โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หมอจิตวิทยาชี้คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง มีทั้งป่วย-ไม่ป่วย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 เม.ย. 2566 เวลา 16.50 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2566 เวลา 09.17 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สำนักข่าวไทย 28 เม.ย. -“หมอยงยุทธ” ชี้คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง มีทั้งป่วยและไม่ป่วย 80% ของผู้ก่อเหตุมักเป็นผู้ชาย ใช้วิธีรุนแรง ส่วนผู้หญิงมักประสงค์ทรัพย์ ไม่ใช้วิธีรุนแรงเช่นยาพิษ

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ นักจิตวิทยา กล่าวอธิบายเหตุที่คล้ายกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง Serial killer ว่า เป็นการทำฆาตกรรมต่อเนื่องมากกว่า 2 ครั้ง โดยมีการเว้นช่วงในแต่ละครั้ง โดยผู้กระทำอาจแบ่งเป็น 2 สาเหตุ คือป่วย และไม่ป่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน หรือความต้องการทางเพศ

ผู้กระทำที่มีอาการป่วยจะมีอาการหลงผิด หวาดระแวง และมักจะใช้วิธีรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับความหลงผิดของตนเอง อาการหลงผิดนี้จะมีลักษณะเป็นระบบจนแยกยากจากความเชื่อที่ฝังหัวในแบบอคติต่อคนที่แตกต่างด้วย เชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ ความพิการ การฆาตกรรมนี้จึงมักทำกับคนนอกครอบครัว ผู้กระทำที่มีลักษณะกระทำเพื่อผลประโยชน์มักจะวางแผน เพื่อให้ได้ประโยชน์ในรูปแบบทรัพย์สินเงินทอง (เงินประกัน, มรดก, หนี้ ฯลฯ) และมักกระทำต่อคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัว

Serial killer ส่วนใหญ่กว่า 80% จะเป็นผู้ชายและใช้วิธีที่รุนแรง เช่น ยิง แทง กดน้ำ และผู้กระทำมักมีอาการป่วยหรือด้วยแรงจูงใจทางเพศ ส่วน serial killer ผู้หญิงมักจะเป็นแบบเพื่อผลประโยชน์และส่วนใหญ่ใช้วิธีไม่รุนแรง โดยเฉพาะใช้ยาพิษ ข้อคิดเห็นทางสุขภาพจิตที่สำคัญก็คือ ในกลุ่มป่วยทางจิตมักจะเป็นผู้ที่แยกตัว ดังนั้นสมาชิกครอบครัว หรือบุคคลใกล้ชิดจึงมีความสำคัญในการเห็นสัญญาณเตือนและนำเข้าสู่การักษาแต่เนิ่น ๆ

ส่วนในกลุ่มที่ไม่ป่วยนั้นมีเหตุปัจจัยที่ส่งผล เช่น การได้รับความรุนแรงและการเลี้ยงดูที่ขาดการปลูกฝังความรับผิดชอบชั่วดี ซึ่งทั้ง 2 อย่างก็มาจากประสบการณ์ในวัยเด็ก ดังนั้นการดูแลให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพและการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่มีปัญหา. -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...