โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดภาพวงจรปิด อิคคิว-จีจี้ ก่อนเสียชีวิตสลด ผบก.น.1 ยันไม่มี ‘ตายทิพย์’

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 เม.ย. 2566 เวลา 04.53 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2566 เวลา 04.53 น. • The Bangkok Insight

เปิดภาพวงจรปิด อิคคิว-จีจี้ ก่อนเสียชีวิตสลด โดยฝ่ายหญิง เดินลงจากชั้น 14 ไปรับ ‘อิคคิว’ ผบก.น.1 ยันไม่มี ‘ตายทิพย์’ เตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าของปืน

จากกรณีการเสียชีวิตของ นักเรียนเตรียมทหารนายภูมิพัฒน์ ชัยวณิชยา หรือ อิคคิว กับเน็ตไอดอลดัง จีจี้-สุพิชชา ปรีดาเจริญ อายุ 20 ปี ในคอนโดหรูย่านอโศก ซึ่งชาวเน็ตกลับสงสัยอย่างหนักในขณะนี้ว่าผู้เสียชีวิตฝ่ายชาย เสียชีวิตจริงหรือไม่

เปิดภาพวงจรปิด อิคคิว-จีจี้ ก่อนเสียชีวิตสลด ผบก.น.1 ยันไม่มี ‘ตายทิพย์’

ล่าสุด (21 เม.ย.) เพจเฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้มีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมว่า ชุดสืบสวน ตรวจสอบ กล้องวงจรปิดในคอนโด วันที่ 18 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะพบร่างของเน็ตไอดอลสาว และ นตท.ทั้ง 2 คน ขณะที่ ผบก.น.1 ยืนยัน ไม่มี ‘ตายทิพย์’ เตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าของปืน

ตร.ได้หลักฐาน กล้องวงจรปิด จับภาพ‘จีจี้’ เดินลงจากชั้น 14 ไปรับ ‘อิคคิว’ เนื่องจากอิคคิว ขึ้นมาบนห้องเองไม่ได้ เพราะไม่มีคีย์การ์ดและไม่มีลายนิ้วมือที่จะสแกนผ่านเข้า-ออก ผู้การตำรวจนครบาล 1 ในฐานะผู้ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยืนยัน คดีเน็ตไอดอลสาว ไม่มี ‘ตายทิพย์’ มีพยานหลายฝ่ายเข้าร่วมตรวจสอบ ทั้งแพทย์และครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ยืนยันจะดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีการช่วยเหลือ เตรียมพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าของปืน

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์และสื่อมวลชนหลายแขนงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีการเสียชีวิตของเน็ตไอดอลสาว ‘จีจี้’ และนักเรียนเตรียมทหาร ‘อิคคิว’ ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านอโศกมนตรีว่า คดีนี้ผู้เสียชีวิตฝ่ายชาย เสียชีวิตจริงหรือไม่ และมีขั้นตอนในการตรวจพิสูจน์ศพของฝ่ายชายในที่เกิดเหตุ และการเก็บศพลงมาจากจุดเกิดเหตุ ถูกต้องตามขั้นตอนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือไม่

วันที่ 21 เมษายน 2566 พลตำรวจตรีอัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 หนึ่งในตำรวจที่เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยืนยันว่า คดีนี้ไม่ได้มีการให้การช่วยเหลือหรือกระทำการอำพรางเหตุการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับการเสียชีวิต โดยยืนยันว่าฝ่ายชายเสียชีวิตจริง และมีการตรวจตามขั้นตอนตามกฎหมาย โดยมีพนักงานสอบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวชของโรงพยาบาลรามาธิบดี

โดยมีการตรวจสอบลักษณะบาดแผลของทั้ง 2 ศพ รวมถึงแนววิถีในเบื้องต้น ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้งดำเนินการนำศพของฝ่ายหญิงออกจากที่เกิดเหตุก่อน และลำเลียงศพของฝ่ายชายออกตามเป็นลำดับที่ 2 ซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้ มีพ่อแม่และครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งสองคน รับทราบกระบวนการต่าง ๆ ซึ่งเชื่อว่าหากมีการกระทำการผิดขั้นตอนก็จะถูกทักท้วงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนอย่างตรงไปตรงมา และจะไม่มีการให้การช่วยเหลือบุคคลใด โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการเรียกประชุมคณะตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวมาไล่เรียงข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้รวบรวมได้ครบถ้วนหมดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีบุคคลที่ 3 เข้าไปหรือออกมาจากห้องเกิดเหตุ

นอกจากนี้ ยังให้ไปนำข้อมูลการผ่าชันสูตรศพอย่างละเอียดของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนมาตรวจสอบ และส่วนสุดท้ายคือผลการตรวจพิสูจน์เขม่าดินปืนที่ศพของผู้เสียชีวิตทั้งสองคนว่าเป็นไปในลักษณะใด โดยในช่วงบ่ายวันนี้ น่าจะสรุปประเด็นการสืบสวนสอบสวนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนและสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการสอบปากคำพยาน ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำครอบครัวของผู้เสียชีวิตฝ่ายหญิงไปในเบื้องต้นแล้ว รวมถึงพยานแวดล้อมอื่นๆ แต่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตฝ่ายชาย ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่สะดวกที่จะเข้าให้ปากคำ โดยขอเลื่อนเข้าให้ปากคำเป็นช่วงหลังจากประกอบพิธีทางศาสนาของบุตรชายเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ การที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าให้ดำเนินคดีกับ ‘เจ้าของปืน’ ที่ใช้ก่อเหตุนั้น เรื่องนี้ยืนยันว่าตำรวจอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องดังกล่าว แต่ต้องรอผลการตรวจสอบจากหลาย ๆ หน่วยว่า สรุปแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร หากเป็นการจงใจใช้อาวุธปืนเพื่อการก่อเหตุและเป็นความบกพร่องของเจ้าของปืนกระบอกดังกล่าว ก็จะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำและหากพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดีตามขั้นตอน

ขอบคุณที่มา : สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...