โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“อนุทิน” เผย ปิดด่านไทย–กัมพูชา! ยอมรักษาแผ่นดินมากกว่ารัฐบาล ชูภูมิใจไทยรัฐบาลของคนไทย 100%

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 14.18 น.

“อนุทิน” เผย ปิดด่านไทย–กัมพูชา! ยอมรักษาแผ่นดินมากกว่ารัฐบาล ชูภูมิใจไทยรัฐบาลของคนไทย 100% - บอก รัฐบาลอยู่ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ประเทศไทยต้องอยู่ได้ - ลั่น ไม่ใช่หลานอังเคิล ไม่ทำตาม “อังเคิลนอกประเทศ” และ “แด๊ดดี้ในประเทศ - ปกป้องสถาบัน ยืนยัน ม.112 ไม่มีวันถูกแก้ - ชี้ หากได้ สส.เขตมาก “ไอ้หนู” พร้อมเป็นนายกฯ และตั้ง ครม.ไว้แล้ว

เวลา 19.55 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่สวนลุมพินี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวปิดเวทีปราศรัยเป็นคนสุดท้าย เริ่มต้นด้วยการถามประชาชนที่ฟังปราศรัยว่ามีความสุขไหม อากาศสบายไหม โล่งใจไหม รู้สึกว่าประเทศไทยน่าอยู่ไหม มีความภาคภูมิใจที่เป็นคนไทยไหม เพราะฉะนั้นนี่คือสาเหตุที่เรามาอยู่ด้วยกันที่นี่ เพราะพวกเราคือภูมิใจไทย พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้เกียรติมาฟังปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถือว่าเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในกรุงเทพฯ วันนี้ถ้าตนพูดอะไรไปให้เสนอข่าวว่าพูดในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี เผื่อไปกระทบกระแทกใคร ก็ให้รู้ไปบ้างว่าถูกกระแทกโดยหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทยขอร้องให้ประชาชนทุกคน ให้ความสนใจบ้านเมืองของเรามากกว่าการเมือง ในช่วงหาเสียงนี้ตนเดินฟังเสียงประชาชน รับฟังด้วยตนเองในฐานะที่เป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และสิ่งที่ตนได้รับฟังมา เมื่อนำมารวมกันแล้วสามารถประมวลคำสั่งของประชาชนที่มีต่อตน คือ ต้องรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ได้ อย่าให้ศัตรูชาติไหนมารุกราน มาเอาแผ่นดินไทยได้อีก และที่สำคัญที่สุดวันนี้เราปรบมือให้ท่านอย่าให้เราต้องปรบเท้าให้ท่าน “อย่าเปิดด่าน” เสียงนี้ดังก้องทั่วแผ่นดินไทย ตนรับปากว่าตนจะรักษาแผ่นดินไทยด้วยชีวิต จะปิดด่านไทย-กัมพูชา จนกว่าคนไทยซึ่งเป็นเจ้าของประเทศจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่มอบให้กับตน และจะไม่มีวันที่จะยอมตกอยู่ภายใต้อาณัติของใคร ที่จะทำให้ตนไม่รับฟังความประสงค์ของประชาชนคนไทย ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เชื่อว่าคนไทยทั่วประเทศคงได้เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า

“ผมกับหลานอังเคิล เดินหมากรักษาอธิปไตยของชาติคนละแนวทางกัน ผมถือว่าผมโชคดี ผมไม่เท่เหมือนที่มีคนบอกผมว่า คิดว่าเท่หรอไม่เป็นหลานอังเคิล กูไม่อยากเท่หรอก ถูกต้อง ผมไม่ใช่หลานอังเคิล เพราะผมไม่ใช่หลานอังเคิลผมจึงไม่มีวันที่จะยอมทำตามความต้องการของอังเคิลที่อยู่นอกประเทศไงครับ อย่าว่าแต่อังเคิลที่อยู่นอกประเทศเลยครับ แด๊ดดี้ที่อยู่ในประเทศผมก็ไม่ทำตาม ถ้าพี่น้องประชาชนชาวไทยไม่ได้รับประโยชน์ทั้งนั้นๆ ถ้าประโยชน์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทย และไม่ได้เกิดขึ้นกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รัก ที่บูชาของผม“ นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การที่รัฐมนตรีของกัมพูชาลงเฟสบุ๊คข่มขู่พวกเรา ว่าถ้าไม่อยากให้มีสงครามรอบ 3 ต้องไม่เลือกตน ไม่เลือกพรรคภูมิใจไทย แค่บอกไม่เลือกยังไม่พอ ยังทำตัวเป็นหัวคะแนนแนะนำให้คนไทยเลือกอีก 2 พรรค ถ้าคนไทยอยากได้รัฐบาล อยากได้นายกฯ ที่เขมรเลือกให้ก็ไปกาอีก 2 พรรคนู้น แต่ตนมั่นใจว่ารัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลของคนไทย 100% ไม่ติดหนี้บุญคุณคนต่างชาติ ถ้าไม่ใช่ประโยชน์ของประเทศไทยเราจะไม่มีวันเห็นอกเห็นใจ เข้าอกเข้าใจ ไม่มีวันเป็นพวกเดียวกับเขา เรายินดีจะเป็นฝั่งตรงข้าม ฉะนั้นถ้าพี่น้องทำตามรัฐมนตรีคนนั้น เย็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เราคงได้ยินเสียงเฉลิมฉลองที่ดังมาจากกัมพูชา เขาน่าจะฉลองใหญ่เพราะคนที่เป็นอุปสรรคที่สุดสำหรับเขาไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว เขาคงมีส่วนร่วมกับชัยชนะที่ประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่ที่เขามีส่วนร่วมด้วย แต่ถ้าคนไทยอยากได้รัฐบาลของคนไทย 100% อยากได้หัวหน้ารัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่ทำให้ประเทศศัตรูไม่กล้าข่มขู่ ไม่กล้าสู้ ไม่กล้ารุกรานแผ่นดินไทยอีก ก็ขอให้ทำสิ่งที่ง่ายนิดเดียวคือกาเบอร์ 37 บัตรสีชมพู เลือกพรรคภูมิใจไทยให้เป็น สส.มากที่สุดทั่วประเทศ

ที่ผ่านมา 3-4 เดือน ถึงแม้ว่ารัฐบาลของตนจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ตนได้ทำในสิ่งที่รัฐบาลเสียงข้างมากไม่สามารถทำได้ ในเวลาที่เขาบริหารประเทศมากกว่าตน การเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยตนถูกขู่อภิปรายไม่ไว้วางใจทุกวัน ห้ามขัดใจ แต่ตนขัดใจหมด เพราะคนไทยและประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ เห็นว่าขู่บ่อยๆ ตนก็ยุบสภาไปเลย ตนขอย้ำอีกครั้งว่าตนให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ กับบ้านเมืองที่ชื่อว่า ราชอาณาจักรไทย มากกว่าการเมือง รัฐบาลอยู่ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ประเทศไทยต้องอยู่ได้ ตนรักษารัฐบาลไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ตนต้องรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ได้ ถึงแม้ว่ารัฐบาลของตนใน MOA บอกอยู่ 4 เดือน แต่ตนอยู่มาได้ 3 เดือน ถึงแม้ว่าอายุจะสั้นลงหนึ่งเดือนไม่เป็นไร เพราะประเทศไทย แผ่นดินไทย ต้องอยู่ยั่งยืนยงยาวนานตลอดไป ดังนั้น ประชาชนสบายใจได้ ในเรื่องการเปิดด่าน ถ้าคนไทยออกความเห็นคำตอบก็คือไม่เปิด ฉะนั้นเรื่องเปิดด่านไม่ต้องให้รัฐบาลทำประชามติถามประชาชน กาเบอร์ 37 ทั้งประเทศ นั่นเหมือนประชามติที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคนไทยไม่ให้เปิดด่าน จบ

ฉะนั้น ถ้าทุกคนยังคงมีสิ่งรบกวนจิตใจตลอดเวลา ว่ายังอาจมีภัยคุกคาม รุกรานประเทศของเราตลอดเวลา ขอให้ได้วางใจฃเลือกพรรคภูมิใจไทยไปเฝ้าบ้าน ไปรักษาแผ่นดินไทย ให้กับประชาชนทุกคนกาเบอร์ 37 เท่านั้น

สำหรับคำสั่งที่ 2 จากประชาชนคนไทยคือ “ไอ้หนู ต้องปกป้องรักษาสถาบันของชาติอย่าให้ใครคิดร้ายทำลาย ซึ่งตนสามารถรับปากได้ว่าจะร่วมร่วมกันปกป้องสถาบันสำคัญของชาติด้วยชีวิต พร้อมยืนยัน ว่าการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้และไม่มีวันสำเร็จ ไม่มีทางสำเร็จเพราะมี 37

“มาตรา 112 คุณจะไปแก้ทำไม เวลาคนพูดหมิ่นประมาทพวกคุณ คุณยังฟ้องคุณยังเอาผิด คนพูดว่านายคุณ คุณยังเดือดร้อนออกมาแก้แทนนายคุณมากกว่านายคุณแก้อีก จะเอาติดคุกติดตาราง แต่เวลาคนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อาฆาตมาดร้าย ใส่ร้ายให้เสื่อมเสียด้วยความเท็จ ยุยงปลุกปั่นให้เกียรติชังสถาบันฯ พวกคุณบอกว่าไม่เป็นไร เป็นสิทธิ สิทธิมีได้ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือองค์พระประมุขของชาติ” นายอนุทอน กล่าว

นายอนุทิน ย้ำว่า จะมาออกกฎหมายว่าจะมาแก้กฎหมายไม่ต้องรับโทษ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ “ไม่ได้ ไม่ 37 ขอโทษทีครับ พูดไม่ชัด ไม่สำเร็จ ดันเผลอไปพูด 37 เพราะ 37 กับสำเร็จเปรียบเสมือนเป็นเลขเดียวกัน” ฉะนั้นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1-2 ที่เกี่ยวข้องกับความเป็นรัฐไทย ที่เกี่ยวข้องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ และกฎหมายมาตรา 112 จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า คำสั่งที่ 3 ที่พ่อแม่พี่น้องคนไทยได้สั่งการตนไว้ คือ “คุณอนุทิน และไอ้หนู” ต้องนำประเทศไทยกลับไปอยู่บนเวทีโลกอย่างมีเกียรติ มีอำนาจในการต่อรอง และไม่ทำให้คนไทยรู้สึกเสียหน้าต่อประเทศใดๆ ในโลกนี้ ”สามเดือนที่ผ่านมา ไอ้หนู ไอ้เอก พี่แต๋ม และพี่อ้วน (ศรีศักดิ์ พวงเกตุแก้ว) ตนเชื่อว่าพวกเขาทำให้เราได้ทำให้กับท่านเห็นแล้วว่าพวกเราปกป้องเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของประเทศไทย ไม่เคยกลัวใครและรู้ว่าจะต้องต่อรองกับพวกเขาอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยของเรามีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทำให้คนไทยของเรามีหน้ามีตาอยู่บนเวทีโลกได้จนถึงปัจจุบัน และอนาคตด้วย มี สส.คนนึงบอกตนแกว่งปากหาเสี้ยน มันไม่มีหรอกแกว่งปากมีแต่แกว่งเท้าหาเสี้ยน ไปประเทศทะเลาะกับประเทศโน้นประเทศนี้ทำไม นั่นคือคนที่ไม่รู้จักคำว่าอำนาจต่อรอง ตนเชื่อว่าที่ผ่านมามีแต่คนแกว่งเท้าหาเสี้ยนมาที่ประเทศไทย แล้วก็เจอเสี้ยนตำเท้าทุกราย บ่มไม่ออก ต้องไปหาหมอผ่าตัด ซึ่งคำพูดต่างๆ นานาที่บอกว่าตนไม่รู้ตัวเอง ไม่รู้จักประเทศไทย เอาประเทศไปเสี่ยง ซึ่งไม่มีทางที่ตนจะเอาประเทศไปเสี่ยง ไม่มีแม้กระทั่งนิดเดียวหรือส่วนเดียว ในการทำงานในการตัดสินใจของรัฐบาลชุดนี้ที่ทำให้ประเทศไทยเกิดความเสี่ยง การตัดสินใจทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทุกนโยบาย ทุกการดำเนินงาน ตัดสินใจบนพื้นฐานบนประเทศไทยต้องชนะและได้เปรียบเพียงอย่างเดียว

สำหรับคำสั่งที่ 4 ต้องไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องและคุณภาพชีวิตของคนไทย ให้มีกินมีใช้ อยู่ดีกินดี มีรายได้เพิ่มขึ้น มีหนี้สินลดลง สองเดือนครึ่งที่ผ่านมา คนละครึ่งพลัสออกไปแล้ว หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ถ้าประชาชนกา 37 ทั่วประเทศ และกา สส. พรรคภูมิใจไทยให้มากเพียงพอ คนละครึ่งเฟส2 ออกอีก และสิ่งที่นายเอกนิติ ได้พูดกับประชาชนไว้ ที่เขาจะพูดคำว่าพลัสเสมอ แปลว่าจะต้องบวก ต้องทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีเกียรติมีศักดิ์ศรีไปพร้อมๆ กันจริงๆ เราต้องยืนอยู่บนขาตัวเองได้ คนไทยไม่ใช่ยาจก ไม่ใช่ขอทานต้องเอาเงินมาให้ เอาโอกาสดีๆ มาให้ ดูแลพวกเขาให้ทำงานอย่างครบ ไม่กดขี่ข่มเหง ไม่ต้องมาจ่ายเงินเดือนละ 3000 ประชาชนมีปัญญาหาเองได้ เปิดโอกาสให้เรา อย่าเอาแผ่นดินของเราไปให้คนต่างชาติ แค่นี้คนไทยก็อยู่ได้แล้ว เราต้องน้อมนำพระกระแสที่เราเคยได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กก็คือ “เราขอเบ็ด เราไม่ขอปลา” แต่เราขอไปตกปลาเอง ขอให้มีแหล่งน้ำ มีอาหารที่อุดมสมบูรณ์ให้กับเรา นี่ถึงเป็นคำว่า อัพสกีล รีสกีล ของ ดร.เอกนิติ ในทุกโครงการที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อเสริมทักษะ เสริมโอกาส เสริมช่องทางให้ประชาชนชาวไทยทำมาหากิน เพิ่มรายได้ เปรียบเสมือนมีเบ็ดด้วยตัวเองแล้วได้ปลาใหญ่

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นักการเมืองประเทศไทยสร้างความแตกแยก นักการเมืองเรียกว่าเป็นผู้แทนประชาชน เมื่อทะเลาะกันก็เปรียบเสมือนกับประชาชนทะเลาะกัน แล้วไปสู้กับใครได้ ไทยหันมาฆ่ากันเองจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟังเล่า เพราะตอนนี้เพลงชาติทุก 8 โมงเช้าไพเราะที่สุดแล้ว เขรบอกว่าตนมาปราศรัยยั่วยุให้คนไทยคลั่งชาติ แต่ถ้าคลั่งชาติไทยก็คลั่งให้บ้าไปเลย

นายอนุทิน ได้ย้ำในช่วงท้ายว่า หากภูมิใจไทยได้ สส.เขตเยอะ “ไอ้หนู” ของท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีของท่านด้วย อีกทั้งขณะนี้ได้วางตัวคณะรัฐมนตรีไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งให้คำสัญญาว่าจะกำกับดูแลให้การทำงานบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นที่ไว้วางใจ ภาคภูมิใจของประชาชน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...