คนล้านนาในกรุงศรี อีกหนึ่งกลุ่มคนที่อาศัยในอยุธยา
“คนล้านนา” หรือ “คนยวน” เป็นอีกหนึ่งเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยามายาวนาน โดยคนล้านนาในกรุงศรีอยุธยาปรากฏว่าถูกกวาดต้อนลงมาหลายครั้ง หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาและล้านนาทำสงครามกันหลายยุคหลายสมัย เช่น สมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (พงั่ว), สมเด็จพระราเมศวร, สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ, สมเด็จพระไชยราชาธิราช, สมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระนารายณ์
ในการกวาดต้อนแต่ละครั้งก็ให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา เช่น ในสมัยสมเด็จพระไชยราชาธิราช ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ในบริเวณย่านตัวเมืองกรุงศรีอยุธยา เพราะความสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระไชยราชาธิราชกับพระนางจิรประภาเทวีเป็นไปอย่างฉันมิตร หรือในบางสมัยก็กวาดต้อนคนล้านนาให้ไปอาศัยอยู่ที่หัวเมือง เช่น ในสมัยสมเด็จพระราเมศวร ให้คนล้านนาไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่จันทบุรี สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช
คนล้านนาในกรุงศรี
ชุมชนของคนล้านนาที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางคือบริเวณวัดบางกะจะ จุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำป่าสัก ฝั่งตรงข้ามด้านหนึ่งเป็นป้อมเพชร และอีกด้านเป็นวัดพนัญเชิง ซึ่งที่นั่นมีตลาดน้ำบางกะจะ ตลาดน้ำขนาดใหญ่ 1 ใน 4 ของกรุงศรีอยุธยา (ประกอบด้วย ตลาดน้ำบางกะจะ ตลาดปากคลองคูจาม ตลาดปากคลองคูไม้ร้อง และตลาดปากคลองวัดเดิม หรือวัดอโยธยา และพื้นที่รอบศาลเจ้าปุนเถ้ากง)
ดังนั้น จึงปรากฏร่องรอยอิทธิพลศิลปกรรมล้านนาเนื่องในพุทธสถาปัตย์ในสถานที่หลายแห่ง เช่น วัดบางกะจะ วัดนางกุย วัดขุนพรหม วัดสนามชัย วัดแค วัดโพง วัดสังขทา วัดสังขปัตถ์ วัดเกษ ย่านบางช้าง (บ้านสร้าง) และบางส่วนของย่านบางนางอิน วัดพรหมนิวาส ริมคลองเมืองทางทิศเหนือ ซึ่งเดิมมีชื่อว่าวัดขุนยวน (คำว่า ยวน หมายถึง ชาวยวน หรือโยนก อีกชื่อเรียกของล้านนา) แต่สภาพของวัดพรหมนิวาสไม่หลงเหลือร่องรอยศิลปกรรมล้านนาแล้ว
คนล้านนามีบทบาทสำคัญทางการทหาร โดยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ปรากฏว่ามี“กองทหารลาว” ซึ่งเป็นกองทหารม้ารักษาพระองค์ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของขุนนางตำแหน่งออกญาลาว มีหน้าที่ตามเสด็จคอยอารักขากษัตริย์หรือพระราชวงศ์เมื่อเสด็จออกนอกพระราชวังหลวง นอกจากกองทหารลาวแล้ว ก็ยังมี “กรมลาวอาสา” หรือ“กองอาสาลาว” ทำหน้าที่เป็นกำลังทหารเหมือนกับกองอาสาชาติอื่น เช่น กองอาสาจาม กองอาสาญี่ปุ่น เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีคนล้านนาทำหน้าที่เป็นทหารรักษาวัง ตามที่ เอนเยลเบิร์ต แกมป์เฟอร์ (Engelbert Kaempfer) นายแพทย์ชาวเยอรมันที่เข้ามายังกรุงศรีอยุธยาสมัยสมเด็จพระเพทราชา ได้บรรยายว่า
“….ตามประตูวังและถนนหนทางในพระราชวังเต็มไปด้วยคนเปลือยกายท่อนบน ตามตัวสักสีดำลักษณะเหมือนรูปหมากรุกมียอดแหลมอย่างรูปที่สุสานพระคริสต์ ณ กรุงเยรูซาเลม ลางคนก็สักแต่ที่แขน ลางคนก็สักทั่วตัวจนถึงขา ซึ่งปกปิดด้วยผ้าซึ่งนุ่งตามวิธีพื้นเมือง คนพวกนี้ภาษาโปรตุเกสเรียกว่า บรัสปินตาเดส (Braspintades) เป็นทหารรักษาพระองค์เฝ้าประตูวัง และเป็นฝีพาย ถือกระบองสั้นแทนอาวุธเดินกรายไปกรายมาทั่วบริเวณพระราชวังเหมือนคนขี้เกียจ…”
จากรูปพรรณทหารจากบันทึกของแกมป์เฟอร์ก็บ่งบอกได้ชัดเจนว่าคือคนล้านนานั่นเอง เพราะนิยมสักตามร่างกาย มักเรียกว่า “ลาวพุงดำ” ส่วน“ลาวพุงขาว” คือคนล้าวล้านช้าง ซึ่งไม่นิยมสักอย่างคนลาวล้านนา
นอกจากบทบาททางทหารแล้ว คนล้านนายังมีบทบาทในฐานะพ่อค้าอีกด้วย เพราะคนล้านนาในอยุธยามีการติดต่อสัมพันธ์กับคนล้านนาในแถบเมืองท่าชายฝั่งตะวันออกอย่าง ระยอง จันทบุรี และตราด เพราะเมืองท่าชายทะเลเหล่านี้ก็มีคนล้านนาไปตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัย และทำมาหากิน จึงทำให้มีคนล้านนาจำนวนไม่น้อยที่เดินทางไปมาค้าขายระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเมืองท่าชายฝั่งตะวันออก
อ่านเพิ่มเติม :
- พม่าศัตรูประจําชาติ (ในอดีต) อยู่ที่ไหนในกรุงศรีอยุธยา
- เขมรอยุธยา ญาติใกล้ชิดที่ถูกบิดเบือน
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
กำพล จำาปาพันธ์ และโมโมทาโร่. (2566). Downtown Ayutthaya ต่างชาติต่างภาษาและโลกาภิวัฒน์แรกในสยาม-อุษาเคย์. กรุงเทพฯ : มติชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 24 กันยายน 2567
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนล้านนาในกรุงศรี อีกหนึ่งกลุ่มคนที่อาศัยในอยุธยา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com