โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบ "อาแปะ" เจ้าของร้านข้าวต้มหัวปลาย่านลำผักชี หนีคดีฆ่าฝังดินที่ฮ่องกงมากบดานในไทยนาน 32 ปี

สวพ.FM91

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 03.23 น.

4 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม ชาย อายุ 62 ปี ถูกจับกุม ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นของทางการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยถูกรวบตัวได้ที่บ้าน แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2532 เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง รับแจ้งพบศพชายถูกฆ่าแล้วนำไปฝังดินอำพรางศพบริเวณชายหาด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ 4 ราย ก่อนจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้เกือบหมดแล้ว แต่คงเหลือเพียง ผู้ต้องหารายสำคัญที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนลงมือใช้พลั่วตีจนเสียชีวิต

ต่อมา เจ้าหน้าที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้ประสานมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางใช้ช่วยติดตามจับกุมคนร้ายซึ่งคาดว่าหลบหนีมากบดานในเมืองไทยตั้งแต่ปี 2537 จากการตรวจสอบ พบชายต้องสงสัยเปิดร้านข้าวต้มหัวปลาชื่อร้าน "อาแปะ" อยู่ย่านลำผักชี จึงขอหมายค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าจับกุม

เจ้าตัว ให้การยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับจริง โดยหลบหนีคดีเข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2537 เปิดโรงงานเล็กๆ อยู่ใน จ.สมุทรปราการ ได้ภรรยาเป็นคนไทย มีบุตรด้วยกัน 3 คน ล่าสุดมาเปิดร้านข้าวต้มหัวปลา ย่านลำผักชี ส่วนคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นนั้นขอไม่ให้การใดๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "หลบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย"

รายงานว่าวันนี้ (4 ก.พ.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติของฮ่องกง จะเดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเพื่อร่วมประชุมหารือประสานความร่วมมือจับกุมคนร้ายข้ามชาติระหว่างไทยกับฮ่องกง พร้อมดำเนินการนำตัว ผู้ต้องหาไปดำเนินคดีที่ฮ่องกงต่อไป

ภาพจาก คนมีสี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...