โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชวนรู้จัก NPC - CPPCC “สองสภา” ของจีน กับวาระสำคัญในการประชุมปีนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ธ.ค. 2566 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2566 เวลา 02.30 น.
การประชุม NPC ปี 2565/ AFP/ Leo RAMIREZ

วันที่ 4 มีนาคม 2566 การประชุม CPPCC และ NPC หรือการประชุมสองสภาประจำปี 2566 ซึ่งเป็นการประชุมที่สำคัญมากในปฏิทินการเมืองของประเทศจีนเปิดม่านขึ้น ณ มหาศาลาประชาชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง โดยการประชุม CPPCC เริ่มต้นก่อนในวันเสาร์ที่ 4 มีนาคม ส่วน NPC จะเริ่มประชุมตามมาในวันที่ 5 มีนาคม แล้วประชุมคู่ขนานกันไปเป็นเวลาราว 1 สัปดาห์

“ประชาชาติธุรกิจ” ขอชวนรู้จัก NPC กับ CPPCC และการประชุมที่เรียกว่า “ประชุมสองสภา” (Two Sessions) ซึ่งในภาษาจีนเรียกว่า “เหลี่ยงฮุ่ย” พร้อมทั้งมาดูกันว่าการประชุมปีนี้จะมีการหารือและมีเหตุการณ์อะไรสำคัญเกิดขึ้นบ้าง

โครงสร้างการปกครองของจีนแบบคร่าว ๆ

ประเทศจีนปกครองในระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ พรรคคอมมิวนิสต์จีน (Communist Party of China: CPC) เป็นองค์กรที่กำหนดนโยบายด้านต่าง ๆ ของประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมีคณะกรมการเมือง หรือคณะโปลิตบุโร (Politburo) องค์กรที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของพรรคเป็นผู้กำหนดนโยบายบริหารประเทศ

ส่วนฝ่ายบริหาร (State) ซึ่งแบ่งเป็นการบริหารส่วนกลาง และการบริหารส่วนภูมิภาค เป็นฝ่ายที่นำนโยบายไปปฏิบัติโดยไม่มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย

ซึ่งทั้งสภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress: NPC) และสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ (Chinese People’s Political Consultative Conference: CPPCC) ที่เรากำลังพูดถึงนี้ เป็นสถาบันระดับสูงของฝ่ายบริหารส่วนกลาง

สภาประชาชนแห่งชาติ (NPC)

สภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress: NPC) คือสภานิติบัญญัติของจีน เป็นสถาบันการเมืองหนึ่งในฝ่ายบริหาร (State) รัฐธรรมนูญของจีนกำหนดให้สภาประชาชนแห่งชาติเป็นองค์กรอำนาจรัฐสูงสุด

สภาประชาชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ, ควบคุมดูแลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ, ตราและแก้กฎหมาย, เลือกตั้ง ถอดถอนและโยกย้ายประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี มนตรีแห่งรัฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง และตำแหน่งสำคัญต่าง ๆ, ตรวจสอบและอนุมัติแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และรายงานการปฏิบัติงาน, ตรวจสอบและอนุมัติงบประมาณแผ่นดินและรายงานการปฏิบัติงาน, ตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับสงครามและสันติภาพ ฯลฯ

สมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติมีได้ไม่เกิน 3,000 คน มาจากการเลือกตั้งโดยสภาประชาชนระดับมณฑล เขตปกครองตนเอง และเทศบาลนครที่ขึ้นต่อส่วนกลาง รวมทั้งจากกองทัพปลดแอกประชาชน สำหรับสภาประชาชนแห่งชาติชุดปัจจุบันเป็นชุดที่ 14 มีสมาชิกจำนวน 2,977 คน

สภาประชาชนแห่งชาติมีวาระชุดละ 5 ปี มีการประชุมปีละ 1 สมัย ครั้งละ 15-20 วัน เริ่มประชุมในช่วงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี แต่อาจจะมีการขอเปิดประชุมวิสามัญหรือของดเว้นการประชุมประจำปีได้ตามความจำเป็น โดยต้องใช้เสียงสภาประชาชนแห่งชาติ 1 ใน 5 สำหรับการร้องขอ

สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ (CPPCC)

สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติ (Chinese People’s Political Consultative Conference: CPPCC) เป็นองค์กรแนวร่วมสูงสุดของประเทศจีน ทำหน้าที่เป็นสภาพี่เลี้ยง เป็นที่ปรึกษาและเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์ รัฐบาล และสภาประชาชนแห่งชาติ มีหน้าที่หลักคือ จัดการอภิปรายและปรึกษาในกิจการสำคัญของรัฐและกิจการท้องถิ่น

สมาชิกสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติมาจากผู้แทนจากพรรคการเมืองประชาธิปไตย 8 พรรค ผู้แทนองค์กรมวลชนกลุ่มน้อย องค์กรศาสนาและทุกสายงานอาชีพ และผู้แทนชาวจีนโพ้นทะเล ซึ่งสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติชุดปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 2,172 คน

สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติประกอบด้วย ประกอบด้วยคณะกรรมาธิการแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการท้องถิ่นหลายคณะ คณะกรรมาธิการแห่งชาติจะควบคุมการทำงานของคณะกรรมาธิการท้องถิ่น ซึ่งควบคุมการทำงานของคณะกรรมาธิการระดับล่างลงไปอีก เป็นลำดับชั้น

สภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติมีวาระชุดละ 5 ปี ซึ่งตรงกันกับสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) และมีการประชุมปีละ 1 สมัยเช่นเดียวกับสภาประชาชนแห่งชาติ โดยจะเริ่มและสิ้นสุดการประชุมก่อนการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ 1 วัน

วาระสำคัญการประชุม NPC และ CPPCC ปีนี้

Global Times สื่อของรัฐบาลจีน วิเคราะห์ว่า เรื่องที่คาดได้ว่าจะได้เห็นการหารือในการประชุมทั้งสองสภาก็เป็นเรื่องที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวเน้นย้ำหลายครั้งในการประชุมระดับสูงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทั้งความสำคัญของการส่งเสริมเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศ การเร่งสร้างรูปแบบการพัฒนาใหม่ และการก้าวไปสู่ความทันสมัยของจีน รวมถึงการเรียกร้องให้มีมาตรการและการปฏิรูปเชิงนโยบาย

ในการประชุม Central Economic Work Conference เมื่อเดือนธันวาคม 2565 สี จิ้นผิง กล่าวว่า การพัฒนาควรจะเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในการปกครองและฟื้นฟูประเทศ และเขาเน้นย้ำความพยายามใน 5 ด้าน ได้แก่ การเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศ, การสร้างระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่, การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างลึกซึ้งจริงจัง การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นสำหรับภาคเอกชน, การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น และการป้องกัน-ขจัดความเสี่ยงที่สำคัญทางเศรษฐกิจและการเงิน

วาระสำคัญที่ต้องจับตามองในการประชุมสองสภาปีนี้ คือ

1.การเลือกตั้ง-แต่งตั้งตำแหน่งระดับสูงในฝ่ายบริหาร

สี จิ้นผิง ที่ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สมัยที่ 3 เมื่อเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งโดยนัยคือเป็นการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่ออีกสมัย จะได้รับการประกาศชื่อเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในการประชุมนี้

หลี่ เฉียง (Li Qiang) ที่ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการประจำของกรมการเมือง (Politburo Standing Committee) ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีอำนาจสูงสุด 7 อันดับแรกในพรรคคอมมิวนิสต์ เมื่อเดือนตุลาคม 2565 จะได้รับการเสนอและประกาศชื่อเป็น “นายกรัฐมนตรี” คนใหม่ของจีนต่อจากหลี่ เค่อเฉียง (Li Keqiang) ที่ดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2556

ตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ ที่จะมีการประกาศแต่งตั้งในการประชุมปีนี้คือ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเศรษฐกิจ ผู้นำคนใหม่ของคณะกรรมาธิการแห่งชาติ (CPPCC National Committee) และผู้ว่าการธนาคารกลาง

2.การพิจารณาแผนการปฏิรูปพรรคคอมมิวนิสต์และสถาบันการเมืองฝ่ายบริหาร

ร่างแผนการปฏิรูปการปฏิรูปพรรคคอมมิวนิสต์และสถาบันการเมืองฝ่ายบริหาร ได้รับการทบทวนและรับรองจากที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ และจะมีการส่งส่วนหนึ่งของร่างแผนการปฏิรูปให้สภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) พิจารณาในการประชุมนี้

หลังการประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนล่าสุด สี จิ้นผิง กล่าวว่าการปฏิรูปพรรคและสถาบันการเมืองฝ่ายบริหารในครั้งนี้ มีเป้าหมายและเข้มข้นมากขึ้น ครอบคลุมหลายด้าน เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่หลากหลาย โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาที่ท้าทายซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ปัญหาที่สร้างความกังวลให้สังคมเป็นอย่างมาก และจะส่งผลกระทบที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

3.การประกาศเป้าหมายเศรษฐกิจ นโยบาย แผนการทำงานของรัฐ และงบประมาณ

นายกรัฐมนตรีจะต้องนำเสนอแผนการทำงานของรัฐบาล รวมถึงประกาศเป้าหมายเศรษฐกิจ คาดการณ์จีดีพี และแผนงบประมาณประจำปีต่อสภาในช่วงเปิดการประชุม

มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าจีนจะตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจสูงขึ้น และเพิ่มความพยายามในด้านนโยบายเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากผู้นำระดับสูงของจีนให้ความสำคัญกับการยกระดับความคาดหวังและความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน

กวน เถา (Guan Tao) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ระดับโลกของ BOC International ในเครือ Bank of China กล่าวกับ Global Times ว่า หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดที่สุดคือ จีนจะกำหนดเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจและมีนโยบายที่เกี่ยวข้องอย่างไร ซึ่งเขาคาดว่า จะได้เห็นความมีชีวิตชีวาของจีนมากขึ้นในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่วนงบประมาณ มีการคาดการณ์ว่าจีนจะเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคง เนื่องจากเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน และความตึงเครียดกับรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้น

อ้างอิง :

…………………

อ่านเนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...