โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบคนร้าย หลอกขายทัวร์ทิพย์ ทำงานต่างประเทศ มีคดีฉ้อโกงยาวเป็นหางว่าว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 07 ก.พ. เวลา 05.41 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 7 กุมภาพันธฺ 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายจตุพลฯ หรือฐิตาภาฯ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ

วันที่ 7 กุมภาพันธฺ 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายจตุพล (นามสมมติ) อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ จ.449/2568 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” และจากการตรวจสอบยังพบหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.450/2566 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการความเสียหายแก่ประชาชน”, หมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.451/2566 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการความเสียหายแก่ประชาชน”, หมายจับศาลจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ จ.72/2568 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง”, หมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ จ.174/2567 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง”, หมายจับศาลจังหวัดน่าน ที่ จ.305/2566 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง”, หมายจับศาลแขวงขอนแก่น ที่ จ.63/2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน“ฉ้อโกงทรัพย์”, หมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ ที่ 590/2568 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2568 คดีหมายเลขดำที่ อ692/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อ4015/2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกง” อีก 7 หมายจับ รวม 8 หมายจับ

สถานที่จับกุม บริเวณลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนสุขสวัสดิ์-พระราม 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดอำนาจเจริญ ได้รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางสาวเอฯ ขอสงวนชื่อ-นามสกุล ได้ถูกนายจตุพลฯ หรือฐิตาภาฯ หลอกลวงว่าสามารถจัดส่งไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลีได้ ในตำแหน่งงานต่างๆ เช่นโรงงาน งานสวนและงานอื่นๆ โดยมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงค่าเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) เชื่อว่านายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ สามารถจัดส่งไปทำงานตามที่กล่าวอ้างได้จริง จึงได้จ่ายเงินเป็นค่ามัดจำให้กับนายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) โดยจ่ายเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2566 หลังจากที่จ่ายเงินมัดจำ จำนวนดังกล่าวให้กับนายจตุพลหรือฐิตาภาฯ แล้วนายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ ไม่สามารถจัดส่งไปทำงานตามที่ตกลงไว้ ผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์กับทางสำนักงานจัดหางานจังหวัดอำนาจเจริญ และได้ตรวจสอบประวัติทางทะเบียนจากระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ระบบสำนักงานเอกชนของกรมจัดหางานปรากฎว่านายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ ไม่ได้เป็นผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศและไม่ได้จดทะเบียนเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของบริษัทจัดหางานให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศแต่อย่างใด ทางจังหวัดอำนาจเจริญจึงได้มอบให้ผู้กล่าวหาเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับนายจตุพลฯในความผิดฐาน ผู้ใดหลอกหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนถึงที่สุด

โดยผู้เสียหายใช้โทรศัพท์มือเข้าแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก แชทไปหาคนร้าย เพื่อขอซื้อทัวร์ท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ตามคำแนะนำของเพื่อนผู้กล่าวหา โดยพบว่าคนร้าย ประกาศรับจัดท่องเที่ยวในประเทศ/ต่างประเทศ สำรองตัวเครื่องบินทุกประเภท รับทำวีซ่าประกาศเป็นสาธารณะให้บุคคลทั่วไปให้ทราบ ผู้กล่าวหาสนใจที่จะไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นและต้องการที่จำทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย ซึ่งคนร้ายคิดค่าท่องเที่ยวในราคา 40,000 บาท ส่วนค่าทำงานในราคา 60,000 บาท โดยให้ผู้กล่าวหาจ่ายค่าท่องเที่ยวไปก่อน จำนวน 40,000 บาท หลังจากผู้กล่าวหาโอนเงินให้กับคนร้ายไปแล้ว ทางคนร้ายให้ผู้กล่าวหาเข้าไปพบที่กรุงเทพฯ โดยผู้กล่าวหาได้ไปพบคนร้ายที่โรงแรม (แห่งหนึ่งย่านบางกะปิ) กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้กล่าวหาเชื่อว่าเป็นคนร้ายในคดีนี้รอผู้กล่าวหาอยู่ ในระหว่างพบกันนายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ (ทราบชื่อภายหลัง)ได้เทรนภาษาอังกฤษให้กับผู้กล่าวหา และนัดขึ้นเครื่องในวันที่ 22มีนาคม 2566 เมื่อถึงกำหนดวันบินไปประเทศญี่ปุ่น ปรากฏว่าไม่ใด้ไป ทางสายการบินไทยปฏิเสธโดยแจ้งให้ผู้กล่าวหาทราบว่า มีการจองเที่ยวบินจริง แต่ไม่ได้มีการชำระเงิน ทางสายการบินฯ จึงได้ยกเลิกเที่ยวบินเมื่อผู้กล่าวหาสอบถามไปยังนายจตุพลฯหรือฐิตาภา แล้ว ทางนายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ อ้างว่าลูกทัวร์ไม่พร้อม ขอเลื่อนไปก่อน จึงขอยกเลิกและขอเงินคืน แต่นายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ ไม่ยอมคืนเงินให้และขอผลัดผ่อนเรื่อยมา ผู้กล่าวหาเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับนายจตุพลหรือฐิตาภา ฯ ตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้ทำการสืบสวนทราบว่า นายจตุพลฯ หรือฐิตาภา ได้หลบหนีมาพักอาศัย อยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ถนนสุขสวัสดิ์-พระราม 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร จึงได้ไปตรวจสอบจับกุมตัว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...