อินฟลูสายความงามต้องรู้ โฆษณาเครื่องสำอาง อะไรทำได้-ไม่ได้
อย.อัพเดตคู่มือโฆษณาเครื่องสำอาง ฉบับปรับปรุงปี’67 แจงยิบ Do & Don’t โฆษณาเครื่องสำอางหลากรูปแบบทั้งใช้คนดัง, อ้างอิงแพทย์, ให้ของแถม, เปรียบเทียบคู่แข่ง, อิงรายงานวิชาการ ฯลฯ พร้อมอินโฟกราฟิกสำหรับผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้โฆษณา
วันที่ 11 ตุลาคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เผยแพร่คู่มือโฆษณาเครื่องสำอาง ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567 ซึ่งมีการแก้ไขหลายจุด ตั้งแต่ปรับกฎหมายและข้อบังคับให้ทันสมัย ห้ามโฆษณาที่เกินจริง รวมทั้งแก้ไขข้อความสรรพคุณในการโฆษณาเครื่องสำอางให้เป็นสากลและเหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น
โดยหนึ่งในส่วนสำคัญของคู่มือนี้ จะอยู่ที่หลักการโฆษณาเครื่องสำอาง ซึ่งระบุถึงสิ่งที่ต้องปฏิบัติ และห้ามปฏิบัติในการโฆษณาเครื่องสำอางรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เซเลบ (Celebrities) เป็นผู้แสดงในโฆษณา, การอ้างอิงบุคลากรทางการแพทย์, การอ้างอิงรายงานวิชาการ-สถิติ, การโชว์รางวัลหรือเครื่องหมายต่าง ๆ, การเปรียบเทียบก่อน-หลัง หรือเทียบสินค้าอื่น, การกล่าวอ้างสรรพคุณหรือส่วนผสม ไปจนถึงการอ้างอิงสถาบันหรือโฆษณาคู่กับข้อความถวายพระพร
สำหรับสิ่งที่ต้องทำ-ห้ามทำในโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ นั้นมีข้อที่น่าสนใจ อาทิ
การใช้บุคคลที่มีชื่อเสียงหรือเซเลบแสดงในโฆษณา
จะต้องระบุชื่อ-นามสกุลจริง หรือชื่อเล่นที่เป็นที่รู้จักหรือฉายาในวงการของผู้แสดงบนสื่อโฆษณา รวมถึงสิ่งที่นำเสนอต้องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แสดงที่ได้รับจากประสบการณ์ในการใช้เครื่องสำอางจริง ไม่ใช่การแสดงตามบทบาท
นอกจากนี้ยังต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ที่รับรองโดยผู้แสดงว่า สาระสำคัญที่นำเสนอในโฆษณาเป็นความจริงอีกด้วย
การอ้างอิงบุคลากรทางการแพทย์ หรือองค์กรวิชาชีพ
บุคลากรดังกล่าวต้องมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเครื่องสำอางที่โฆษณา เช่น เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้คิดค้น สูตร เป็นเจ้าของเครื่องสำอาง หรือเป็นหุ้นส่วน เป็นต้น และต้องมีหลักฐานการยินยอม และรับรู้การอ้างถึงตนเองซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกนำไปโฆษณา
ยกเว้นกรณีเป็นเครื่องสำอางที่มีชื่อของบุคลากรทางการแพทย์เป็นส่วนหนึ่งของชื่อเครื่องสำอาง ซึ่งได้รับจดแจ้งแล้ว
อย่างไรก็ตาม อย.เตือนให้หลีกเลี่ยงการใช้บุคลากรทางการแพทย์ และองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ในการโฆษณาเนื่องจากหากโฆษณามีการฝ่าฝืน พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 พนักงานเจ้าหน้าที่จะส่งเรื่องไปยังสภาวิชาชีพต้นสังกัด เพื่อพิจารณาทางจรรยาบรรณ
การโฆษณาที่มีการยืนยันว่าได้รับรางวัลหรือเครื่องหมายต่าง ๆ
ต้องเป็นรางวัล หรือเครื่องหมายที่ได้รับซึ่งเกี่ยวข้องกับเครื่องสำอางที่โฆษณา โดยข้อความนั้นเป็นจริงและมี หลักฐานพิสูจน์ได้ รวมถึงต้องแสดงแหล่งประกวด ปีที่ได้รับรางวัลให้ตรงตามที่ได้รับรางวัลในข้อความโฆษณา
การโฆษณาโดยอ้างอิงรายงานทางวิชาการ หรือสถิติ
ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความที่ใช้เป็นความจริงตามที่กล่าวอ้าง โดยมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ และเกี่ยวข้องกับสารหรือเครื่องสำอางที่ต้องการกล่าวอ้างสรรพคุณมาสนับสนุน
การโฆษณาในลักษณะเปรียบเทียบ
ข้อความโฆษณาต้องเป็นจริงและมีหลักฐานพิสูจน์ได้ รวมถึงต้องไม่ทำให้เกิดความแตกแยกในด้านต่าง ๆ เช่น เชื้อชาติ, สีผิว, วัฒนธรรม, ศาสนา ไปจนถึงด้านการเมือง
ทั้งนี้ อย.ยังแนะนำว่า ไม่ควรเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์หรือบริษัทอื่นอีกด้วย
การกล่าวอ้างสรรพคุณของตัวเครื่องสำอาง หรือสารที่ผสมอยู่
สำหรับตัวสารที่ผสมอยู่ ต้องเป็นสรรพคุณที่อยู่ในขอบข่ายของความเป็นเครื่องสำอาง และต้องมีสารดังกล่าวในปริมาณที่เพียงพอแก่การกล่าวอ้างสรรพคุณ รวมถึงต้องมีหลักฐานที่เป็นเอกสารทางวิชาการซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปและเชื่อถือได้ เช่น วารสารวิชาการ ตำรา หรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐ-สถาบัน
เอกชนของไทยหรือต่างประเทศที่เชื่อถือได้และเกี่ยวข้องกับคำกล่าวอ้าง
หรือผลการตรวจสอบด้านคุณภาพ หรือผลการทดสอบด้านประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่โฆษณา จากหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชนทั้งในหรือต่างประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านวิชาการนั้น ๆ ทั้งนี้ หน่วยงาน เอกชนควรได้รับการรับรองจากหน่วยงานของรัฐด้วย
ด้านสรรพคุณของเครื่องสำอางต้องเป็นข้อความที่สื่อความหมายในขอบข่ายของความเป็นเครื่องสำอาง เช่น ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกาย หรือระงับกลิ่นกาย หรือปกป้องดูแลส่วนนั้น ๆ ให้อยู่ในสภาพดี รวมถึงเพื่อให้ผิวกายมีกลิ่นหอม
ต้องแสดงสรรพคุณตรงตามประเภทเครื่องสำอางที่ปรากฏในใบรับแจ้ง หรือตรงตามการพิจารณาให้ความ เห็นในการใช้ฉลากเครื่องสำอางจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือตรวจตามการพิจารณาให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับข้อความสำหรับโฆษณาเครื่องสำอางจากคณะกรรมการเครื่องสำอางแล้ว หรือตามกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง
ทั้งนี้ อาจแสดงข้อความอื่นที่มีหลักฐานทางวิชาการยืนยันหรือพิสูจน์ได้ แต่ยังคงไว้ในขอบข่ายของความเป็น เครื่องสำอาง
การโฆษณาที่ใช้หรืออ้างอิงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือการโฆษณาที่รวมอยู่กับข้อความถวายพระพร
ต้องไม่ใช้ข้อความโฆษณาที่อ้างอิงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ซึ่งได้กระทำไปโดยไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต พระราชานุญาต หรืออนุญาต แล้วแต่กรณี
ยกเว้นกรณี
1) ข้อความโฆษณาว่าได้รับเหรียญ ใบสำคัญคู่มือ ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายอื่นใดที่เป็นรางวัลแห่งการแสดง หรือประกวดสินค้า หรือบริการที่ได้รับจากพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
2) ข้อความโฆษณาว่าได้รับพระบรมราชานุญาตในการประกอบธุรกิจ ได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตราแผ่นดิน หรือได้รับพระราชทานตราตั้ง
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ใช้ข้อความโฆษณาซึ่งรวมทั้งเครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายอื่น ๆ หรือข้อความแสดงสถานที่หรือวิธีติดต่อผู้ประกอบการ ที่ทำให้ปรากฏพร้อมอยู่กับข้อความถวายพระพรหรือข้อความอย่างอื่นที่อ้างอิงเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เว้นแต่ชื่อผู้ประกอบการ หรือชื่อผู้ประชาสัมพันธ์ข้อความ
ส่งอินโฟกราฟิกประกบคู่มือ
นอกจากนี้ ไม่เพียงหนังสือคู่มือ ฉบับปรับปรุง แต่ อย.ยังจัดทำอินโฟกราฟิกออกมาอธิบายกระบวนการที่จำเป็นสำหรับการผลิต-ขาย-โฆษณา เครื่องสำอาง ให้ถูกกฎหมายออกมาคู่กันด้วย
ช่องทางโฆษณาหลากหลายเป็นโจทย์ท้าทาย
ทั้งนี้ เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปัจจุบันมีช่องทางการโฆษณาออนไลน์และโซเชียลมีเดียที่หลากหลาย ทำให้การควบคุมและกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องสำอางมีความท้าทายมากขึ้น
อย.จึงปรับกฎหมายและข้อบังคับให้ทันสมัย เน้นย้ำการให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริงเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รวมถึงการห้ามโฆษณาที่เกินจริงหรืออาจทำให้เข้าใจผิด ซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อผู้บริโภค รวมทั้งแก้ไขข้อความสรรพคุณในการโฆษณาเครื่องสำอางให้เป็นสากลและเหมาะสมกับยุคสมัยมากขึ้น
จนออกมาเป็นคู่มือฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2567 ตลอดจนสื่ออินโฟกราฟิกการโฆษณาเครื่องสำอาง เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ผู้ขาย อินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงผู้บริโภค ได้ทราบถึงการโฆษณาเครื่องสำอางอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
รองเลขาธิการ อย.ย้ำว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาเครื่องสำอาง ควรศึกษาคู่มือฉบับปรับปรุงนี้และสื่ออินโฟกราฟิกให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดที่อาจนำมาซึ่งการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สามารถอ่านคู่มือฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2567 และสื่ออินโฟกราฟิกการโฆษณาเครื่องสำอางได้ที่คิวอาร์โค้ด และสามารถอ่านบทความเกี่ยวข้องอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ อย. เมนู “ลิงก์หน่วยงานภายใน อย.” หัวข้อ “กลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง” หรือ https://cosmetic.fda.moph.go.th
สำหรับผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางให้ละเอียด และตรวจสอบข้อมูลให้มั่นใจว่าเป็นเครื่องสำอางที่จดแจ้งอย่างถูกต้องก่อนตัดสินใจซื้อ ผ่านทางเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th หัวข้อ “ตรวจสอบการอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ” หรือ Line : @FDAThai
หากพบเห็นเครื่องสำอางหรือโฆษณาที่สงสัยว่าจะผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line : @FDAThai, Facebook : FDA Thai, e-Mail : 1556@fda.moph.go.th หรือตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อินฟลูสายความงามต้องรู้ โฆษณาเครื่องสำอาง อะไรทำได้-ไม่ได้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net