โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

มาเลเซียฉลอง อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตพาวเวอร์เซมิคอนดักเตอร์ใหญ่สุดในโลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ส.ค. 2567 เวลา 11.01 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 10.44 น.
ภาพธงชาติมาเลเซียและโลโก้อินฟินิออนบนพื้นหลังแผ่นซิลิคอนเวเฟอร์

มาเลเซียขยายบทบาทในห่วงโซ่อุปทาน เปิดโรงงานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยอินฟินีออน (Infineon) ผู้ผลิตชิปชั้นนำจากยุโรป เป็นโรงงานผลิตซิลิคอนคาร์ไบด์ (Silicon Carbide : SiC) สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบในรถอีวี และศูนย์ข้อมูลเอไอ

วันที่ 8 สิงหาคม 2024 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า อินฟินีออน (Infineon) ผู้ผลิตชิปชั้นนำของยุโรปได้เริ่มดำเนินการผลิตโรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย เป็นการตอกย้ำชัยชนะ ในความพยายามก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกของมาเลเซีย

อินฟินีออนระบุว่าโรงงานในกูลิม (Kulim) แห่งนี้ เมื่อผลิตเต็มกำลังการผลิตได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า จะเป็นโรงงานผลิตซิลิกอนคาร์ไบด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อินฟินีออนเล็งเห็นถึงอุปสงค์ในภาคพลังงานหมุนเวียน และการประยุกต์ผลิตภัณฑ์เข้ากับไฟฟ้า เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ทำให้มาเลเซียเป็นที่ตั้งของโรงงานบรรจุและประกอบชิปที่ใหญ่ที่สุดในโลก เอ็ง ก๊ก เตียง (Ng Kok Tiong) รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ อินฟินีออน แห่งเขตกูลิม กล่าวว่า อินฟินีออน มีพนักงานประมาณ 15,000 คนในมาเลเซีย มากกว่าที่ใดในโลก ซึ่งรวมถึงบ้านเกิดของบริษัทที่เยอรมนี

โยเชน ฮาเนเบ็ก (Jochen Hanebeck) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอินฟินีออนเผยว่า การผลิตสามารถเริ่มต้นก่อนกำหนดได้ “หลายเดือน” ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการเชื่อมต่อทางไกลระหว่างโรงงานแห่งใหม่เข้ากับศูนย์พัฒนาและการผลิตหลักของบริษัทที่เมืองฟิลลัก (Villach) ประเทศออสเตรีย

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) เข้าร่วมงานด้วยโดยเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการดึงดูดการลงทุนด้านชิป รวมทั้งการพัฒนาแรงงานด้านเทคโนโลยีให้มากขึ้น โดยกล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ … เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราสามารถดึงดูดการลงทุนระดับโลกได้”

ในฐานะผู้นำตลาดด้านชิปควบคุมพลังงานไฟฟ้า (power chips) และชิปไมโครคอนโทรลเลอร์ (microcontroller chips) อินฟินีออนกำลังจับตามองเซมิคอนดักเตอร์ช่องว่างแถบพลังงานกว้าง (wide-bandgap semiconductors) หลายประเภทสำหรับโซลูชั่นพลังงานแห่งยุคถัดไป ซึ่งรวมถึงประเภทที่สร้างบนซิลิคอนคาร์ไบด์และแกลเลียมไนไตรต์ (GaN)

เซมิคอนดักเตอร์ช่องว่างแถบพลังงานกว้างมีความทนทานต่ออุณหภูมิและแรงดันไฟฟ้าสูงกว่าชิปที่สร้างจากเวเฟอร์ซิลิคอนทั่วไป ชิปซิลิคอนคาร์ไบด์มีความสำคัญสำหรับการใช้งานต่าง ๆ เช่น การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากำลังสูง และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียน ขณะที่ชิปแกลเลียมไนไตรต์ มีความหนาแน่นของพลังงานสูง สามารถใช้ในการผลิตเครื่องชาร์จและหัวแปลงให้มีขนาดเล็กลงได้

ราช กุมาร (Raj Kumar) รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีและวิจัยพัฒนาของอินฟินีออนที่กูลิมกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “เมื่อเทียบกับโซลูชั่นพลังงานที่ใช้ซิลิคอนเป็นหลัก ซิลิคอนคาร์ไบด์สามารถเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานเป็นสองเท่าได้ในขนาดเท่าเดิม หรือใส่พลังงานเท่าเดิมในขนาดเพียงครึ่งเดียวก็ได้เช่นกัน”

สำหรับปีงบประมาณ 2024 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน อินฟินีออนคาดการณ์รายรับอย่างน้อย 600 ล้านยูโร (23,000 ล้านบาท) จากโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับซิลิคอนคาร์ไบด์

อินฟินีออนกล่าวว่าจะใช้เงินเพิ่มอีก 5 พันล้านยูโร (1.9 แสนล้านบาท) สำหรับเฟสที่สองของโรงงาน ในกูลิม ซึ่งชำระเงินล่วงหน้าแล้ว 1 พันล้านยูโร (38,000 ล้านบาท) และอีกประมาณ 5 พันล้านยูโร ในความตกลงการออกแบบเพื่อผลิตขายปริมาณมาก (design win) กับทางลูกค้า

ความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่มีพลังงานสูงขึ้นและใช้อย่างมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น กำลังผลักดันอุปสงค์ต่ออุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ช่องว่างแถบพลังงานกว้างในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน 5G และตัวแปลงพลังงาน

ตามรายงานของบริษัทวิจัย การ์ตเนอร์ (Gartner) ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ช่องว่างแถบพลังงานกว้างคาดว่าจะสูงถึง 13,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.6 แสนล้าน) ภายในปี 2028 โดยขยายตัวอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ที่ 29.9% ระหว่างปี 2023 ถึง 2028

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารในอุตสาหกรรมกล่าวว่า ชิปซิลิคอนคาร์ไบด์สำหรับโซลูชั่นด้านพลังงานยังคงมีราคาแพงกว่าโซลูชั่นที่ใช้ซิลิคอนสามถึงสี่เท่า เพราะเป็นวัสดุเปราะและยากต่อการจัดการ ทั้งยังจำเป็นต้องผลิตในกระบวนการเดียว ที่อุณหภูมิสูงถึง 2,000 องศาเซลเซียส

ชิปซิลิคอนคาร์ไบด์ที่ล้ำหน้าที่สุดในอุตสาหกรรมเพิ่งเริ่มเปลี่ยนไปใช้แผ่นซับสเตรตขนาด 8 นิ้ว ในขณะที่โปรเซสเซอร์ที่ล้ำหน้าที่สุด ชิปถูกสร้างขึ้นบนเวเฟอร์ซับสเตรตขนาด 12 นิ้วแล้ว ซึ่งแผ่นซิลิกอนซับสเตรตคือแผ่นเวเฟอร์ที่ผ่านกระบวนการเตรียมแผ่นแล้วมีลักษณะเรียบและมันวาว

แผนการขยายตัวของบริษัทต่าง ๆ เช่น อินฟินีออนส่งผลดีต่อมาเลเซียเนื่องจากมีการลงทุนเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน

มาเลเซียรายงานการลงทุนในปี 2023 ว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 329,500 ล้านริงกิต (2.5 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นมากกว่า 24% จากปี 2022 นอกจากนี้ ยังดึงดูดการลงทุนในศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ร้อนแรงที่สุดอีกด้วย

ตามข้อมูลของหน่วยงานพัฒนาการลงทุนแห่งมาเลเซีย (MIDA) มากกว่า 45% ของการลงทุนในปี 2023 เกี่ยวข้องกับภาคการไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมข้อมูลและภาคการสื่อสาร

คีต ยัพ (Keat Yap) หัวหน้าร่วมฝ่ายปฏิบัติการและประสิทธิภาพการทำงานประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของเคียร์เน่ (Kearney) บริษัทที่ปรึกษาจากสหรัฐ กล่าวว่ามาเลเซียมีแนวโน้มที่จะขยายบทบาทของตัวเองในห่วงโซ่อุปทานชิปมากขึ้น

มาเลเซียดึงดูดการลงทุนจำนวนมาก และยังจูงใจกลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถ มีระบบนิเวศและการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ดี อย่างไรก็ตาม การแข่งขันดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นั้นเข้มข้นมาก

ยัพกล่าวว่า “ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น มาเลเซียต้องเผชิญกับแรงกดดันในการบรรลุเป้าหมายอันทะเยอทะยาน ขณะเดียวกันก็คว้าโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยรวมแล้ว นี่เป็นการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น มาเลเซียยังต้องใช้เวลาอีกสองถึงสามปีข้างหน้า เพื่อเสริมสร้างสถานะให้มั่นคงในฐานะศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ที่โดดเด่นในระดับโลก”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาเลเซียฉลอง อินฟินีออนเปิดโรงงานผลิตพาวเวอร์เซมิคอนดักเตอร์ใหญ่สุดในโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...