โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุป Opp Day : THAI ตั้งเป้าปี 69 ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารโต 5-6% จ่อปรับราคาตั๋วเพิ่ม 10-15% รับต้นทุนราคาน้ำมันพุ่ง

efinanceThai

เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 04.56 น.

สรุป Opp Day : THAI ตั้งเป้าปี 69 ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารโต 5-6% จ่อปรับราคาตั๋วเพิ่ม 10-15% รับต้นทุนราคาน้ำมันพุ่ง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มี.ค. 69 11:56 น.

THAI ตั้งเป้าปี 69 ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารโต 5-6% รับอานิสงส์จำนวนเครื่องบินใหม่ทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็น 102 ลำ จากปีก่อนที่ 80 ลำ พร้อมจ่อปรับราคาตั๋วโดยสารเพิ่มราว 10-15% รับต้นทุนราคาน้ำมันพุ่งแรง

นางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" ถึงภาพรวมผลประกอบการปี 68 และแนวโน้มธุรกิจปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

แนวโน้มธุรกิจปี 69

- ตั้งเป้าปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) ปีนี้เติบโตระดับ 5-6% จากปีก่อน จากจำนวนเครื่องบินใหม่ที่จะทยอยเข้ามา โดยเฉพาะเครื่องบินลำตัวกว้างที่จะเริ่มเข้ามาในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้

- อัตราผลตอบแทน (Yield) จะอยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา และมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ที่ระดับ 78-80% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ยอยู่ระดับ 79.2%

- ตั้งเป้าอัตรากำไรจากการดำเนินงานปีนี้โตระดับ 10% กลางๆ ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตามเป้าหมายดังกล่าวทำไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

- คาดปีนี้จะมีเครื่องบินใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 102 ลำ เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 68 ที่มีจำนวน 80 ลำ ซึ่งแบ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง 67 ลำ และเครื่องบินลำตัวแคบ 35 ลำ โดยเครื่องบินใหม่ที่รับมอบปีนี้แบ่งออกเป็นตระกูล Boeing 787 จำนวน 14 ลำ และ A321 NEO จำนวน 14 ลำ นอกจากนี้บริษัทมีแผนปลดระวางเครื่องบินที่ใช้มานานแล้ว อาทิ รุ่น B777-200ER, B787 Family และ A350-900 อีกด้วย

- แนวโน้มผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1/69 พบว่ายอด 2 เดือนแรกที่ผ่านมายังดำเนินการตามปกติ ส่วนเดือน มี.ค.69 หากดูยอดซื้อตั๋วล่วงหน้าก็ไม่ได้ลดลง โดยเฉพาะยอดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมาประเทศไทยก็ยังแข็งแกร่ง โดยมีระดับ Cabin Factor กว่า 80-90%

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ

- ปรับฝูงบินให้ทันสมัย เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงประมาณ 15-20% และใช้เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) มากขึ้นเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพการบิน

- บริษัทยังไม่มีแผนจัดหาแหล่งเงินกู้ใหม่ โดยปัจจุบันจะดูแลสภาพคล่องให้มีความมั่นคง และสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน

- บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาการจัดอันดับเครดิตเรตติ้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสีย

ผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง

- คาดจะมีการปรับราคาค่าตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% เพื่อสะท้อนกับต้นทุนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในช่วงนี้ โดยยืนยันว่าบริษัทยังสามารถที่จะขยับราคาน้ำมันไปตามเพดานที่ได้กำหนดไว้กับ กพท. รวมถึงหากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอีกก็ยังสามารถขอให้ กพท. พิจารณาปรับเพิ่มเพดานได้

- ยืนยันหลังเกิดเหตุการณ์ตะวันออกกลาง บริษัทยังไม่มีการยกเลิกไฟล์ทบิน แต่อาจมีบางเส้นทางบินที่ต้องบินอ้อมประเทศอิหร่านมากขึ้น โดยบริษัทได้ปรับเส้นทางการบินมาได้ระยะหนึ่งแล้ว

- บริษัทได้รับผลกระทบเชิงบวก โดยในระยะสั้นหลังจากตะวันออกกลางมีการปิดฮับการบินออกไป ทำให้ผู้โดยสารมาใช้สายการบินของบริษัทและมีการบินเส้นทางตรงมากขึ้น ส่วนระยะกลาง-ยาวบริษัทได้มีการจับตาดูการจองตั๋วล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่าปัจจุบันการซื้อตั๋วล่วงหน้าเดือน มี.ค.69 ยังเป็นบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...