เจาะ “การป้องกันโมเสก” กลยุทธ์กองทัพอมตะ "อิหร่าน" สูญเสียผู้นำไปแค่ไหน ก็สู้สงครามต่อได้
อิหร่านศึกษาตำราพิชัยสงครามสหรัฐฯ มา 2 ทศวรรษจนเข้าใจทะลุปรุโปร่ง
แม้จะเสียเปรียบด้านยุทโธปกรณ์ แต่ก็สร้างระบบป้องกันประเทศ แบบที่สังหารผู้นำ ผู้บัญชาการไปกี่คน แต่กองทัพอิหร่านก็ลุกขึ้นสู้กลับได้
นี่เป็นการเปิดเผยของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ที่ระบุว่า รัฐบาลเตหะรานศึกษายุทธศาสตร์รบสหรัฐฯ มา 20 ปีแล้ว และได้สร้างระบบการป้องกันที่ทำให้เดินหน้าต่อกรสหรัฐฯ ได้ต่อไป แม้เมืองหลวงจะถูกถล่ม ผู้นำสูงสุดจะถูกสังหาร และต้องเสียผู้บัญชาการทหารไปกี่คนก็ตาม
ระบบนั้นเรียกว่า “การป้องกันแบบโมเสก” หรือ Mosaic Defence สรุปง่าย ๆ มันก็คือ การกระจายอำนาจด้านกลาโหม ที่ทำให้ไม่ว่าอิหร่านจะสูญเสียไปแค่ไหน อิหร่านจะเป็นผู้ตัดสินเองว่า สงครามจะจบเมื่อไหร่ และแบบใด
หลักการป้องกันแบบโมเสก กำเนิดขึ้นโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ โดยเฉพาะภายใต้การนำของโมฮัมหมัด อาลี จาฟารี ผู้บัญชาการ IRGC ช่วงปี 2007-2019
แนวคิดคือการสร้างโครงสร้างการป้องกันประเทศ ที่ไม่ได้รวมศูนย์ แต่กระจายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ และมีลำดับการบังคับบัญชาที่กึ่งอิสระ โดยเฉพาะได้เห็นตัวอย่างที่สหรัฐฯ รุกรานและเปลี่ยนการปกครองในอัฟกานิสถาน เมื่อปี 2001 และอิรักในปี 2003 โดยเฉพาะในอิรัก ที่การรวมศูนย์อำนาจทางทหาร ทำให้สหรัฐฯ ปิดเกมได้เร็ว เหมือนโดมิโนที่ล้มตัวเดียว แล้วตัวอื่น ๆ ล้มไปทั้งแผน
ข้อดีของการกระจายอำนาจ และมอบอำนาจปฏิบัติการแบบอิสระให้ทหารชั้นต่ำกว่า ทำให้เมื่อเกิดการโจมตีที่ทำให้ศูนย์กลางบังคับบัญชาติดต่อไม่ได้ หรือผู้บัญชาการทหารถูกสังหาร หน่วยงานต่าง ๆ ก็ยังใช้ดุลพินิจของตนเอง ดำเนินการโต้กลับได้
สรุปง่าย ๆ ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติหน่วยไหน กองกำลังขีปนาวุธ กองทัพเรือ หรือหน่วยทหารชั้นผู้น้อย หากผู้บังคับบัญชาถูกสังหาร สายบังคับบัญชาแม้ขาดช่วง แต่ก็ยังปฏิบัติการต่อไปได้
เป้าประสงค์ของการสร้างยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศแบบนี้ สำนักข่าวอัลจาซีรา ชี้ว่า มีเป้าหมาย 2 ประการ คือ การทำให้สายการบังคับบัญชายากต่อการทำลายด้วยกำลังทางทหาร และทำให้สมรภูมิอิหร่าน ยากต่อการเผด็จศึกในระยะเวลาอันสั้น เพราะมันประกอบไปด้วยสมรภูมิย่อยหลายลำดับชั้น และเป็นสมรภูมิระยะยาว ไม่ได้จบศึกง่าย ๆ อย่างที่สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการ
ดังนั้น ตอนนี้แสนยานุภาพและแต้มต่อของอิหร่าน ไม่ใช้กำลังทางทหารที่เหนือกว่า แต่คือเวลาว่า จะลากศึกนี้ไปได้ยาวแค่ไหน และให้ปัจจัยภายนอก อย่างเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน และแรงกดดันจากชาติพันธมิตร เป็นตัวบีบศัตรู นั่นคือสหรัฐฯ และอิสราเอล เอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- "ตั๋วเครื่องบินแพงทั่วโลก" สงครามอิหร่านดันต้นทุนน้ำมัน
- เดโมแครตโวย ทรัมป์ผลาญเงินทำสงครามอิหร่าน เป้าหมายทำสงครามก็ไม่ชัดเจน
- โฆษกทำเนียบขาวรระบุน้ำมันแพงแค่ชั่วคราว หลังปฏิบัติการในอิหร่านจะถูกระยะยาว
- ประธานาธิบดีเลบานอนขอเจรจาโดยตรงกับอิสราเอลเพื่อยุติความขัดแย้ง
- WHO เตือนฝนสีดำในอิหร่าน กระทบสุขภาพประชาชน