็นต้นทุเรียนก็แทบช็อก เพราะทุกต้นมีสภาพเดียวกันหมด คือใบเหี่ยวเหลือง หลังตั้งสติได้จึงแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เกษตรเข้ามาตรวจสอบ พบหลักฐานว่ามีร่องรอยน้ำยาอยู่บริเวณโคนต้น ซึ่งอาจเป็นยาฆ่าตอ จึงเก็บหลักฐานไปตรวจสอบ สำหรับยาฆ่าตอจะดูดซึมทางราก เมื่อรดน้ำลงไปต้นทุเรียนก็ดูดซึมเข้าไป หลังจากนั้นไม่เกิน 2-3 วันก็จะเริ่มตายอย่างที่เห็น
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สวนทุเรียนดังกล่าว ซึ่งทางเข้าเป็นทางส่วนบุคคล พบว่าต้นทุเรียนทั้งสวนกำลังทิ้งใบ บางต้นใบร่วงหมดต้นแล้ว บางต้นเริ่มแห้งเหี่ยว
น.ส.พนิดา เปิดเผยว่า ตนไม่เคยมีศัตรู สำหรับสวนทุเรียนแห่งนี้เป็นของพ่อแม่ แต่เดิมเป็นสวนเงาะ หลังจากที่ตนแต่งงานกับสามี จึงโค่นต้นเงาะออกแล้วปลูกทุเรียนร่วมกับสามี แต่เนื่องจากเกิดปัญหากับสามีและเลิกรากันไป ตนจึงอยู่ดูแลสวนทุเรียนโดยจ้างคนในพื้นที่ช่วยดูแล ส่วนสาเหตุตนพอจะทราบ แต่พูดไม่ได้ เพราะยังไม่มีหลักฐาน จึงต้องรอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจติดตามหาตัวคนทำมาดำเนินคดี
"การกระทำดังกล่าวนับว่าเป็นการกระทำที่โหดร้าย จึงต้องการให้จับตัวคนทำมาให้ได้โดยเร็ว"
เบื้องต้นตำรวจเตรียมตรวจสอบผู้ดูแลสวน และชาวบ้านที่อยู่ใกล้สวนทุเรียนเกิดเหตุ เพื่อหาเบาะแสของผู้กระทำ คาดคงจะเป็นคนในพื้นที่ หรืออาจจะมีเรื่องบาดหมางกับเจ้าของสวน