โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อีสุกอีใสระบาด! รัฐศาสตร์ มธ. สั่งเรียนออนไลน์

Dek-D.com

เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 03.55 น. • DEK-D.com
อีสุกอีใสระบาด! รัฐศาสตร์ มธ. สั่งเรียนออนไลน์

อีสุกอีใสระบาด! รัฐศาสตร์ มธ. สั่งเรียนออนไลน์

วันอังคารที่ 3 มีนาคม 2569 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ประกาศปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์วันที่ 3-6 มีนาคม 2569 ทุกวิชา เนื่องจากเกิดการระบาดของโรคอีสุกอีใสในหมู่นักศึกษาของคณะบางส่วน

นอกจากนี้คณะอื่น ๆ ในวิทยาเขตศูนย์รังสิต เริ่มประกาศเรียนออนไลน์เช่นกัน อาทิ คณะสาธารณสุขศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ เป็นต้น

"โรคอีสุกอีใส" เป็นโรคไข้ออกผื่น จะมีอาการไข้และผื่นตุ่มน้ำใสที่ผิวหนังทั่วร่างกาย มักพบที่ลำตัวและใบหน้ามากกว่า บริเวณแขนขา บางรายอาจมีอาการทางระบบทางเดินหายใจและระบบอื่น ๆ ร่วมด้วย

สาเหตุของโรคอีสุกอีใส เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) เป็นเชื้อชนิดเดียวกับงูสวัด โรคอีสุกอีใสจะมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวคล้ายไข้หวัด และผื่นตุ่มน้ำใสที่ผิวหนัง ไข้จะสูงหรือน้อยและตุ่มจะมีจำนวนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอายุ เด็กจะไข้ต่ำ และมีตุ่มน้อย ในขณะที่เด็กโตและผู้ใหญ่ มักมีไข้สูงและตุ่มจำนวนมาก

ผื่นในโรคอีสุกอีใส มีลักษณะเฉพาะ คือ ผื่นจะเริ่มจากตุ่มแดง กลายเป็นตุ่มใส และแตกออก เป็นสะเก็ด เมื่อผื่นขึ้นแล้ว 2-3 วัน จะเห็นตุ่มหลายชนิดในเวลาเดียวกัน ส่วนใหญ่ผื่นจะขึ้นที่ลำตัว และใบหน้ามากกว่าแขนขา สามารถพบการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ผิวหนังได้ ทำให้เกิดแผลเป็น และอาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดตามมา

โรคอีสุกอีกใส สามารถแพร่กระจาย ไปยังผู้อื่นได้ง่ายมาก เพราะเชื้ออยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน และผู้ป่วยอีสุกอีใสสามารถแพร่กระจายเชื้อไปยังคนอื่นได้ ตั้งแต่ 1-2 วัน ก่อนมีไข้และผื่น จนถึงเมื่อตุ่มสุดท้ายตกสะเก็ด หรือประมาณ 7 วัน หลังจากผู้ป่วยเริ่มมีอาการ

อีสุกอีใสเป็นโรคที่หายเองได้ อาจจะมีไข้เพียงไม่กี่วัน ส่วนตุ่มจะตกสะเก็ดและค่อย ๆ หายใน 1-3 สัปดาห์ ผู้ป่วยจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ ถ้ามีไข้สูงใช้ยาลดไข้ได้ แต่ไม่ควรใช้แอสไพริน เพราะอาจทำให้เกิดอาการทางสมองและตับ ทำให้ถึงตายได้ ควรอาบน้ำและใช้สบู่ฟอกผิวหนังให้สะอาด ควรตัดเล็บให้สั้นและหลีกเลี่ยงการแกะเกา ถ้าคันมาก ๆ อาจใช้ยาแก้คันช่วยลดอาการคัน

โดยทั่วไปเป็นแล้วคนที่เคยเป็นอีสุกอีใสมักไม่กลับเป็นซ้ำอีก เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นตลอดชีวิต แต่บางคนก็สามารถเป็นโรคอีสุกอีใสครั้งที่สองได้ แต่อาการมักไม่รุนแรงและไม่ค่อยเกิดภาวะแทรกซ้อน การป้องกันโรคอีสุกอีใสเป็นเรื่องยาก เพราะผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อไวรัสอีสุกอีใสให้ผู้อื่นได้ตั้งแต่ช่วงออกอาการไข้ไปจนถึงช่วงแผลแห้งตกสะเก็ด ดังนั้นทางป้องกันคือ ถ้าบุตรหลานป่วยเป็นอีสุกอีใส ต้องงดไปโรงเรียน ป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อให้คนอื่น และการฉีดวัคซีนอีสุกอีใส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...