คุยกับ “เลออน บรอคโค่” จากติ๊กต็อกเกอร์สู่ไอดอลที่มั่นคงต่อความจริงใจกับความรู้สึกตัวเองมาเสมอ
LSA Thailand
อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 13.41 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 04.00 น. • Lifestyle Asia Thailandก้าวเข้าสู่ปี 2026 ได้ไม่นานแต่อุตสาหกรรมแฟชั่นและบันเทิงยังคงดำเนินต่อไม่หยุดพัก โดยมีผลงานจากคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือศิลปินหนุ่ม “เลออน บรอคโค่” ที่LSA พาเลออน บรอคโค่มาพูดคุยในฐานะคัพเวอร์สตาร์ฉบับดิจิทัล Vol. 27 ที่เจาะลึกถึงเส้นทางจากวันแรกในวงการบันเทิงจนถึงวันนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต พร้อมมุมมองเกี่ยวกับการทำงานและการใช้ชีวิต
หากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนแฟนๆ คงจะมีภาพจำของเลออน บรอคโค่บนติ๊กต็อกที่ยังผูกติดกับคอนเทนต์สนุกๆ บนโซเชียล แต่ตอนนี้เขากลับเดินอีกเส้นทางหนึ่งอย่างจริงจังมากขึ้นจนกลายมาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด Mchoice และเป็นสมาชิกวง “CIR*CRL” การเปลี่ยนผ่านจากครีเอเตอร์อิสระสู่การเป็นไอดอลเต็มตัวนั้นไม่ได้เปลี่ยนแค่สถานะการทำงาน แต่เปลี่ยนวิธีคิดของเขาไปด้วย
เลออนเล่าว่าก่อนหน้านี้เขาทำทุกอย่างคนเดียว ตั้งแต่นั่งรถทัวร์จากขอนแก่นเข้ากรุงเทพฯ มาแคสติ้งงาน ตัดสินใจเอง รับผิดชอบเองทั้งหมด แต่เมื่อเดบิวต์ในฐานะสมาชิกวง เขาต้องเลิกคิดแบบ “ผม” แล้วหันมาใช้คำว่า “เรา” มากขึ้น การทำงานเป็นทีมบังคับให้เขามองคนรอบตัวให้มากขึ้น ใส่ใจจังหวะของคนอื่น และตระหนักว่าความสำเร็จหนึ่งครั้งไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง“พอเป็นวง เราแคร์แค่ตัวเองไม่ได้แล้ว ต้องมี awareness กับทีมมากขึ้น” เขาบอกตรงๆ ว่านี่คือบทเรียนสำคัญที่สุดตั้งแต่เดบิวต์
อีกจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาทบทวนตัวเอง คือบทบาท “บัว” ในซีรีส์ “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” ที่ออนแอร์ไปเมื่อต้นปี 2025 จนสร้างกระแสไวรัลไปทั่วประเทศ เลออนบอกว่าเขาชอบความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวละครนี้ แม้บางครั้งบัวจะพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อให้เป็นที่รัก แต่นั่นก็เป็นความพยายามที่เกิดจากความจริงใจ บทบาทนี้ทำให้เขาหันกลับมาฟังเสียงตัวเองมากขึ้น ได้รู้ตัวทั้งในแง่ร่างกายและความคิด รู้ว่าอะไรคือความต้องการจริงๆ และอะไรคือแรงกดดันจากภายนอก“ผมหลงรักความจริงใจ ความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองของบัว”
ย้อนกลับมายังบทบาทไอดอลของเลออนเราให้เขาเลือกเพลงของ CIR*CRL ที่อธิบายชีวิตช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา เลออนไม่ลังเลที่จะเลือกเพลง “Switch It Up” เพราะเขามองว่ามันสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากเด็กที่ใช้ชีวิตตามอารมณ์มาเป็นคนที่มีเป้าหมายชัดขึ้น จากคนที่ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะทำอะไร กลายเป็นคนที่ตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่าวันนี้ทำได้ดีพอหรือยัง นอกจากนี้เลออนยังเล่าถึงวงการนี้ที่เต็มไปด้วยภาพลักษณ์และการแข่งขัน แต่เขากลับให้คุณค่ากับสิ่งที่เรียบง่ายว่า นั่นคือ “เวลา” คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด เพราะเงินซื้อของได้ แต่ซื้อเวลาไม่ได้ สิ่งที่เขาให้ค่าจึงไม่ใช่ไอเท็มหรือสถานที่ แต่คือช่วงเวลาที่ได้ทำงานและอยู่กับคนรอบตัวในจังหวะที่ใช่
แน่นอนว่าเส้นทางไอดอลมาพร้อมความคาดหวัง โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องเปลี่ยนจากบทเด็กแสบในเจลบอยมาเป็นสมาชิกวงไอดอล CIR*CRL ที่ถูกมองว่าเป็นแบบอย่างของคนที่มีแรงบันดาลใจในการร้องและการเต้น เลออนยอมรับว่าเคยกังวลกับคำว่า “สมบูรณ์แบบ” แต่สุดท้ายเขาเลือกมองอีกมุมว่าไม่มีใครเพอร์เฟกต์อยู่แล้ว สิ่งที่ทำได้คือพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ“อีก 3 ปี หรือ 10 ปี ผมก็คงไม่เพอร์เฟกต์ แต่ผมทำให้คนเห็นได้ว่าผมดีขึ้น แค่นั้นก็พอแล้ว”และถ้ามองย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่เริ่มทำติ๊กต็อกจนถึงวันนี้ที่ได้ขึ้นปกดิจิทัลของ Lifestyle Asia สิ่งเดียวที่เลออนยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนคือ“การพัฒนาตัวเอง”เขาอาจมีวันที่ทำได้ดีบ้าง แย่บ้าง แต่แกนหลักยังเหมือนเดิม คือสนุกกับสิ่งที่ทำ และพยายามดีกว่าเมื่อวาน
เราพูดคุยกันเรื่อยมาจนมาถึงเป้าหมายของเลออนในปี 2026 เลออนบอกว่าเขาพร้อมปล่อยของมากขึ้นทั้งในฐานะสมาชิกของ CIR*CRL และในฐานะนักแสดงซีรีส์GELBOYSซีซั่น 2 แล้วในปีนี้ แต่เหนือกว่างานทั้งหมดเขาอยากส่งต่อทัศนคติที่เรียบง่ายให้แฟนๆ คือไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องกล้าฟังเสียงหัวใจตัวเอง“ถ้าเห็นผมยิ้มบนเวที นั่นไม่ใช่การแสดง ผมอยากให้ทุกคนไปตามเสียงหัวใจตัวเองเหมือนที่ผมทำ แล้วจะอยู่กับมันได้นาน”
ท้ายที่สุดสิ่งที่เลออนภูมิใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่คือการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคระหว่างทาง เขารู้ว่าเส้นทางของตัวเองอาจไม่ได้ง่าย แต่การเลือกเดินต่อโดยไม่ทิ้งความจริงใจนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม และแฟนๆ ก็จะยังเห็นการเติบโตของเขาโดยไม่ทิ้งเนื้อแท้ของชื่อ “เลออน บรอคโค่” ไว้อย่างแน่นอน
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.