รีวิว Joker: Folie À Deux หนังรักจิตวิทยา คู่รักนักโทษ ที่ทำคนดูขำไม่ออก!
LSA Thailand
อัพเดต 10 ต.ค. 2567 เวลา 09.48 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 01.00 น. • Lifestyle Asia Thailandเมื่อได้ยินชื่อ Joker: Folie À Deux ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นก็คือความตื่นเต้นและความกังวลอยู่ไม่น้อย ใครที่เคยหลงใหลในความเข้มข้นดาร์ก ๆ ของ โจ๊กเกอร์ ภาคแรก ที่นำแสดงโดย Joaquin Phoenix ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดของปี 2019 ก็คงจะหวังว่าการกลับมาครั้งนี้ จะมีอะไรที่ “จัดจ้าน” ไม่แพ้กัน แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อโจ๊กเกอร์กลับมาในรูปแบบของ “มิวสิคัล” ที่พล็อตกลับทำให้แฟน ๆ ถึงกับอึ้งและพูดไม่ออก? วันนี้เรามาลองเจาะลึกกันในรีวิวนี้กันเลย!
Relate article
หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนตุลาคม 2024
รวมคู่รักในหนังมิวสิคัล ต้อนรับ Joker: Folie A Deux
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในภาพยนตร์
Lifestyle Asia rating: 2.5/5
ประเภท: เป็นหนังแนว จิตวิทยาดาร์ก ที่พยายามจะผสมผสานกับ ละครเพลง ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าทำคนดูหลายคนช็อค! โดยเฉพาะการที่ภาคนี้เน้นเรื่องราวของ อาร์เธอร์ เฟล็ค และคู่หูของเขา ฮาร์ลีย์ ควินน์ ที่ดูเหมือนจะพยายามสร้างความรักบนความบ้าคลั่ง
นักแสดงนำ:
- Joaquin Phoenix รับบทเป็น Arthur Fleck
- Lady Gaga รับบทเป็น Lee Quinzel
- Brendan Gleeson รับบทเป็น Jackie Sullivan
- Catherine Keener รับบทเป็น Maryanne Stewart
- Bill Smitrovich รับบทเป็น Judge Herman Rothwax
ผู้กำกับ: Todd Phillips
เวลา: 2 ชั่วโมง 18 นาที
ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์
ดูได้เมื่อไหร่: 2 ตุลาคม 2567
เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้
สิ่งที่น่าชื่นชมในภาคนี้คือความใส่ใจในงาน ถ่ายภาพ และ การออกแบบฉาก ที่สวยงาม ตระการตา เหมือนกำลังดูงานศิลปะบนจอใหญ่ แม้เนื้อเรื่องจะไม่ค่อยไปไกลเท่าที่หวังไว้ แต่การใช้ IMAX ทำให้เรารู้สึกถึงความลึกซึ้งของเมืองก็อตแธม และการตีแผ่จิตใจที่ซับซ้อนของอาร์เธอร์นั้นถือว่าเป็นจุดเด่นที่ยังคงไว้ได้ดี
เราไม่ชอบตรงไหน
สำหรับเราที่เป็นแฟนภาคแรก สิ่งที่น่าผิดหวังในภาคนี้คือ เนื้อเรื่องที่ ไม่เพิ่มอะไรใหม่ให้กับจักรวาล แนวคิดในการทำให้ภาคต่อเป็นละครเพลงไม่ได้ผลตามที่คาดหวัง รูปแบบของเพลงทำให้เสียอารมณ์ความดิบของภาคแรกไปเยอะมาก และถึงแม้ว่า ท็อดด์ ฟิลลิปส์ ผู้กำกับ จะพยายามใส่เอกลักษณ์และสัญลักษณ์เยอะเกินไปจนทำให้หนังเสียมิติเดิมที่เคยมี
เนื้อเรื่องย่อ
เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น 2 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน Joker ภาคแรก โดยเล่าเรื่องของ Arthur Fleck (Joaquin Phoenix) ที่โรงพยาบาล Arkham State ในขณะที่เขากำลังรอการพิจารณาคดีสำหรับอาชญากรรม ที่เขาทำไว้ในภาพยนตร์ภาคก่อน ระหว่างที่อยู่ใน Arkham เขาได้พบกับ Lee Quinzel (Lady Gaga) และพวกเขาก็พัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองในฐานะ “Joker” และ “Harley Quinn”
เมื่อโจ๊กเกอร์กลายเป็นละครเพลงที่ไม่ “ว้าว”
การกลับมาของโจ๊กเกอร์: คาดหวังหรือควรหยุดไว้ที่ภาคแรก
เมื่อได้ยินว่ากำลังจะมี Joker: Folie À Deux สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในใจเราคือความสงสัยและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน! เรารู้กันดีว่าภาคแรกของ Joker กลายเป็นปรากฏการณ์ทางภาพยนตร์ มันทำให้เรามองเห็นโลกของ อาร์เธอร์ เฟล็ค ในแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน มันคือหนังที่เล่นกับจิตวิทยา เล่นกับความรู้สึกของผู้ชมแบบเต็ม ๆ ตั้งแต่ความเหงา ความเศร้า และการแตกแยกของจิตใจ Joaquin Phoenix กับการแสดงที่ทรงพลังทำให้เรารู้สึกได้ถึงความบ้าคลั่งที่สะท้อนจากภายใน
แต่พอมาถึงภาคนี้ ความรู้สึกกลัวว่า “พวกเขาจะทำมันดีเท่าภาคแรกได้ไหม?” ก็เกิดขึ้น และจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังเอาไว้ เมื่อเราคิดถึงโจ๊กเกอร์ เราจะนึกถึงความเข้มข้นดาร์ก ๆ ของเขา การเปลี่ยนแปลงในภาคนี้ที่จะทำให้เป็น มิวสิคัล ทำให้ความขลังแบบดิบ ๆ ของตัวละครและหนังเรื่องนี้ลดน้อยลงไป บอกตามตรง เรารู้สึกเหมือนกำลังดู โจ๊กเกอร์ที่สูญเสียความดิบเถื่อน ไป ทำให้หนังมันดูเหมือน “ละคร” มากกว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่เราหลงรักในภาคแรก
ไม่ผิดหรอกที่หนังต้องมีการพัฒนา แต่บางครั้งการเปลี่ยนแปลงมากเกินไปอาจทำให้หนังสูญเสียตัวตนเดิมไป และเรื่องนี้ก็คือหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของการเปลี่ยนแปลงที่อาจไม่จำเป็นเลยก็ได้!
ความแปลกใหม่ที่ควรจะ “ประทับใจ” แต่กลับทำให้ผิดหวัง
บอกได้เลยว่า ความแปลกใหม่ในหนังนี้น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนรอคอย เพราะการผสมผสานระหว่าง ละครเพลง และ หนังจิตวิทยาดาร์ก นั้นไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ แต่ปัญหาคือ มันไม่ใช่ทุกครั้งที่ความแปลกใหม่จะได้ผลดี! บางครั้งสิ่งที่ทำให้หนังภาคแรกประสบความสำเร็จคือความดิบเถื่อน ความเรียล และความลึกลับที่ปกคลุมจิตใจของ อาร์เธอร์ เฟล็ค แต่มันกลับหายไปในภาคนี้แทบหมดสิ้น
เรามักจะคาดหวังว่า ภาคต่อ ของหนังที่โด่งดังจะมีอะไรที่ “เหนือกว่า” เดิม ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาตัวละคร หรือ การเปิดเผยเรื่องราวใหม่ ๆ แต่ Joker: Folie À Deux กลับไม่สามารถทำได้ในจุดนี้ เรื่องราวของ อาร์เธอร์ และ ฮาร์ลีย์ ควินน์ ในหนังนี้ค่อนข้างเรียบง่ายจนไม่รู้สึกว่ามันเพิ่มอะไรใหม่ให้กับจักรวาลของโจ๊กเกอร์ นอกจากเรื่องของการสานสัมพันธ์ที่โรแมนติก (แต่ก็ยังออกจะพิลึก ๆ ในแบบของโจ๊กเกอร์)
การเปลี่ยนโทนของหนังจากความดาร์กที่หนักแน่นในภาคแรก มาเป็น เพลง และ การเต้น ในภาคนี้ก็ทำให้หนังดูเหมือนพยายามมากเกินไปที่จะเป็นอะไรที่มันไม่ควรเป็น ถ้าให้เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนเอาซอสหวานไปใส่ในอาหารคาว บางคนอาจชอบ แต่หลายคนก็อาจรู้สึกว่ามันแปลกและขัดกันเกินไป
ความพิเศษในงานภาพ: ความงดงามที่ดึงดูดสายตา
ถ้าจะมีสิ่งหนึ่งที่ภาคนี้ยังทำได้ดีและดึงดูดสายตาผู้ชมได้เหมือนเดิม นั่นก็คือ งานภาพ และ การถ่ายทำ ที่เรียกได้ว่าอลังการและสวยงามจนแทบหาข้อติไม่ได้ หนังยังคงความหม่นหมองในโทนสีและบรรยากาศของเมืองก็อตแธมไว้อย่างดีเยี่ยม การใช้มุมกล้องที่สะท้อนถึงความว่างเปล่าและจิตใจที่ซับซ้อนของ อาร์เธอร์ เฟล็ค นั้นโดดเด่นชัดเจนมาก
หนังใช้ประโยชน์จาก IMAX อย่างเต็มที่ ภาพบนจอใหญ่ ๆ ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในโลกของโจ๊กเกอร์ ตั้งแต่มุมมองของเมืองก็อตแธมที่โหดร้าย ไร้ความปรานี ไปจนถึงฉากที่สะท้อนถึงจิตใจที่แตกร้าวของอาร์เธอร์ ความเหงาและความโดดเดี่ยวถูกสะท้อนผ่านภาพได้อย่างชัดเจน
แต่! ถึงแม้ว่างานภาพจะดูอลังการสวยงามแค่ไหน แต่สิ่งที่ขาดหายไปในภาคนี้คือ ความลึกซึ้งในเนื้อเรื่อง ที่เราเคยประทับใจในภาคแรก งานภาพดีไม่ได้หมายความว่าหนังจะยอดเยี่ยมทั้งหมด และในกรณีของ Joker: Folie À Deux ภาพที่สวยก็ไม่สามารถช่วยให้เราเข้าใจตัวละครหรือเนื้อเรื่องได้มากขึ้น
ดนตรีประกอบ: ความหวานที่กลืนไม่ลง
มาถึงจุดนี้ เราต้องขอยอมรับว่าการที่หนังเป็น มิวสิคัล คือสิ่งที่ทำให้เราสับสนที่สุด! โจ๊กเกอร์ภาคแรกเต็มไปด้วยดนตรีประกอบที่ดิบเถื่อน ตราตรึงใจ และทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในจิตใจของอาร์เธอร์ แต่มาในภาคนี้ กลับมีการใช้ ดนตรี และ การร้องเพลง เป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง ซึ่งสำหรับเรามันรู้สึกแปลกและไม่เข้ากันอย่างมาก
ไม่ใช่ว่าดนตรีจะไม่ดีนะ! เพลงหลาย ๆ เพลงในหนังนี้มีความไพเราะและดูมีเสน่ห์ แต่ปัญหาคือมันไม่สามารถดึงอารมณ์แบบเดิมที่เราคาดหวังจากโจ๊กเกอร์ได้ ดนตรีทำให้หนังดู “อ่อน” กว่าเดิมมาก ๆ โดยเฉพาะถ้าเปรียบเทียบกับภาคแรกที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและความดิบ
มันเหมือนกับการที่เรารู้สึกว่าหนังนี้กำลังพยายาม “ทำอะไรบางอย่าง” แต่ผลที่ได้กลับไม่ค่อยเข้าเป้า ไม่สามารถดึงดูดใจแฟน ๆ ที่ชื่นชอบความดาร์กและลึกซึ้งของภาคแรกได้เท่าที่ควร
ความรักบนความบ้าคลั่งที่ยังขาดอะไรไป
Joker: Folie À Deux เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกผสมปนเปกันไป มันไม่ใช่หนังที่แย่ที่สุด แต่ก็ไม่ถึงขั้นสุดยอดเหมือนภาคแรก สิ่งที่น่าชื่นชมคือ งานภาพ, การแสดง ของ Joaquin Phoenix และ Lady Gaga และ การถ่ายทำ ที่งดงามจนเราหลงรัก แต่ เนื้อเรื่อง!!! กลับไม่สามารถทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมได้เหมือนเดิม ภาคนี้อาจจะเป็นบทเรียนให้กับสตูดิโอว่าบางทีเราไม่จำเป็นต้องสร้างภาคต่อเพื่อหวังผลกำไรเสมอไป
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero Images Credit: by Warner Bros. Pictures via Youtube
Featured Images Credit: by Courtesy of Warner Bros – © Warner Bros. via IMDb
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.