โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทย 70 ล้านคนเป็น Content Creator ไปแล้ว 9 ล้านคน แข่งขันสูง จะอยู่ให้รอดยิ่งต้องแตกต่าง

Thairath Money

อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 16.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 12.34 น.
ภาพไฮไลต์

คนไทย 70 ล้านคนเป็น Content Creator ไปแล้ว 10%

สถิติโดย Linktree ระบุว่าในปีนี้ประเทศไทยมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์จำนวนมากถึง 9,000,000 คนหรือคิดเป็นราวๆ 12.86% จากจำนวนประชากรไทยทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่ในระดับ Nano-Macro-Mega Creator ทั้งที่เป็น Full-Time และ Part-Time ขณะที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 3% จากประชากรโลก

ทั้งนี้“ตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย” มีอัตราการเติบโตต่อปีอยู่ที่ 25-30% (YoY) ซึ่งเป็นอัตราที่เติบโตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลาสามปี โดยมูลค่าของตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทยโดยรวมอยู่ที่ 45,000 ล้านบาท ขณะที่ขนาดของตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์โลกอยู่ที่ 5.5 ล้านล้านบาท โดยในปีนี้ยังเป็นปีที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั่วโลก Turn เป็น Full-Time มากที่สุดอีกด้วย สำหรับประเทศไทย ณ ปัจจุบันมีครีเอเตอร์ที่เป็น Full-Time จำนวน 2 ล้านคน

นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด หรือ Tellscore ผู้นำด้านอินฟลูเอนเซอร์ มาร์เก็ตติ้งแพลตฟอร์มครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาการแข่งขันของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์มีความเข้มข้นขึ้น ซึ่งการแข่งขันที่สูงขึ้นนั้นยังตามมาด้วยมาตรฐานการผลิตที่สูงขึ้น และกลายเป็นปัจจัยที่แบรนด์พิจารณาควบคู่ไปกับราคา โดยแบรนด์จะพิจารณาการลงทุนในครีเอเตอร์ที่ไม่ใช่แค่หวังสร้างยอดวิวลอยๆ แต่ต้องมีการวัดผลเป็นยอดขายที่จับต้องได้ ทำให้เม็ดเงินลงทุนในช่วงที่ผ่านมาหายไปจากตลาดเล็กน้อย ดังนั้นถ้าถามว่าความท้าทายสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ในปีนี้ยังเป็นเรื่องของ“การรักษาฐานคนดูหรือผู้ติดตาม” และ “มาตรฐานการผลิต”

นักการตลาดให้ความสำคัญในการเลือกร่วมงานกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์เป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีความสัมพันธ์และอิทธิพลกับผู้บริโภค ประกอบกับพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ชอบรับข่าวสารและแสดงออกผ่านโซเชียลมีเดียมากกว่าสื่ออื่นๆ

ครีเอเตอร์ต้องสร้างจุดเด่นของตัวเองเพื่อสร้างฐานผู้ติดตามและเอนเกจเมนต์ที่เป็นออร์แกนิกให้ได้ในระยะยาว โดยสิ่งที่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้กับครีเอเตอร์ได้ดีที่สุด คือ ความจริงใจต่อคนดูและต่อแบรนด์ พร้อมทั้งการขับเคลื่อนให้เกิดอิมแพคทั้งด้านรายได้ (Revenue) และการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สุวิตา กล่าว

"นักข่าวครีเอเตอร์มาแรง" เติมเต็มช่องว่างระหว่าง สื่อหลัก กับ Content Creator

สุวิตา เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจเพิ่มเติมว่า ในปีนี้อุตสาหกรรมสามอันดับแรกที่ต้องการลงทุนกับการจ้างคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจบิวตี้ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ (กิน-เที่ยว-ช็อปปิ้ง) โดยเฉพาะคอนเทนต์รูปแบบ A day in a life ที่เป็นกลุ่มเนื้อหาที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด ต่อด้วยธุรกิจการเงิน (สถาบันการเงิน-ประกัน-แอปพลิเคชัน) ที่ยังมีกำลังซื้อสูง โดยอุตสาหกรรมที่เคยเป็นกำลังซื้อหลักแต่กลับมีทิศทางการลงทุนที่น้อยลง ได้แก่ ยานยนต์และอสังหาริมทรัพย์ เพราะการชะลอตัวของดีมานด์ในอุตสาหกรรมดังกล่าว

สำหรับครีเอเตอร์ดาวรุ่งที่มีการเติบโตโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด อันดับแรก คือ“กลุ่ม News Creator” นักข่าวครีเอเตอร์ ซึ่งเป็นผลจากที่สำนักข่าวเปิดกว้างมากขึ้นในด้านการผลิตคอนเทนต์และช่องทางการเผยแพร่ สอง “กลุ่ม Science & Education Creator” สืบเนื่องจากการที่คนสมัยนี้ต้องการรับรู้ชุดข้อมูลในเชิงของความรู้มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาในประเทศไทยตอบสนองไม่ทันต่อการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องไปกับแรงงานกลุ่มใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และสุดท้ายคือ “กลุ่ม Family Creator” สอดคล้องไปกับไลฟ์สไตล์การเลี้ยงลูกหรือการมีครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป

ตลาดคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไม่ได้อิ่มตัวแต่เปลี่ยนรูป

ในประเด็นภาวะคอนเทนต์ล้นตลาด สุวิตา ฉายภาพให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันตลาดคอนเทนต์จะแข่งขันสูง โดยมีจำนวนผู้รับชมคอนเทนต์เท่าเดิม แต่มีคอนเทนต์ครีเอเตอร์เกิดขึ้นใหม่เรื่อยๆ ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะ Oversupply แต่กลับมองเป็นตลาดที่มีการแข่งขันโดยสมบูรณ์แบบ

นักการตลาดต้องการทางเลือกครีเอเตอร์ที่หลากหลาย การที่มีครีเอเตอร์เยอะๆ ย่อมสร้างทางเลือกที่ดีให้กับนักการตลาด เป็นเรื่องธรรมชาติของการทำมาร์เก็ตติ้งที่จะต้องพิจารณาตัวเลือกที่มีในตลาด

นอกจากนี้การสื่อสารและการตลาดยังเป็นเรื่องพื้นฐานของมนุษย์และเป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำธุรกิจ ดังนั้นตลาดคอนเทนต์ไม่ได้ถึงจุดอิ่มตัวในเร็วๆ นี้แต่จะเกิดการเปลี่ยนรูปแบบจากวิธีการสื่อสารหรือแพลตฟอร์มที่ใช้มีการเปลี่ยนแปลง

กล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงทิศทางของแพลตฟอร์มหรือความนิยมของแพลตฟอร์มใหม่ๆ จะเข้ามามีผล ยกตัวอย่าง ปัจจุบันครีเอเตอร์ใน TikTok เริ่มปรับแนวทางสู่การไลฟ์ขายของมากขึ้น เพราะแพลตฟอร์มหันมาผลักดันด้านอีคอมเมิร์ซมากขึ้นจากเดิมที่เป็นแค่แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นเพื่อความบันเทิง

ทั้งนี้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก เพราะกลุ่มธุรกิจอีกหลายอุตสาหกรรม แบรนด์อีกหลายแบรนด์ที่ยังไม่ได้ลงทุนกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ โดยเฉพาะธุรกิจ B2B ที่เดิมทีมีมุมมองว่าครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้จำเป็นต่อธุรกิจของตน แต่อันที่จริงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน สุวิตา กล่าว

Tellscore ยกระดับมาตรฐานควบคู่กับการสร้าง “มูลค่า” และ “คุณค่า”

นอกจากเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจแล้วTellscore ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน Influencer Marketing ไทย ร่วมกับเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน “The Mall Lifestore Presents Thailand Influencer Awards 2024 by Tellscore” งานประกาศรางวัลสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์และสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แคมเปญที่สร้างสรรค์โดยแบรนด์และเอเจนซี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 รวมทั้งสิ้น 59 สาขา ภายใต้แนวคิด The Future is Yours! ที่เน้นย้ำถึงศักยภาพอินฟลูเอนเซอร์และนักการตลาดที่มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางและสร้างสรรค์อนาคตของเศรษฐกิจไทย

โดยเฟ้นหาอินฟลูเอนเซอร์คุณภาพควบคู่กับการสร้างมาตรฐานและคอมมูนิตี้อินฟลูเอนเซอร์ของประเทศไทยให้เข้มแข็งต่อยอดสู่การยกระดับสู่สากล โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรภาครัฐและเอกชนหลายภาคส่วนที่มีเป้าหมายเดียวกันในการสร้างเครือข่ายและเสริมศักยภาพวงการอินฟลูเอนเซอร์ไทยทั้งระบบ ในวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2567 ณ เอ็มซีซี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

นอกจากงาน The Mall Lifestore Presents Thailand Influencer Awards 2024 by Tellscore แล้ว Tellscore ยังได้ร่วมกับพาร์ทเนอร์จัดทำโครงการวิจัย Foresight ในหัวข้ออนาคตเศรษฐกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พ.ศ. 2578 (Futures of Content Creators 2035) เพื่อนำเสนอองค์ความรู้ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคอนเทนต์ครีเอเตอร์อีกด้วย

“งานดังกล่าวนอกจากจะเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จและการมีส่วนร่วมของอินฟลูเอนเซอร์คุณภาพในประเทศไทยแล้ว ยังแสดงถึงผลของการตกผลึกของเทลสกอร์ให้เห็นว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ คือ Soft Power อันแข็งแกร่งของประเทศที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้จริงและยั่งยืน (Content Creator Economy) ในทุกอุตสาหกรรมแบบ 360 องศา ไม่ใช่เพียงเป็นเทรนด์ตามยุคสมัย แต่เป็นสื่อใหม่ที่เป็นสื่อหลักที่มีบทบาทสำคัญที่ได้รับการยอมรับ และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง” สุวิตา กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทย 70 ล้านคนเป็น Content Creator ไปแล้ว 9 ล้านคน แข่งขันสูง จะอยู่ให้รอดยิ่งต้องแตกต่าง

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...