ส่อง “นโยบายเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทย” หวังพลิกฟื้น Potential Growth
ส่อง "นโยบายเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทย" ที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเคยกล่าวไว้ช่วงหาเสียงว่าหากแก้ไขปัญหาต่อเนื่อง จะเป็นปีแห่งการพลิกฟื้น Potential Growth ผลักดันการเติบโต 3% พลัส
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันที่มีการจัดตั้งเลือกตั้งทั่วไป 2569 แม้จะมีรายงานผลการเลือกตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาเป็นระยะตั้งแต่เวลา 18.30 น. โดยตั้งแต่ช่วงหลังเวลา 21.30 น. คะแนนเริ่มมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่แน่ชัดมากขึ้น โดยพรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่ง สส.แบ่งเขตทิ้งห่างจากอันดับ 2 เป็นอย่างมาก จึงมีแนวโน้มว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีบทบาทในการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมแถลงข่าว ชี้แม้ผลนับคะแนนยังไม่เป็นทางการ แต่พรรคภูมิใจไทยกวาดที่นั่ง สส.นำห่างเป็นอันดับ 1 ย้ำชัยชนะของภูมิใจไทยในวันนี้เป็นชัยชนะของของประชาชนทุกคน
สำหรับนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยนั้น ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทย เคยกล่าวในการนำเสนอนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย โดยนำเสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจจะไปต่ออย่างไรในปี 2569 – 2572 ซึ่งหากแก้ไขปัญหาต่อเนื่องจะเป็นปีแห่งการพลิกฟื้น Potential Growth คาดหมายว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จะเป็น 3% พลัส จะเป็นปีแห่งการนำพาเศรษฐกิจไปสู่ การเติบโตทั่วถึง มีคุณภาพ และเติมศักยภาพ
โดยเสนอนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ประกอบด้วย
- เติมชีวิตให้คนตัวเล็กแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เติมชีวิตให้คนตัวเล็ก 13 ล้านราย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พลัส คนละครึ่งพลัส พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย (200 หน่วยแรก) ปิดหนี้ไว ไปต่อได้ (AMC)
- เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส เติมทุนให้ ค้ำประกันไว สู้ได้ทุกที่ ผู้สูงวัยพลัส ทักษะดี มีงาน มีเงิน มีคนดูแล
- ลงทุนพลัส เพิ่มการลงทุน รัฐร่วมทุน กระตุ้นโตยาว
- ผลิตได้ ขายออก พลัส ผลิตของที่ใช่ ขายของที่คนชอบ ตอบโจทย์ทุกคน
- Trade พลัส ค้าขายฉลาด อัพเกรดการผลิต
- เศรษฐกิจสีเขียว พลัส เพราะรักษ์โลกคือทางรอด และเป็นทางรวย อย่างยั่งยืน
- ดิจิทัล AI พลัส AI ถึงมือ งานถึงตัว เงินถึงบ้าน
- การศึกษาเท่าเทียม พลัส เรียนฟรีมีจริง มีงานเรียนฟรีทุกที่ทุกเวลา
- สูงวัยพลัส ทักษาะดี มีงาน มีเงิน มีคนดูแล
- ไทยแลนด์ พลัส รัฐฉับไว เศรษฐกิจใหม่ คนไทยแฮปปี้”
ด้าน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ทีมเศรษฐกิจการพาณิชย์ พรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวในการเปิดนโยบายเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย โดยเสนอแนวทาง “ชูเกษตรมั่นคง” โดยระบุว่า แนวทางการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เช่น ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องบินรบ เรือดำน้ำ เรือฟรีเกต อาวุธต่างๆ แม้กระทั่งเครื่องบินพาณิชย์ ต้องต่อรองโดยให้ซื้อข้าว หรือสินค้าการเกษตร จากประเทศไทย หลักการคือ ต้องหาประโยชน์ร่วม ไม่ใช่หาประโยชน์ฝ่ายเดียวโดยการเจรจาต่อรองให้เขาซื้อข้าว หรือสินค้าการเกษตร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นช่องทางระบายสินค้าการเกษตร ไม่มีสินค้าการเกษตรตกค้าง
นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางการแก้ปัญหาสินค้าเกษตร อีกหลายมาตรการ ประกอบด้วย การเชื่อมการค้าโลก ชูเกษตรมั่นคง ,ติดปีก SME, มุ่งอุตสาหกรรมอนาคต , ขายสินค้าภาคเกษตร มีมูลค่าสูง สนับสนุนการผลิต ให้ตรงความต้องการของตลาด เน้นพืชมูลค่าสูง ด้วยการรักษาแบรนด์ ปลูกสินค้าเกษตรท้ายไร่ที่มีมูลค่าสูงขึ้น จัดโซนการเพาะปลูก ผลิตได้ ขายออก ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน 77 จังหวัด และแนวทางเปลี่ยนคู่ค้า เป็นพันธมิตร หรือหุ้นส่วนทางการค้า นำไทยไปฝังในห่วงโซ่ อุปสงค์- อุปทาน ของประเทศที่เราจะเข้าไปอยู่กับเขา ประเทศไทยจะเป็นพันธมิตรทุกคนในโลก เช่นกรณีอินเดีย ขายสินค้าเคมีภัณฑ์ ให้เขาแปรรูปแล้วเอาไปขายต่อประเทศอื่นๆ เราจะเข้าไปร่วมผลิตกับเขา และการมุ่งอุตสาหกรรมอนาคต New S-Curve
ขณะที่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้กล่าวในการนำเสนอนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง ของพรรคภูมิใจไทย ในเรื่องสูงวัย พลัส ที่พรรคภูมิใจไทยตระหนักถึงความสำคัญต่อการรับมือกับสภาพสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือ Aged Society ที่ประเทศไทยกำลังประสบอยู่ โดยพรรคภูมิใจไทย เสนอ 4 มาตรการคือ สูงวัยพลัส 1 จ้างงานผู้สูงอายุ นำมาลดหย่อนเป็นค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า สูงสุด 30,000 บาท, สูงวัยพลัส 2 สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อปี ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดร้อยละ 50
สูงวัยพลัส 3 คือ “1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา” เพื่อดูแลผู้สูงอายุและหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 100,000 อัตรา เงินเดือน 15,000 บาท โดยมีสัญญาจ้างงานขั้นต่ำ 4 ปี ทำงานเชิงรุก เคาะประตู ทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ, สูงวัยพลัส 4 คือ สร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการนำที่ดินรัฐที่มีทำเลที่มีศักยภาพ มาเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนลงทุนและสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรในระยะยาว เป็นการลดต้นทุนให้เอกชน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุลดลง อีกทั้งยังเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพและส่งเสริมการลงทุนอีกด้วย
“60 พลัส เกษียณสำราญ มีงานทำ เป็นกำลังสำคัญของประเทศ พรรคภูมิใจไทย เชื่อมั่นว่านโยบายสูงวัยพลัสทั้ง 4 นโยบายนี้ จะทำให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น มีงานทำเพิ่มขึ้น และยิ้มได้พลัสขึ้นอย่างแน่นอน” นางสาวซาบีดา กล่าว