กลยุทธ์ ‘จระเข้’ กับการวางเกมเติบโตระยะยาวในโลกธุรกิจยุคใหม่
พฤติกรรมของผู้บริโภควันนี้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะมุมมองที่มีต่อ ‘บ้าน’ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยอีกต่อไป เมื่อบ้านมีบทบาทมากขึ้น การซ่อมแซมและดูแลบ้านก็กลายเป็นเรื่องที่คนให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง และเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดแผนธุรกิจในระยะยาว
‘ดร.จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์เปอเรชั่น จำกัดเล่าให้ฟังว่า หลังจากโควิด-19 บ้านได้กลายเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย เพราะผู้คนต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทำให้หลายครอบครัวหันมารีโนเวทและซ่อมแซมบ้านกันอย่างจริงจัง เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ยอดขายในกลุ่มวัสดุซ่อมแซมและเคมีภัณฑ์ก่อสร้างจึงปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
จากจุดเปลี่ยนตรงนี้ ทำให้จระเข้ไม่ได้มองเพียงโอกาสระยะสั้น แต่ใช้ช่วงเวลานี้เป็นแรงผลักในการวางโครงสร้างธุรกิจใหม่ โดยในเชิงทิศทางธุรกิจ จระเข้กำลังขยายพอร์ตสินค้าไปสู่ตลาด B2B มากขึ้น โดยเน้นกลุ่ม เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์กันซึม วัสดุซ่อมถนน และสกินโค้ท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์ทั้งโครงการภาครัฐและเอกชน รวมถึงมีศักยภาพเติบโตในหลายประเทศ
ในขณะเดียวกัน การขยายตลาดต่างประเทศยังคงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์หลัก โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV และอาเซียน ซึ่งเวียดนามถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ขณะที่เมียนม่ายังคงเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจระเข้ในปัจจุบัน บริษัทได้เข้าไปตั้งบริษัทในเวียดนามแล้ว และอยู่ระหว่างมองหาโอกาสในประเทศอื่นๆ อย่างฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
ปัจจุบัน กลยุทธ์การเข้าถึงตลาดของจระเข้ไม่ได้เน้นการชนตรงกับแบรนด์ท้องถิ่นหรือแบรนด์ระดับโลก แต่เลือกมองหา ‘ช่องว่าง’ ในตลาดที่ยังไม่มีใครตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน โดยเริ่มจากการทำงานร่วมกับผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ ควบคู่กับการใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อสื่อสารและทดสอบความต้องการของตลาด ก่อนตัดสินใจขยายการลงทุนในระยะถัดไป
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้จระเข้สามารถแข่งขันได้ในหลายประเทศ คือการใช้นวัตกรรมและการวิจัยพัฒนา (R&D) เป็นตัวนำ บริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาได้จริงในหน้างาน เช่น กลุ่มสีซีเมนต์กันซึมที่ครองความเป็นผู้นำตลาด รวมถึงนวัตกรรมซ่อมถนนที่สามารถเปิดการจราจรได้ภายใน 6 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่ามาตรฐานทั่วไปอย่างมาก ช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน และลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากการปิดถนนเป็นเวลานาน
ขณะเดียวกัน จระเข้ยังเริ่มขยายฐานลูกค้าสู่ผู้บริโภคทั่วไป ผ่านการพัฒนาแบรนด์ใหม่อย่าง Jorakay Easy ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าเจาะกลุ่ม DIY และ Direct to Consumer (DTC) โดยปรับภาพลักษณ์สินค้าวัสดุก่อสร้างที่เคยดูไกลตัว ให้กลายเป็นชุดซ่อมแซมบ้านขนาดเล็ก ใช้งานง่าย และมาพร้อมอุปกรณ์ครบชุด วางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากซ่อมบ้านเองได้แบบไม่ยุ่งยาก
ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพการทรานส์ฟอร์มของจระเข้ จากผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิม ไปสู่แบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และพร้อมขยายบทบาททั้งในตลาด B2B และ B2C ควบคู่กับการเติบโตในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ