โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"ประหาร"สมัยก่อนทำที่ทาง 3 แพร่ง 4 แพร่ง มีบันทึกว่า "สำเหร่" เป็นที่ฆ่าคน

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 เม.ย. 2566 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2566 เวลา 08.15 น.
รูปปั้นหม่อมไกรสร หรือกรมหลวงรักษรณเรศร ตามจินตนาการของช่างปั้นในปัจจุบันในศาลกรมหลวงรักษรณเรศร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ ณ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ หรือวัดเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

ประจาน (4)

ประจานเป็นการลงโทษโดยทำให้ผู้กระทำผิดเสื่อมเสียเกียรติ อัปยศอดสู เป็นที่เข็ดขยาดแก่ผู้ได้พบเห็น

สถานที่ประจานนอกจาก ‘ตลาด’ ยังมี ‘ทางสามแพร่ง ทางสี่แพร่ง’ และ ‘ตะแลงแกง’

บทละครในเรื่อง “รามเกียรติ์” ฉบับรัชกาลที่ 2 หลังจากพระมงกุฎถูกเพชฌฆาตพาตระเวนประจานรอบเมืองแล้ว ก็ถูกนำไปยัง ‘ตะแลงแกง’ หรือ ‘ที่ประหารชีวิต’ กวีบรรยายถึงสถานที่ประจานและประหารซึ่งเป็นที่เดียวกันว่า

“บัดนั้น เหล่าพวกเพชฌฆาตอาจหาญ

เที่ยวตระเวนเวียนรอบขอบปราการ ครั้นถึงที่สถานตะแลงแกง

จึ่งเอากุมาราขึ้นขาหย่าง ประจานไว้ที่กลางทางสามแพร่ง

พวกถือดาบองครักษ์ฝักแดง ระวังอยู่ตามตำแหน่งทุกหมวดกอง”

น่าสังเกตว่าบทละครในเรื่อง “รามเกียรติ์” ฉบับรัชกาลที่ 1 มิได้ประจานพระมงกุฎที่ ‘ทางสามแพร่ง’ แต่เป็น ‘ทางสี่แพร่ง’

“บัดนั้น ฝ่ายนายเพชฌฆาตทั้งสี่

ครั้นตระเวนไปรอบบุรี มาถึงซึ่งที่ตะแลงแกง

จึ่งเอาขึ้นขาหยั่งประจานไว้ ที่ในหนทางสี่แพร่ง

นายไพร่ล้วนถือดาบแดง ตามตำแหน่งรักษาทุกคืน”

‘แพร่ง’ หมายถึง ทางแยกทางบก ลองนึกถึงภาพ ‘ทางแยก’ คือที่ซึ่งแยกออกเป็นหลายทาง เช่น สามแยก คือ ที่ซึ่งแยกออกเป็น 3 ทาง สี่แยก คือ ที่ซึ่งแยกออกเป็น 4 ทาง

ไม่ว่าจะเป็นสามแยก หรือสี่แยกล้วนมีจุดบรรจบกันก่อนจะแยกออกไป ทั้งสามแยก-สามแพร่ง และสี่แยก-สี่แพร่ง เป็นที่สัญจรผ่านไปมาของผู้คนมากมายจากหลากหลายที่ จัดเป็นพื้นที่สาธารณะเช่นเดียวกับตลาด เหมาะแก่การประจานผู้กระทำความผิดให้ผู้พบเห็นเกรงกลัวไม่กล้าทำ

เพราะไม่อยากได้รับผลเช่นเดียวกับผู้กระทำผิดนั้นๆ

เมื่อทางสามแพร่งซึ่งเป็นทางแยก 3 สาย เกิดจากทางสายหนึ่งมาบรรจบเป็นมุมฉากกับทางอีกสายหนึ่ง ใช้เป็นที่ประจานประหารชีวิต จึ่งน่าจะทำให้เกิดความเชื่อสืบต่อกันมาว่า เป็นสถานที่อัปมงคล ศูนย์รวมวิญญาณหรือสัมภเวสีทั้งหลาย อาทิ วิญญาณผีตายโหง วิญญาณเร่ร่อน ถือว่าเป็นทางผีผ่าน มักใช้เป็นสถานที่ทำพิธีไสยศาสตร์ เช่น ฝังรูปฝังรอย และทำพิธีเซ่นผีที่เรียกว่า เสียกบาล ไว้ที่ทางสามแพร่ง

สถานที่ประจานและประหารชีวิต แม้วรรณคดีจะมิได้ระบุสถานที่แน่นอน บอกเพียงคร่าวๆ ว่าเป็นทางสามแพร่ง ทางสี่แพร่ง อยู่แห่งหนตำบลใดก็ไม่รู้

แต่ปรากฏ “ชื่อสถานที่” อยู่ในหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับเหตุการณ์สมัยต้นรัตนโกสินทร์

“อักขราภิธานศรับท์” ของหมอบรัดเลย์ อธิบายว่า

“สำเหร่, เปนชื่อที่ตำบลหนึ่ง, อยู่ใต้เมืองฟากตวันตก, เรียก สำเหร่ เปนที่ฆ่าคน” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

“จดหมายเหตุความทรงจำ” ของกรมหลวงนรินทรเทวี บันทึกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ ‘สำเหร่’ ว่า สำเร็จโทษพระราชวงศ์ประหารด้วยท่อนจันทน์ที่วัดปทุมคงคา และประหารชีวิตพวกพ้องบริวารที่เป็นสามัญชนที่สำเหร่

“เจ้าลำดวน เจ้าอินทปัต คบคิดกับอินกลาโหม พินาศอัคคี สกลนิกร จะทำศึกเสี้ยนแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงพระไอยกา นายเวร นายปลัดเวร ฟ้องกราบทูล ไต่ถามรับเปนสัตย์ ลงพระราชอาญาคนละร้อย ให้สำเร็จโทษ ณ วัดประทุมคงคา ทั้งนั้นให้ประหารชีวิตร ศีศะเสียบไว้สำเหร่” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ไม่ต่างกับการสำเร็จโทษกรมหลวงรักษรณเรศรและประหารชีวิตบ่าว 3 คน “พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3” ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) บันทึกว่า

“จึ่งโปรดถอดออกเสียจากที่กรมหลวง ให้เรียกว่า หม่อมไกรสร ลงพระราชอาญาแล้วให้ไปสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ที่วัดปทุมคงคา เมื่อ ณ วันพุธ เดือน ๑ แรม ๓ ค่ำ อายุได้ ๕๘ ปี แต่บ่าว ๓ คน ขุนวุฒามาตย์ ขุนศาลคน ๑ เป็น ๔ คนด้วยกัน ไปประหารชีวิตเสียที่สำเหร่ในวันเดียวกัน”

รายละเอียดของการประหารที่สำเหร่สมัยรัชกาลที่ 4 มีอยู่ในหนังสือ “เล่าเรื่องกรุงสยาม” ของสังฆราช ปาลเลกัวซ์ (ฉบับสันต์ ท.โกมลบุตร แปล)

“ผู้กระทำความผิดสถานหนักนั้น เจ้าพนักงานจะจัดการนำตัวไปประหารชีวิตเสียที่ตำบลหนึ่งเรียกว่า ‘สำเหร่’ (samre) ทางตอนใต้ของตัวนคร

ณ ที่นั้นเขาจะตัดศีรษะนักโทษเสียด้วยดาบ หรือไม่ก็เอามัดเข้าไว้กับเสาแล้วใช้หอกแทงจนตาย หลังจากนั้นศพจะถูกสวนทวารหนักเสียบเอาขึ้นขาหยั่งตั้งไว้ให้เป็นเหยื่อแก่แร้งกา”

เขียนถึงตอนนี้ อยู่ๆ ก็รู้สึกขนลุก ผู้เขียนเป็นชาวสำเหร่เสียด้วย

จบแค่นี้ดีกว่า •

จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...