โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ่าวส่อคดีพลิก! ผอ.โรงเรียนพูดแล้ว ปมนำข้าวของเครื่องใช้ครูดีเด่นมาวางหน้า รร.

มุมข่าว

เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 09.11 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
อ่าวส่อคดีพลิก! ผอ.โรงเรียนพูดแล้ว ปมนำข้าวของเครื่องใช้ครูปอ มาวางหน้า รร.

จากกรณี ข่าวเศร้า ครูปอ หรือ ครูพอลล่า ครูสอนภาษาอังกฤษ เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ท่ามกลางข้อสงสัยถึงแรงกดดันจากการทำงานในโรงเรียนเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สารวัตรต้น แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับครูพอลล่า โดยระบุว่า ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่คบหากัน ผู้เสียชีวิตเป็นคนมองโลกในแง่ดี สดใส ร่าเริง และไม่เคยมีประวัติป่วยทางจิตเวชหรือภาวะซึมเศร้าแต่อย่างใด

สารวัตรต้น ระบุว่า สิ่งเดียวที่ครูพอลล่าเคยเล่าให้ฟังคือ ความเครียดจากภาระงานด้านการเงินที่ได้รับมอบหมายในโรงเรียน ซึ่งเป็นแรงกดดันสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเกิดเหตุสลดขึ้น

แฟนหนุ่มยังเปิดเผยรายละเอียดว่า ในวันเกิดเหตุ ครูพอลล่าถูกผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกเข้าพบเป็นการส่วนตัว หลังจากนั้นมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะรีบขับรถออกจากโรงเรียน และเกิดเหตุเศร้าในเวลาต่อมา ยืนยันว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้า และมีพยานหลักฐานสามารถตรวจสอบได้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานด้านการศึกษาเร่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ ยังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม หลังพบว่าทรัพย์สินส่วนตัวของครูพอลล่าถูกนำออกมากองไว้บริเวณหน้าป้อมยามของโรงเรียน ซึ่งสารวัตรต้นตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและการให้เกียรติผู้เสียชีวิต

ต่อมา วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 สารวัตรต้น เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา โดยวันนั้นแฟนสาวขับรถไปทำงานตามปกติ ก่อนที่ผู้อำนวยการจะเรียกไปพูดคุยหลังเคารพธงชาติ จากนั้นครูพอลล่ามีอาการหุนหันพลันแล่นและขับรถออกจากโรงเรียนไปทันที

กระทั่งช่วงเย็นไม่สามารถติดต่อแฟนสาวได้ จึงตัดสินใจไปที่โรงเรียนในเวลาประมาณ 20.00 น. แต่ไม่พบใคร จนทราบจากเจ้าหน้าที่เวรยามว่า ครูปอออกจากโรงเรียนไปตั้งแต่เวลาประมาณ 09.00 น. ทำให้เกิดความตกใจและออกตามหาทั้งคืน ก่อนจะพบรถจอดอยู่ในสวนสาธารณะสันทราย และพบว่าครูพอลล่าจบชีวิตตัวเองภายในรถ

สารวัตรต้น ระบุว่า หลังเสร็จสิ้นพิธีศพ ได้พยายามค้นหาความจริงและตรวจสอบโทรศัพท์ของแฟนสาว พบจดหมายลาที่เขียนทิ้งไว้ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความเครียดจากการทำงาน การถูกตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และรายละเอียดเกี่ยวกับเงินของโรงเรียน รวมถึงเงินของนักเรียนที่ต้องนำไปชำระคืน

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลในโทรศัพท์ที่แสดงให้เห็นว่า ครูพอลล่าเคยค้นหาวิธีจบชีวิต และมีการจัดหาอุปกรณ์มาก่อนหน้านี้ ทำให้เชื่อมั่นว่าสาเหตุหลักมาจากความเครียดเรื่องงาน โดยก่อนหน้านี้ครูพอลล่าถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีเงินของโรงเรียนสูญหายหลักล้านบาท ซึ่งผู้เสียชีวิตเคยเล่าว่า ถูกสั่งให้เก็บเงินของโรงเรียนไว้ในบัญชีส่วนตัว ก่อนจะถูกกล่าวหาว่าทุจริตในภายหลัง

สารวัตรต้น ยืนยันว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครูปอ ซึ่งเป็นเพียงครูระดับปฏิบัติการ ที่ต้องรับภาระงานเกินขอบเขต และไม่ต้องการให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับครูหรือบุคลากรทางการศึกษาคนอื่นอีกในอนาคต

ล่าสุดด้านผู้อำนวยการโรงเรียน ชี้แจงว่า เชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตของครูสาว เป็นผลมาจากความเครียดจากการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน กรณีบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการเงิน ซึ่งมีหลักฐานและวงเงินที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้โรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว 2 ครั้ง และยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้เสียชีวิตเกิดความเครียดอย่างหนัก

ส่วนกรณีที่แฟนหนุ่มของครูสาว ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียล ทาง สพม. มองว่า อาจเป็นการได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียวและยังไม่ครบถ้วน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่สามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ด้วยตนเอง

สำหรับกรณีการนำข้าวของเครื่องใช้ของครูสาวออกมาวางไว้บริเวณหน้าโรงเรียน ทางโรงเรียนชี้แจงว่า เป็นไปตามคำร้องขอของแฟนหนุ่ม เพื่อความสะดวกในการขนย้าย และไม่ได้มีเจตนากดดันหรือขับไล่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ สพม.เชียงใหม่ ระบุว่า จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างรอบด้าน หากผลการสอบข้อเท็จจริงเป็นประการใด จะรายงานให้ต้นสังกัดรับทราบ และหากญาติหรือครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีข้อสงสัยหรือประเด็นติดใจ สามารถเข้าร่วมกระบวนการสอบสวนกับทาง สพม. ได้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...